ราคาบิตคอยน์ หลุด 64,000 ดอลลาร์ แรงขายถล่มหนักสุดเป็นประวัติการณ์
ราคาบิตคอยน์ ปรับตัวลง 13% ภายในช่วงเวลา 4 วันที่ผ่านมา โดยร่วงจากระดับ 79,300 ดอลลาร์ ลงมาแตะ 63,844 ดอลลาร์ หลุดระดับ 69,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของรอบตลาดกระทิงปี 2021 และเป็นระดับที่นักลงทุนจำนวนมากมองว่าเป็นแนวรับสำคัญ
6 ก.พ. 2569- ราคาบิตคอยน์ร่วงลงอย่างรุนแรง โดยทำจุดต่ำสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ 60,074.20 ดอลลาร์ ก่อนฟื้นกลับมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 64,000 ดอลลาร์ ปรับตัวลงกว่า 49% จากจุดสูงสุดที่ 126,198 ดอลลาร์ และยังเป็นการร่วงหลุดแนวรับสำคัญที่ราคา 69,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของตลาดกระทิงในปี 2021 ซึ่งในตลาดรอบก่อนหน้า จุดสูงสุดของวัฏจักร 4 ปี มักทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญในช่วงตลาดหมีเสมอ
เว็บไซต์ Cointelegraph วิเคราะห์ว่า ในรอบที่ผ่านมา บิตคอยน์ทำจุดต่ำสุดใกล้กับจุดสูงสุดปี 2017 ที่ระดับประมาณ 19,600 ดอลลาร์ ก่อนจะหลุดลงไปต่ำกว่านั้นชั่วคราวแตะราว 16,000 ดอลลาร์ ในเดือนพฤศจิกายน 2022
การที่ราคาปรับตัวลงต่ำกว่า 69,000 ดอลลาร์ ในครั้งนี้อาจเป็นการดำเนินรอยตามรูปแบบเดิมของวัฏจักรที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในอดีตยังชี้ให้เห็นว่า ราคาสามารถร่วงต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมได้อีก ก่อนจะสร้างจุดต่ำสุดสุดท้าย ซึ่งหมายความว่าความเสี่ยงด้านขาลงของบิตคอยน์ยังคงเปิดอยู่
André Dragosch หัวหน้าฝ่ายวิจัยประจำยุโรปของ Bitwise ระบุว่า ธุรกรรมจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมาเกิดขึ้นในกรอบราคา 58,000–69,000 ดอลลาร์ โดยช่วงดังกล่าวยังสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ที่อยู่ใกล้ระดับ 58,000 ดอลลาร์ ยิ่งตอกย้ำว่าบริเวณนี้เป็นโซนอุปสงค์สำคัญของตลาด
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ด้านคริปโทฯที่ใช้ชื่อว่าexitpump ชี้ให้เห็นว่ามีคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ในระดับ 68,000–65,000 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจของผู้ซื้อในการเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว
Subu Trade นักวิเคราะห์ตลาด ระบุว่า ดัชนี Relative Strength Index (RSI) รายสัปดาห์ของบิตคอยน์ลดลงต่ำกว่า 30 ซึ่งเป็นระดับที่เกิดขึ้นเพียง 4 ครั้งเท่านั้นในประวัติศาสตร์ และทุกครั้งที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์จะปรับตัวขึ้นเฉลี่ยราว 16% ภายใน 4 วันถัดไป
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์คริปโทฯ MorenoDV ยังชี้ว่า ตัวชี้วัด adjusted net unrealized profit/loss (aNUPL) ได้กลับมาติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งหมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ถือบิตคอยน์กำลังอยู่ในภาวะขาดทุน สถานการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2018–2019, ปี 2020 และช่วงปี 2022–2023 ซึ่งทั้งหมดนำไปสู่การฟื้นตัวของราคาบิตคอยน์ในเวลาต่อมา
MorenoDV ระบุเพิ่มเติมว่า “ความเร็วของการเสื่อมถอยด้านความเชื่อมั่นในรอบนี้รุนแรงกว่าวัฏจักรก่อนหน้าอย่างมาก การเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วเช่นนี้สะท้อนถึงการรีเซ็ตความเชื่อมั่นแบบเฉียบพลัน มากกว่าการปรับฐานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งอาจทำให้ช่วง capitulation สั้นลง”
อ้างอิง: cointelegraph.com , coinmarketcap.com