ดาวโจนส์ บวกต่อเนื่องกว่า 260 จุด แต่ Nasdaq ร่วงแรง หุ้นเทคถูกเทขายหนัก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปเคลื่อนไหวผสมผสาน ท่ามกลางแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ขณะที่นักลงทุนโยกเงินเข้าสู่หุ้นเชิงวัฏจักรและจับตาผลประกอบการบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แกว่งตัว ดาวโจนส์บวก แต่หุ้นเทคกด Nasdaq ร่วงกว่า 1.5%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันพุธ (4 ก.พ. 2569) โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อในหุ้นเชิงวัฏจักร ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ถูกเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงแรง
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 49,501.30 จุด เพิ่มขึ้น 260.31 จุด (+0.53%)
- ดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 6,882.72 จุด ลดลง 35.09 จุด (-0.51%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 22,904.579 จุด ลดลง 350.606 จุด (-1.51%)
แรงกดดันหลักมาจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดย Nvidia และ Microsoft ร่วงเกือบ 3% ขณะที่หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่าง Broadcom, Oracle และ Micron ปิดลบเช่นกัน ทำให้กลุ่มเทคโนโลยีเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงแรงที่สุดในดัชนี S&P 500 ลดลงมากกว่า 2%
นักลงทุนจับตาผลประกอบการของ Alphabet ซึ่งจะรายงานหลังตลาดปิดคืนนี้ รวมถึง Amazon ที่มีกำหนดรายงานผลในวันพฤหัสบดี
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อย นักลงทุนประเมินงบการเงินบริษัทรายใหญ่
ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวกเล็กน้อยในวันเดียวกัน หลังนักลงทุนประเมินผลประกอบการของบริษัทจำนวนมากในภูมิภาค แม้บางหุ้นเผชิญแรงขายจากแนวโน้มธุรกิจที่ชะลอตัว
- ดัชนี STOXX 600 ตลาดหุ้นยุโรป ปิดที่ 618.12 จุด เพิ่มขึ้น 0.19 จุด (+0.03%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,652.24 จุด ลดลง 128.55 จุด (-0.52%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,262.16 จุด เพิ่มขึ้น 82.66 จุด (+1.01%)
หุ้น Novo Nordisk ร่วงกว่า 4% หลังบริษัทเตือนว่ายอดขายและกำไรปีนี้มีแนวโน้มชะลอลง ขณะที่หุ้น UBS ร่วงกว่า 6% แม้งบไตรมาส 4 จะออกมาดีกว่าคาด ส่วน Santander ปรับตัวลงหลังประกาศเข้าซื้อกิจการธนาคารในสหรัฐฯ มูลค่า 1.22 หมื่นล้านดอลลาร์
ตลาดหุ้นอังกฤษแข็งแกร่ง FTSE พุ่งเกือบ 1% รับหุ้นเหมือง–การเงิน
ตลาดหุ้นลอนดอน ปรับตัวขึ้นเด่น โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และการเงิน ท่ามกลางความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,402.34 จุด เพิ่มขึ้น 87.75 จุด (+0.85%)
หุ้นเหมืองรายใหญ่ เช่น Rio Tinto และ Anglo American ปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาทองคำและโลหะมีค่า ขณะที่นักลงทุนยังรอผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันพุ่งแรงกว่า 3% หลังทรัมป์ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่ออิหร่าน
ราคาน้ำมันโลก ปรับตัวขึ้นแรงในวันพุธ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน “ควรกังวลอย่างมาก” ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
- WTI (ส่งมอบเดือนมีนาคม) ปิดที่ 65.14 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.93 ดอลลาร์ (+3.05%)
- Brent (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 69.46 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.13 ดอลลาร์ (+3.16%)
นักวิเคราะห์มองว่าความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันจากอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศสมาชิก OPEC อาจหนุนราคาน้ำมันในระยะสั้น แม้การเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ยังมีโอกาสช่วยลดความตึงเครียด
ราคาทองคำพุ่งแรงต่อเนื่อง นักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาทองคำโลก ปรับตัวขึ้นแรงเป็นวันที่สองติดต่อกัน จากแรงซื้อเก็งกำไรและความกังวลต่อความผันผวนของตลาดการเงิน รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) อยู่ที่ 5,054.60 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้นประมาณ 2.4%
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปรับขึ้นราว 3.4% ใกล้ระดับ 5,100 ดอลลาร์/ออนซ์
นักวิเคราะห์จาก ING ระบุว่า การฟื้นตัวของทองคำสะท้อนแรงซื้อหลังการปรับฐานรุนแรงก่อนหน้า ขณะที่ Goldman Sachs ยังคงเป้าหมายราคาทองคำที่ 5,400 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 และ Bank of America มองเป้าหมายสูงถึง 6,000 ดอลลาร์ในระยะถัดไป
ดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อย ปอนด์แข็งสุดในรอบ 5 เดือนเทียบยูโร
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลหลัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินและความล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ
- ดัชนี Dollar Index (DXY) เคลื่อนไหวบริเวณ 97.38 จุด
- เงินปอนด์ แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนเมื่อเทียบกับยูโร ขณะที่ทรงตัวใกล้ระดับ 1.3702 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์มองว่า ค่าเงินปอนด์ได้แรงหนุนจากความเสี่ยงทางการคลังและการเมืองที่ลดลงในสหราชอาณาจักร แม้ตลาดยังคาดว่า BoE จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวมราว 35 bps ภายในสิ้นปีนี้