โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไข่ต้มวันละฟอง... สรุปว่า "พุงกาง" หรือ "ทางรอด" กันแน่?

The Better

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 02.42 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 02.30 น. • THE BETTER
บทความ นพ.กรณ์ ปองจิตธรรม

เรื่อง "ไข่" กับ "คอเลสเตอรอล" เป็นความเข้าใจผิดที่อยู่คู่กับสังคมมานาน หลายคนกลัวการกินไข่เพราะกังวลเรื่องเส้นเลือดอุดตัน จนต้องยอมทิ้งไข่แดงกินแต่ไข่ขาว แต่รู้ไหมว่า งานวิจัยระดับโลกยุคใหม่สรุปออกมาชัดเจนแล้วว่า "ไข่ไม่ใช่ผู้ร้าย" อย่างที่เคยเข้าใจกัน

1. กินไข่ทุกวัน… อันตรายไหม?

สำหรับคนสุขภาพดีทั่วไป งานวิจัยยืนยันว่า การกินไข่วันละ 1 ฟอง ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ เพราะคอเลสเตอรอลในเลือดส่วนใหญ่ (ประมาณ 80%) ร่างกายสร้างขึ้นเองที่ตับ ส่วนที่มาจากอาหารมีผลแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ถ้ากินเข้าไปเยอะ ตับที่ฉลาดจะสั่งให้ผลิตน้อยลงเองเพื่อรักษาสมดุล

2. "ด่านกักกัน" ที่ลำไส้: ทำไมบางคนกินไข่แล้วคอเลสเตอรอลพุ่ง?

นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้แต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน ร่างกายคนเรามี "ประตูรับคอเลสเตอรอล" ที่ลำไส้เล็ก (ชื่อทางเทคนิคคือ NPC1L1) ซึ่งแต่ละคนมีประตูนี้ไม่เท่ากัน

* บางคนประตูเปิดกว้าง: กินไข่แค่นิดเดียว คอเลสเตอรอลในเลือดพุ่ง เพราะร่างกายดูดซึมเก่งมาก
* บางคนประตูแน่นหนา: กินไข่ยังไง คอเลสเตอรอลก็ไม่ขึ้น เพราะร่างกายไม่ค่อยรับเข้า

ดังนั้น ถ้าใครตรวจเลือดแล้วพบว่า LDL สูงขึ้นชัดเจนเวลาทานไข่ แสดงว่าเป็นกลุ่ม "ประตูเปิดกว้าง" ที่ต้องระวังมากกว่าคนอื่น

3. ไข่ลวก ไข่ดิบ ไข่ไม่สุก… กินแบบไหนคุ้มค่าที่สุด?

หลายคนชอบกินไข่แดงเยิ้มๆ หรือไข่ลวกเพราะเชื่อว่าได้พลังงานดี แต่ในทางวิทยาศาสตร์มีข้อควรระวัง:

* โปรตีนย่อยยากกว่า: ไข่ที่ขาวที่ยังใสหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ร่างกายจะย่อยและดูดซึมโปรตีนได้เพียงประมาณ 50% เท่านั้น ในขณะที่ไข่สุกร่างกายดูดซึมได้เกือบ 100%

* ตัวขัดขวางวิตามิน: ในไข่ขาวดิบมีสารชื่อ "อวิดิน" (Avidin) ซึ่งจะไปจับกับ "ไบโอติน" (Biotin) ในร่างกาย ทำให้เราขาดวิตามินบีที่ช่วยบำรุงผมและผิวได้ แต่สารนี้จะสลายไปเมื่อไข่ขาวสุก

* เสี่ยงเชื้อแบคทีเรีย: ไข่ที่ไม่สุกเสี่ยงต่อเชื้อ Salmonella ซึ่งทำให้ท้องเสียรุนแรง อาเจียน หรือติดเชื้อในกระแสเลือดได้ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนภูมิคุ้มกันต่ำ

* ทางสายกลาง: ถ้าชอบไข่แดงไม่สุก (เช่น ไข่ดาวน้ำหรือไข่ต้มยางมะตูม) ควรทำให้ไข่ขาวสุกจนเป็นสีขาวทึบ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและปลอดภัยจากเชื้อโรค

4. ใครบ้างที่ต้องจำกัดการกินไข่แดง?

แม้ไข่จะดี แต่มีกลุ่มที่ต้องคุมปริมาณ (เหลือประมาณ 3-4 ฟองต่อสัปดาห์) คือ:

* ผู้ป่วยเบาหวาน: เพราะกลไกการจัดการไขมันในร่างกายอาจไม่ปกติเท่าคนทั่วไป

* ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงอยู่แล้ว: หรือกลุ่มที่มีพันธุกรรมเสี่ยงโรคหัวใจ

5. ตัวการร้ายที่แท้จริง ไม่ใช่ "ไข่" แต่เป็น "เพื่อนของไข่"

ส่วนใหญ่อาการแย่ไม่ได้มาจากไข่ต้ม แต่มาจากเครื่องเคียงอย่างเบคอน ไส้กรอก กุนเชียง หรือการทอดด้วยน้ำมันที่ใช้ซ้ำ สิ่งเหล่านี้มี "ไขมันอิ่มตัว" สูง ซึ่งเป็นตัวการตัวจริงที่กระตุ้นให้ตับผลิตคอเลสเตอรอลเลวออกมาถล่มร่างกาย

สรุปแบบกำปั้นทุบดิน:

ถ้าสุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัว ไข่ต้ม (ขาวสุก-แดงมะตูม) วันละฟองคือสารอาหารราคาถูก ที่ดีต่อสมองและสายตามาก แต่ถ้ามีโรคประจำตัวหรือไขมันสูงอยู่แล้ว ให้ใช้ทางสายกลางคือ "วันเว้นวัน" และเลี่ยงไข่ดิบเพื่อการดูดซึมโปรตีนที่สมบูรณ์ที่สุด

Korn Pongjitdham, M.D.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...