โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นักวิเคราะห์มอง 3 ประเด็นต้องติดตาม หลังมีข่าว”ไทยซัมมิทกรุ๊ป”เตรียมขายกิจการ มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 09.22 น.

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมิน 3 ประเด็นต้องติดตาม หลังมีข่าว"ไทยซัมมิทกรุ๊ป"เตรียมขายกิจการ มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ภาวะสุญญากาศในห่วงโซ่อุปทาน โอกาสการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของผู้ผลิตชิ้นส่วนรายอื่น เช่น STANLY SAT AH และกลุ่มทุนใหม่ที่จะเข้ามา ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกับการลงทุนและเทคโนโลยี

วันที่ 5 ก.พ.2569 Bloomberg รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า กลุ่มบริษัท ไทยซัมมิทกรุ๊ป ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของไทยกำลังพิจารณาขายธุรกิจ ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ความไม่แน่นอนทางการเมือง และยังไม่สามารถหาทายาทสืบทอดกิจการได้

ไทยซัมมิทกรุ๊ป ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของไทย ด้วยขนาดรายได้ราว 8.2 หมื่นล้านบาท (เทียบกับ AH ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท STANLY 1.2 หมื่นล้านบาท และ SAT ที่ 7 พันล้านบาท) มีความสามารถในการผลิตงานโลหะขึ้นรูป งานภายนอกภายในยานยนต์ โครงรถจักรยานยนต์ สายไฟ งานหล่อโลหะ งานเพลา และงานผลิตแม่พิมพ์ขึ้นรูป

ประเด็นข่าวการเปลี่ยนผ่านเจ้าของนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ในกรณีหากมีการเกิดขึ้นบล.อินโนเวทส์ เอกซ์ มองว่ามี3 ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม

  • ภาวะสุญญากาศในห่วงโซ่อุปทาน ไทยซัมมิทกรุ๊ปเป็นส่วนสำคัญของ Supply chain การผลิต/ประกอบรถยนต์ของค่ายรถยนต์ต่างๆในประเทศไทย ดังนั้น หากเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง เรามองว่าต้องติดตามประเด็นความต่อเนื่องในการผลิต การจัดการระบบโลจิสติกส์ และการส่งมอบชิ้นส่วนให้แก่ค่ายรถยนต์ต่างๆ
  • โอกาสของการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของผู้ผลิตชิ้นส่วนรายอื่น หากเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง เรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่ค่ายรถยนต์จะกระจายความเสี่ยง เพื่อลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายหลัก ซึ่งจะเป็นโอกาสของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อื่นๆ เช่น STANLY SAT AH ที่มีศักยภาพและฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง
  • ความท้าทายที่จะเกิดขึ้น หากเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ประเด็นที่ต้องติดตามคือกลุ่มทุนใหม่ที่จะเข้ามา ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกับการลงทุนและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะทำให้เกิดแรงกดดันด้านราคาและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนรายอื่นๆ ในระยะยาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...