บาท-ทอง ผันผวนหนักรับต้นปี 69 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ ‘บาท’ แกว่ง 7.8% มากสุดในอาเซียน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย เปิดปี 69 เพียงเดือนเดียว! เงินบาทผันผวน 7.8% แรงกว่าปี 68 ทั้งปี ครองแชมป์ยืนหนึ่งในอาเซียน ขณะที่ ทองคำเหวี่ยงหนัก 42.3% ร่วงจากจุดสูงสุดประวัติการณ์ 5,595.47 ดอลลาร์ฯ มาอยู่ที่ 4,584.67 ดอลลาร์ หลังดอลลาร์แข็งค่ารับประธานเฟดคนใหม่
2 ก.พ. 2569 ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงปัจจุบัน (2ก.พ.2569) พบว่ามีความผันผวน 7.8% แล้ว ซึ่งผันผวนมากกว่าปี 2568 ทั้งปีที่ผันผวน 7.1% โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าลง - 0.3% จากระดับ 31.55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯในสิ้นปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 31.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้
“ค่าเงินบาทผันผวนมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน แต่ยังเป็นอันดับสามในเอเชีย รองจาก เงินเยนของญี่ปุ่นที่ผันผวน 9.7% และเงินวอนของเกาหลีใต้ที่ผันผวน 9% ส่วนเงินฟรังของสวิสผันผวนไปแล้ว 11.1% โดยทิศทางการเคลื่อนไหวของเงินบาทยังคงมีความผันผวนต่อเนื่อง”
ดร.กาญจนา กล่าวอีกว่า ขณะที่ราคาทองคำมีความผันผวนสูงมาก โดยนับจากต้นปี YTD ราคาทองคำผันผวนไปแล้ว 42.3 % หากนับจากสิ้นปีก่อนหน้า ราคาทองคำอยู่ที่ 4,319.37 ดอลลาร์ฯต่อทรอยออนซ์ มาอยู่ที่ 4,584.67 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ในวันนี้ เพิ่มขึ้น 6.1% หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (all-time high) ที่ 5,595.47 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2569
โดยการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ อ่อนค่าลงต่อเนื่องจากช่วงตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ท่ามกลางทิศทางที่แข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ และการร่วงลงของราคาทองคำในตลาดโลก (มาเคลื่อนไหวในระดับที่ต่ำกว่า 4,700 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ในช่วงตลาดเอเชียเช้านี้)
หลังปธน. โดนัลด์ ทรัมป์เลือก นายเควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด หลังจากวาระของนายเจอโรม พาวเวล สิ้นสุดลงในเดือนพ.ค. ซึ่งทำให้ตลาดคลายความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของเฟดลงไปมาก นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีปัจจัยบวกจากตัวเลข PPI เดือนธ.ค. ของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดด้วยเช่นกัน
ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อค่าเงินบาทที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำตลาดโลก ตัวเลขดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงตัวเลขดัชนี PMI และ ISM ภาคการผลิตเดือนม.ค. ของสหรัฐฯ