นักวิเคราะห์มอง 3 ประเด็นต้องติดตาม หลังมีข่าว”ไทยซัมมิทกรุ๊ป”เตรียมขายกิจการ มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมิน 3 ประเด็นต้องติดตาม หลังมีข่าว"ไทยซัมมิทกรุ๊ป"เตรียมขายกิจการ มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ภาวะสุญญากาศในห่วงโซ่อุปทาน โอกาสการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของผู้ผลิตชิ้นส่วนรายอื่น เช่น STANLY SAT AH และกลุ่มทุนใหม่ที่จะเข้ามา ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกับการลงทุนและเทคโนโลยี
วันที่ 5 ก.พ.2569 Bloomberg รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า กลุ่มบริษัท ไทยซัมมิทกรุ๊ป ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของไทยกำลังพิจารณาขายธุรกิจ ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ความไม่แน่นอนทางการเมือง และยังไม่สามารถหาทายาทสืบทอดกิจการได้
ไทยซัมมิทกรุ๊ป ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของไทย ด้วยขนาดรายได้ราว 8.2 หมื่นล้านบาท (เทียบกับ AH ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท STANLY 1.2 หมื่นล้านบาท และ SAT ที่ 7 พันล้านบาท) มีความสามารถในการผลิตงานโลหะขึ้นรูป งานภายนอกภายในยานยนต์ โครงรถจักรยานยนต์ สายไฟ งานหล่อโลหะ งานเพลา และงานผลิตแม่พิมพ์ขึ้นรูป
ประเด็นข่าวการเปลี่ยนผ่านเจ้าของนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ในกรณีหากมีการเกิดขึ้นบล.อินโนเวทส์ เอกซ์ มองว่ามี3 ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
- ภาวะสุญญากาศในห่วงโซ่อุปทาน ไทยซัมมิทกรุ๊ปเป็นส่วนสำคัญของ Supply chain การผลิต/ประกอบรถยนต์ของค่ายรถยนต์ต่างๆในประเทศไทย ดังนั้น หากเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง เรามองว่าต้องติดตามประเด็นความต่อเนื่องในการผลิต การจัดการระบบโลจิสติกส์ และการส่งมอบชิ้นส่วนให้แก่ค่ายรถยนต์ต่างๆ
- โอกาสของการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของผู้ผลิตชิ้นส่วนรายอื่น หากเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง เรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่ค่ายรถยนต์จะกระจายความเสี่ยง เพื่อลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายหลัก ซึ่งจะเป็นโอกาสของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อื่นๆ เช่น STANLY SAT AH ที่มีศักยภาพและฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง
- ความท้าทายที่จะเกิดขึ้น หากเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ประเด็นที่ต้องติดตามคือกลุ่มทุนใหม่ที่จะเข้ามา ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกับการลงทุนและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะทำให้เกิดแรงกดดันด้านราคาและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนรายอื่นๆ ในระยะยาว