โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด้านไม่สวยงาม ของการมีพ่อแม่โด่งดังระดับโลก กรณี Brooklyn Peltz Beckham ที่ขอตัดขาดจากครอบครัว เพราะพ่อแม่กีดกันภรรยาของเขามากเกินไป

Mirror Thailand

อัพเดต 20 ม.ค. เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. เวลา 05.38 น.
ภาพไฮไลต์

กลายเป็นดราม่าครอบครัวระดับโลก จากกรณีที่ Brooklyn Peltz Beckham ผู้เป็นลูกชายคนโตวัย 26 ปี ของ David และ Victoria Beckham ได้ออกมาประกาศว่าเขาต้องการเว้นระยะห่างจากครอบครัว เพราะความท็อกซิกภายใต้นามสกุลดังอย่าง Beckham ที่บรูคลินระบุว่าพ่อแม่พยายามทำลายความสัมพันธ์ของเขากับภรรยาตลอดเวลา ไม่เคยให้เกียรติภรรยาของเขา และยังโกหกออกสื่อนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อรักษาฉากหน้าของแบรนด์เบคแฮม

ข่าวเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แตกร้าวเริ่มส่อเค้าตั้งแต่ปี 2022 ที่บรูคลินได้แต่งงานกับ Nicola Peltz นักแสดงและทายาทนักธุรกิจชาวอเมริกันซึ่งปัจจุบันวัย 31 ปี โดยมีคนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมนิโคลาถึงไม่ใส่ชุดเจ้าสาวจากแบรนด์ของแม่สามีอย่างวิคตอเรีย อีกทั้งในงานแต่งงาน วิคตอเรียก็ถือวิสาสะเป็นคนเต้นรำเปิดฟลอร์กับเจ้าบ่าวซึ่งนับว่าเป็นการขโมยซีนเจ้าสาวซึ่งๆ หน้า

จากนั้นเมื่อกลางปี 2025 ที่ผ่านมา ความร้าวฉานยิ่งชัดเจนเมื่อบรูคลินและนิโคลา ไม่ได้ไปร่วมงานวันเกิดครบรอบ 50 ปี ของเดวิด เบคแฮม และในเดือนธันวาคม 2025 ก็มีการบล็อกกันทางอินสตาแกรม

ล่าสุดนี้ บรูคลินได้ออกมาเปิดเผยว่าเขาไม่ต้องการกลับไปคืนดีกับครอบครัวอีกแล้ว

บรูคลินเผยว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เขาจะเข้าพิธีแต่งงานกับนิโคลา พ่อแม่ของเขาได้ส่งทีมกฎหมายมาเจรจาเพื่อให้เขาเซ็นเอกสาร ‘สละสิทธิ์ในการใช้นามสกุลเบคแฮม’ ซึ่งหลายคนเชื่อว่า เหตุผลที่เดวิดและวิคตอเรียทำเช่นนั้น เพราะพวกเขากังวลว่าถ้าบรูคลินแต่งงานเข้าตระกูล Peltz (ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีที่มีอิทธิพลมากเช่นกัน) นามสกุลเบคแฮมอาจเกิดภาพลักษณ์ที่พวกเขาควบคุมไม่ได้ และนั่นจึงทำให้วิคตอเรียเริ่มกีดกันเจ้าสาวของบรูคลินนับตั้งแต่งานแต่งงาน ทางด้านบรูคลินก็ประท้วงด้วยการใช้นามสกุล Peltz มานำหน้า Beckham ในชื่อตัวเองเสียเลย

“ผมพยายามเงียบและเก็บเรื่องนี้เป็นส่วนตัวมาหลายปี แต่พ่อแม่และทีมของพวกเขาก็ให้ข่าวกับสื่ออยู่ตลอดเวลา ผมเลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากออกมาพูดความจริง“ และ ”ผมไม่ได้ถูกใครควบคุม ผมแค่ลุกขึ้นมาพูดเพื่อตัวเอง เป็นครั้งแรกในชีวิต” บรูคลินกล่าวผ่านแถลงการณ์ล่าสุดในปี 2026 นี้

สิ่งที่เกิดขึ้นนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ชาวเน็ตบางส่วนมองว่าที่ผ่านมาบรูคลินก็ได้รับผลประโยชน์มากมายจากนามสกุลเบคแฮม และการที่เขาทำแบบนี้ก็ไม่ต่างจากการอกตัญญู ทั้งยังมองว่าเขาหลงภรรยามากเกินไปทั้งที่เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตอีกส่วนชื่นชมที่เขายืนหยัดเพื่อภรรยาตัวเอง มองคนเป็นภรรยาอย่างให้เกียรติและเท่าเทียมกัน เขาไม่ได้มองว่านามสกุลของเขาสูงส่งกว่าของภรรยา และเขายินดีที่จะรับเอาอัตลักษณ์ของฝ่ายหญิงมาเป็นส่วนหนึ่งของเขา และเขาก็ไม่ได้เลือกที่จะประนีประนอมด้วยการปล่อยให้ภรรยาถูกกดขี่เพื่อรักษาความสงบในครอบครัวเดิมของตัวเอง

และที่แน่ๆ เรื่องนี้คือภาพสะท้อนชัดเจนของประโยคที่ว่า ครอบครัวไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยเสมอไป ต่อให้เป็นครอบครัวร่ำรวยที่มีชื่อเสียงระดับโลกก็ตาม

บรูคลินเปิดเผยว่าเขาถูกพ่อแม่ควบคุมชีวิตมาตั้งแต่เด็ก เพื่อให้มีภาพลักษณ์ที่ ’ส่งเสริมแบรนด์เบคแฮม‘ เขามองว่าครอบครัวของเขาให้คุณค่ากับการโปรโมทตัวเองต่อสายตาชาวโลกเหนือสิ่งอื่นใด และ ‘แบรนด์เบคแฮม’ ต้องมาก่อนเสมอ

“ผมถูกครอบครัวควบคุมบงการมาตลอดชีวิต ผมโตขึ้นมากับภาวะวิตกกังวล และหลังจากก้าวออกมาจากครอบครัว ภาวะวิตกกังวลของผมก็หายไป เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยล่ะครับ” เขากล่าว

ด้านที่มืดมิดที่สุดของการมีพ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จ จึงอาจเป็นการที่ลูกมักจะถูกมองว่าเป็น ’ทรัพย์สิน‘ มากกว่า ‘มนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ‘ เมื่อความสำเร็จของพ่อแม่กลายเป็นอำนาจและบรรทัดฐานที่ลูกต้องเดินตามโดยห้ามบิดพริ้ว บ้านที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยจึงกลายเป็นพื้นที่บ่มเพาะความวตกกังวลแทน และยิ่งมีแนวคิดเรื่องความกตัญญูเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่อให้เป็นโลกตะวันตก ตราบาปก็มักจะตกอยู่กับฝ่ายคนเป็นลูกก่อนเสมอ แม้เราไม่อาจรู้ความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็ตาม

อ้างอิง

https://www.bbc.com/news/articles/ce3ekq

https://people.com/brooklyn-beckham-says-parents-have-spread-countless-lies-11888260

บทความต้นฉบับได้ที่ : ด้านไม่สวยงาม ของการมีพ่อแม่โด่งดังระดับโลก กรณี Brooklyn Peltz Beckham ที่ขอตัดขาดจากครอบครัว เพราะพ่อแม่กีดกันภรรยาของเขามากเกินไป

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...