‘อ.ปิ่นแก้ว’ ประณามผู้บริหารปชน.ส่งคนมีคดีข่มขืนลงสมัครสส.จี้ปฏิรูปพรรคถึงรากถึงโคน
'อ.ปิ่นแก้ว' ชี้คดีข่มขืนของผู้สมัครสส.ปชน. สะท้อนทรรศนะคติเรื่องสิทธิทางเพศ ไม่ยี่หระต่อความเจ็บปวด ทักท้วงแล้วยังเพิกเฉย และไม่ใช่กรณีแรก จี้ผู้บริหารพรรคต้องถูกประณาม ปฏิรูปอย่างถึงรากถึงโคน ให้สมาชิกมีส่วนร่วม พ้นจากการผูกขาดอำนาจการตัดสินใจของผู้นำไม่กี่คน
20 ก.พ. 2569- ศ.ดร. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรณีศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน นายธีระวัฒน์ พรรณะ อดีตผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 พรรคประชาชน(ปชน.) ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาว
·
เรื่องคดีข่มขืนของผู้สมัครสส.มหาสารคาม กับพรรคประชาชน ไม่ได้เป็นเรื่องการกำหนดมาตรฐานอะไรเลย แต่เป็นเรื่องวิธีคิด และทรรศนะคติ ที่ไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องเพศ สิทธิทางเพศ ไม่ยี่หระต่อความเจ็บปวด การถูกล่วงละเมิดทางเพศของเหยื่อ ของพวกผู้บริหารและกรรมการบริหารพรรคประชาชนต่างหาก ขนาดทนายของเหยื่อ ซึ่งเป็นอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัครสส.ในขณะนั้นทักท้วง ฝ่ายบริหารชายเหล่านี้ ยังเพิกเฉย ไม่สนใจ หากเลือกที่จะเอาชะตากรรมทางเพศของผู้หญิงมาเป็นเดิมพันเพื่อชัยชนะการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว
การเมินเฉยเสียงทักท้วงของคนที่เป็นกรรมการสรรหาผู้สมัครสส. ของฝ่ายบริหารพรรคปชน. ยังสะท้อนปัญหาการรวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจภายในพรรค และชวนให้ตั้งคำถามถึงโครงสร้างการบริหารที่ไม่โปร่งใส ไม่เป็นประชาธิปไตยของพรรค เพราะกรณีนี้ ไม่ใช่กรณีแรก ที่พรรครู้ปัญหามาโดยตลอด แต่เลือกที่จะปัดตกเสียงทักท้วงของสมาชิกที่เสียงไม่ดัง และไร้อำนาจ
การออกมาขอโทษเหยื่อพอเป็นพิธีของโฆษกพรรค และเพียงจะนำกรณีนี้ไปทบทวนกระบวนการคัดสรรผู้สมัครให้รัดกุมขึ้น จึง pathetic มาก
ฝ่ายบริหารชายเหล่านี้ ไม่เพียงจำเป็นต้องได้รับการศึกษาและปลูกฝังจิตสำนึก และสามัญสำนึกทางด้านสิทธิทางเพศอย่างเร่งด่วนและจริงจัง แต่ยังควรถูกประนามในผลงานการตัดสินใจที่ผ่านมา นอกจากนี้ การบริหารภายในพรรค จำเป็นต้องปฏิรูปอย่างถึงรากถึงโคน ให้สมาชิกสามารถมีส่วนร่วม มีสิทธิมีเสียง และพ้นจากการผูกขาดอำนาจการตัดสินใจของผู้นำไม่กี่คน