“หวัง อี้” ส่งสัญญานบวกถึง “ทรัมป์” หวังรีเซ็ตความสัมพันธ์ แต่อย่าล้ำเส้นแดงไต้หวัน
รมว.ต่างประเทศจีนเสนอ 2 ฉากทัศน์ความสัมพันธ์มหาอำนาจ ย้ำการตัดขาดห่วงโซ่อุปทานและการล้ำเส้นเรื่องไต้หวันนำไปสู่การเผชิญหน้า แนะสหรัฐฯ ปรับนโยบายสู่พื้นฐานความเป็นจริงเพื่อขยายผลประโยชน์ร่วมกัน หลังชี้ยังมีกลุ่มเคลื่อนไหวปิดล้อมและกดดันทางเศรษฐกิจต่อจีน ยันพร้อมขับเคลื่อนความสัมพันธ์ภายใต้หลักการเคารพซึ่งกันและกันตามแนวทาง "สี จิ้นผิง" โดยชี้ว่าความสำเร็จขึ้นอยู่กับท่าทีของสหรัฐฯ
15 กุมภาพันธ์ 2569–นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน และกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้แถลงจุดยืนด้านความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ณ การประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference) โดยระบุว่าทิศทางที่สองมหาอำนาจปฏิบัติต่อกันนั้น คือปัจจัยชี้ขาดสถานการณ์ระหว่างประเทศ ซึ่งจีนยึดถือแนวทางการจัดการความสัมพันธ์ด้วยความสำนึกในความรับผิดชอบต่อพลเมืองและประชาคมโลก
ในถ้อยแถลงระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เสนอหนทางที่ถูกต้องในการอยู่ร่วมกันผ่านหลักการ 3 ประการ คือ การเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และการมุ่งเน้นความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (Win-Win Cooperation) โดยนายหวัง อี้ ได้กล่าวถึงอนาคตของความสัมพันธ์ไว้ว่า:
"แม้ประวัติศาสตร์จะดำเนินไปอย่างพลิกผัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ยังคงมีอนาคตที่สดใส"
นายหวัง อี้ ชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ โดยแบ่งฉากทัศน์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโลก ดังนี้:
- ฉากทัศน์เชิงบวก (ความร่วมมือ): หากสหรัฐฯ ปรับทัศนคติต่อจีนให้มีเหตุผลและเป็นกลางมากขึ้น ดำเนินนโยบายเชิงรุกที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และร่วมขยายผลประโยชน์ร่วมกัน จะนำไปสู่ความสำเร็จที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย
- b คือการดำเนินนโยบายตัดขาดทางเศรษฐกิจ (Decoupling) การตัดห่วงโซ่อุปทาน การรวมกลุ่มเพื่อกีดกันจีน รวมถึงการแทรกแซงประเด็นไต้หวัน ซึ่งนายหวัง อี้ ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวในประเด็นนี้ว่า "การพยายามวางแผนเรื่องเอกราชไต้หวันเพื่อแบ่งแยกดินแดนและล้ำเส้นแดงของจีน… การกระทำเหล่านี้จะนำพาทั้งสองประเทศไปสู่การเผชิญหน้า"
ท่าทีต่อผู้นำสหรัฐฯ และความท้าทายจากกลุ่มต่อต้าน
ในด้านความสัมพันธ์ระดับผู้นำ จีนแสดงท่าทีตอบรับในเชิงบวกต่อการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความเคารพต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และชาวจีน รวมถึงถ้อยแถลงที่ระบุว่าทั้งสองประเทศสามารถทำงานร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลกได้ อย่างไรก็ตาม นายหวัง อี้ ตั้งข้อสังเกตว่ายังมีแรงเสียดทานภายในสหรัฐฯ ที่เป็นอุปสรรคสำคัญ โดยกล่าวว่า "ยังมีบางกลุ่มในสหรัฐฯ ที่ไม่เห็นด้วยกับมุมมองนี้ และยังคงพยายามทุกวิถีทางที่จะปิดล้อมและกดดันจีน รวมถึงโจมตีและใส่ร้ายป้ายสีจีนในทุกรูปแบบ"
แม้จีนจะมีความหวังต่อการร่วมมือในเชิงสร้างสรรค์ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยันว่า จีนได้เตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงในทุกมิติ โดยเชื่อมั่นว่าวิสัยทัศน์แห่งความเคารพซึ่งกันและกันจะเป็นทางเลือกที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด