โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เลือกตั้ง ก.ต. 3 ชั้นศาลเดือด จับตาตัวเต็งชิงเก้าอี้คุมบริหารตุลาการทั่วประเทศ

เดลินิวส์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
จับตา เลือกตั้งใหญ่ ก.ต. 3 ชั้นศาล

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้มีคำสั่งสำนักงานศาลยุติธรรม ให้ดำเนินการเลือกกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ด้วยกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ตามมาตรา 36(2) (ก) (ข) และ (ค) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ้ายตุลาการศาลยุติธรรมฯ ซึ่งเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2567 จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง ในวันที่ 21 มี.ค. 2569 และสำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ไปยังข้าราชการตุลาการผู้มีสิทธิรับเลือกเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้แสดงความประสงค์รับเลือกมายังสำนักงานศาลยุติธรรมตั้งอต่วันที่ 15 ม.ค. 2569 ของประกาศบัญชีหมายเลขผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็น ก.ต.วันที่ 3, 4 ก.พ. 2569 และดำเนินการส่งบัตรเลือกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันที่ 23 ก.พ. 2569 แล้ว โดยผู้มีสิทธิเลือกเป็นข้าราชการตุลาการในชั้นศาลฎีกา ชั้นศาลอุทธรณ์ และชั้นศาลชั้นต้น (ยกเว้นผู้ช่วยผู้พิพากษา)

ปรากฏว่ามีผู้แสดงความประสงค์รับเลือกเป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลฎีกามีจำนวน 10 คน (เลือกเอา 6 คน) ประกอบด้วย

1.นายวีระพงษ์ สุดาวงศ์ รองประธานศาลฎีกา

2.นายฉัตรชัย ไทรโชต ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา

3.นายอดุลย์ ขันทอง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

4.นายตุลยวัตร พรหมพันธ์ใจ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

5.นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

6.นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

7.นายนวรัตน์ กลิ่นรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา

8.นายเลิศชาย จิวะชาติ ผู้พิพากษาศาลฎีกา

9.นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา

10.นายนิรัตน์ ฟูกาญจนานนท์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา

ระดับชั้นศาลอุทธรณ์ 7 คน (เลือก 4 คน) ได้แก่

1.นางมัณทรี อุชชิน ประธานศาลอุทธรณ์
2.นายกีรติ วรพุทธพงศ์ ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
3.นายอนุวัตร ขุนทอง รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
4.นายปุญชรัสมิ์ วราพงศ์พิศาล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1
5.นายสุรพงศ์ กลั่นประชา ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6.นายณรัช อิ่มสุขศรี เลขานุการศาลอุทธรณ์
7.นายสัญญา จีระออน เลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 1

โดยสามารถดูรายชื่อและหมายเลขบุคคลผู้ซึ่งประสงค์รับเลือกเป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละชั้นศาลได้ตามลิงก์ คลิก

ผู้ซึ่งประสงค์รับเลือกเป็น ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลชั้นต้น มีจำนวน 6 คน (เลือกเอา 2 คน) ประกอบด้วย

1.นายสรพงค์ ไกรสุวรรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา
2.นายธนะรัตน์ ศิริพัฒนโกศล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา
3.นางสาวธิดาพร สุวรรณเกษวงศ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี
4.นายอายุกร บุญอากาศ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดบุรีรัมย์
5.นางคิดงาม คงตระกูล ลี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงสงขลา

โดยสามารถดูรายชื่อหมายเลขประวัติและวิสัยทัศน์ ของ 5 ผู้สมัคร ก.ต.ศาลชั้นต้นได้ตามลิงก์ คลิก

ในส่วนของ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ก.ต.ศาลชั้นต้นนอกจาก5 รายชื่อที่ประกาศในเว็บไซต์ ของสำนักงานคณะกรรมการตุลาการแล้ว

ยังมีรายชื่อ นายสิทธิชัย ไชยเจริญ รองเลขานุการศาลอุทธรณ์ ที่เพิ่งแจ้งความประสงค์ในการสมัครรับเลือกตั้งในภายหลัง ทำให้ไม่มีชื่อ ประวัติและวิสัยทัศน์เผยแพร่ปรากฏในเว็บไซต์ ก.ต. และ Inside COJ

สำหรับประวัติและรายชื่อ นายสิทธิชัย ไชยเจริญ รองเลขานุการศาลอุทธรณ์ ผู้สมัครหมายเลข 1301 มีดังนี้

ประวัติการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่ ระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย สมัย 51 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่น 43

ประวัติการดำรงตำแหน่งที่สำคัญ

1.ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ด
2.ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครสวรรค์
3.ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพิจิตร
4.เลขานุการศาลยุติธรรมประจำภาค 6
5.ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสีคิ้ว
6.ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ช่วยทำงานในตำแหน่งเลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 9 อีกตำแหน่งหนึ่ง
7.ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา (ผู้กรองงานรองประธานศาลฎีกา)

นโยบายในการลงสมัครรับเลือกเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลชั้นต้นเพื่อให้สอดรับกับแนวคิด “เป็นธรรม ทันสมัย ใส่ใจคุณภาพชีวิต” ผมขอเสนอนโยบายเชิงรูปธรรม ดังนี้

1.เป็นธรรม (Transparency & Meritocracy)เน้นการสร้างระบบที่ตรวจสอบได้และให้โอกาสที่เท่าเทียม

เกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายที่ชัดเจน: ผลักดันให้มีการเปิดเผยเกณฑ์การพิจารณาโยกย้ายในแต่ละรอบให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อลดความเคลือบแคลงและสร้างความเชื่อมั่นในระบบคุณธรรม

ระบบรับฟังเสียงสะท้อน (Feedback Loop): สร้างช่องทางสื่อสารที่ปลอดภัยให้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสามารถสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลหรือภาระงานไปยัง ก.ต. ได้โดยตรงและเป็นความลับ

ความสมดุลของปริมาณคดี: พิจารณาระบบการกระจายสำนวนและภาระงานให้สอดคล้องกับกำลังคนในแต่ละพื้นที่อย่างเป็นธรรม

2.ทันสมัย (Digital Transformation & Efficiency)มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาลดภาระงานเอกสารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

AI Assistant สำหรับงานกฎหมาย: ผลักดันการใช้ระบบ AI บนเครือข่ายภายใน (Intranet) ที่มีความปลอดภัยสูง (ระบบปิด) เพื่อช่วยสรุปประเด็นข้อพิพาท ค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง หรืองานด้านอื่นๆ

Smart Courtroom: สนับสนุนการอัปเกรดเครื่องมือในห้องพิจารณาคดีให้ทันสมัยและเสถียรยิ่งขึ้น ลดการใช้กระดาษ (Paperless) อย่างจริงจัง

3.ใส่ใจคุณภาพชีวิต (Well-being & Environment)เพราะหัวใจของการอำนวยความยุติธรรมคือผู้พิพากษาที่มีความพร้อมทั้งกายและใจ

ศูนย์สนับสนุนด้านจิตวิทยาและสุขภาพ: จัดให้มีสวัสดิการด้านสุขภาพจิต (Counseling) และการตรวจสุขภาพเชิงรุกสำหรับผู้พิพากษาที่ต้องรับผิดชอบคดีที่มีความเครียดสูง

Work-Life Balance ที่ทำได้จริง: ทบทวนระเบียบที่เอื้อต่อการทำงานที่ยืดหยุ่นในส่วนที่ไม่กระทบต่อการพิจารณาคดี เพื่อให้มีเวลาดูแลครอบครัวและสุขภาพ

การปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่ทำงาน: ดูแลเรื่องความปลอดภัยในศาล เช่น ระบบ CCTV ที่ครอบคลุม

สำหรับจำนวนผู้พิพากษาผู้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก.ต. ทั้งหมดจำนวน 5,287 คน ประกอบด้วย ผู้พิพากษาศาลฎีกา 138 คน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 53 คน ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ 766 คน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ 253 คน ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น 3,552 คน และผู้พิพากษาอาวุโสในศาลชั้นต้น 525 คน

สำหรับกำหนดการส่งบัตรเลือกให้ผู้มีสิทธิเลือก ทางสำนักงานศาลยุติธรรมจะจัดส่งบัตรเลือกพร้อมบัญชีรายชื่อและหมายเลขบุคคลผู้มีสิทธิรับเลือกไปยังข้าราชการตุลาการผู้มีสิทธิเลือกจำนวน 5,287 รายในวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยกำหนดส่งบัตรคืนวันสุดท้ายคือวันที่ 18 มี.ค. 69 เวลา 16.30 น. และตรวจนับคะแนนในวันที่ 19 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 08.30 น.โดยการดำเนินการในวันตรวจนับคะแนนเริ่มตั้งแต่เวลา 07.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้สมัคร ก.ต. ในครั้งนี้ มีรายชื่อผู้สมัครที่น่าสนใจและมีบทบาทโดดเด่น ได้แก่

1.นายวีระพงษ์ สุดาวงศ์ ผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่น 27 ซึ่งมีคิวจะขึ้นสู่ตำแหน่งประธานศาลฎีกาในช่วง ต.ค. 2569 ซึ่งปกติบุคคลที่เตรียมขึ้นดำรงตำแหน่ง ประมุขตุลาการมีโอกาสที่จะมีคะแนนอันดับ 1 ซึ่งเป็นแนวของศาลฎีกาที่เลือก ก.ต. เสมอมา ถึงแม้เพื่อนในรุ่น 27 จะอยู่ในศาลฎีกาอยู่ไม่ค่อยเยอะแล้ว เนื่องจากทยอยเกษียณ และบางส่วนลงอาวุโสในศาลอื่นๆ ถือว่ามีโอกาสได้เป็น ก.ต. สูงอยู่

2.นายฉัตรชัย ไทรโชต ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา รุ่น 28 ซึ่งเพื่อนร่วมรุ่นอยู่ในศาลฎีกาค่อนข้างเยอะ นายฉัตรชัยเป็นเจ้าของสำนวนคดีสำคัญหลายคดี รวมถึงเจ้าของสำนวนคดีทักษิณ ปัจจุบันนายฉัตรชัยเป็น ก.ต. อยู่แล้ว ที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจเลือกเป็น ก.ต. ตั้งแต่ชั้นต้น และชั้นอุทธรณ์

3.นายอดุลย์ ขันทอง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่น 29 เพิ่งลงสมัครเป็นปีแรก แต่เนื่องจากดีกรีเป็นอาจารย์ ผู้บรรยายหลายหลักสูตร ยังเป็นอาจารย์บรรยายที่เนติฯ เป็น ปธ.อนุ กก.ไกล่เกลี่ยของศาล มีภาพลักษณ์เป็นคนประนีประนอม และฝังตัวในศาลฎีกา ตั้งแต่อยู่ในกองผู้ช่วยศาลฎีกามานาน ถือเป็นทีมทำงานใหญ่มาหลายยุคสมัย

4.นายตุลยวัตร พรหมพันธ์ใจ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่น29 นายตุลยวัตร ถือเป็นคิวที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งประธานศาลฎีกา ในช่วง ต.ค. 2571 เลือกตั้ง ก.ต. คราวที่หลังจากย้ายมาศาลฎีกาใหม่ แล้วก็ลองสนาม ลงครั้แรกก็เกือบได้
เชื่อว่าครั้งนี้น่าจะไม่พลาด เพราะอยู่ในศาลฎีกามาสักระยะ ด้วยบุคคลิกที่ส่วนตัวแล้วเป็นคนอัธยาศัยมนุษยสัมพันธ์ดี เป็นกันเอง ที่ผ่านมาเคยเป็น ปธ.คณะทำงานพัฒนาระบบงานศาลยุติธรรม ซึ่งดูแลระบบงานของศาลยุติธรรมทั้งหมด นับเป็นอีก 1 คนที่น่าจะได้รับเลือก

5.นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดีกรีเป็น ก.ต. มาหลายสมัย หากได้รับเลือกจะเป็นได้ถึง ก.ย. เนื่องจากพ้นวาระบริหาร จุดเด่นคือจะเป็นคนออกตัวเกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้นในศาล

6.นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล ผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่น30 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาและเป็นคิวประธานศาลฎีกาใน ต.ค. 2572 ขณะนี้เป็น ก.ต. อยู่เดิม ซึ่งผู้ช่วยฯ รุ่น 30 ขึ้นมาเป็น ระดับผู้พิพากษาศาลฎีกาจำนวนมากก็มีโอกาสได้รับเลือกอีกสมัย ด้วยนิสัยบุคลิกเป็นคนเรียบร้อย มีอัธยาศรัยดี เคยทำงานบริหารต่อเนื่องรอบด้าน ที่ผ่านมาได้ตำแหน่งสำคัญมาหลายที่ อาทิ เลขาฯ ศาลยุติธรรม เลขาฯ ประธานศาลฎีกาฯ เลขาฯ สถาบันพัฒนาข้าราชการตุลาการ

7.นายนวรัตน์ กลิ่นรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา คนนี้ก็น่าจับตามองเนื่องจากเคยได้รับเลือกเป็น ก.ต. อยู่แล้ว เพราะอยู่ศาลฎีกามานาน ตั้งแต่กองผู้ช่วยฯ

ระดับชั้นศาลอุทธรณ์ที่น่าสนใจ ได้แก่

1.นางมัณทรี อุชชิน ประธานศาลอุทธรณ์ แม้หากได้รับเลือกวาระ จะอยู่แค่ ก.ย. แต่ที่ผ่านมา นางมัณทรี ลงรับเลือก ก.ต. ชั้นศาลฎีกา ก็ได้รับเลือกเลย ครั้งนี้มาลงในชั้นอุทธรณ์ ก็มีบทบาทโดดเด่น และเป็นผู้หญิงแกร่ง

2.นายกีรติ วรพุทธพงศ์ ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ นายกีรติเป็นคิวประธานศาลฎีกาในปี 2570 ซึ่งถือว่าใกล้เข้ามา บุคลิกส่วนตัวเป็นคนอัธยาศรัยดี เฮฮาใจใหญ่ เป็นที่พึงพา เพื่อนฝูงลูกศิษย์เยอะได้รับการยอมรับ เป็นที่โดดเด่น ครั้งนี้น่าจะได้รับเลือก ก.ต. ชั้นอุทธรณ์ ที่ผ่านมาเคยเป็นคณะกรรมการในศาลหลายชุด

3.นายณรัช อิ่มสุขศรี เลขานุการศาลอุทธรณ์ เป็นผู้พิพากษาที่ได้รับความนิยม บุคคลิกนิสัยส่วนตัว เป็นที่ยอมรับ เรียกว่าลงสมัคร ก.ต.หรือ กบศ.ครั้งไหนไม่เคยสอบตก แทบจะฟันธงได้เลย

ระดับศาลชั้นต้นที่น่าสนใจ ได้แก่

1.นายสรพงค์ ไกรสุวรรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา รุ่น 46 จะได้ฐานเสียงผู้ช่วย รุ่นนี้ เคยลงเกือบได้ ที่ผ่านมามีคะแนนดี ไม่ได้โดดเด่น แต่ไม่มีศัตรู

2.นายธนะรัตน์ ศิริพัฒนโกศล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา รุ่น 48 บุคลิกแสดงออกความเห็นตรงไปตรงมา ไลน์สภาตุลาการก็จะมีฐานเสียงที่ชอบลักษณะแบบนี้

3.นางสาวธิดาพร สุวรรณเกษวงศ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี รุ่น 49 ส่งเข้าประกวด เป็นผู้หญิงเก่ง มีผู้ใหญ่สนับสนุน ปัจจัยที่ทำให้เป็นตัวเต็งในครั้งนี้เนื่องจากบรรดาเพื่อนๆ ในรุ่นซึ่งมีความรักใครกลมเกลียวกันมาก อยู่ระหว่างดำรงตำแหน่งหัวหน้าศาลทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญ

4.นายสิทธิชัย ไชยเจริญ รองเลขานุการศาลอุทธรณ์ ผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่น 43 ซึ่งส่วนมาก นายสิทธิชัยจะอยู่ในสายบริหารทำงานใกล้ชิดผู้ใหญ่ เคยเป็นเลขาฯ ภาค มีหน้าที่กลั่นกรองงาน ประส่วนข้อมูลต่าง จึงเป็นที่รู้จักเป็นที่รู้จักของคนอื่น นิสัยส่วนตัวอัธยาศัยดี ชอบช่วยเหลือคน มีความสามารถและมีผู้ใหญ่สนับสนุน แม้จะเปิดตัวช้าแต่เชื่อว่ามีฐานคะแนนสำคัญหลายจุด

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า ในการเลือกตั้ง ก.ต. ครั้งนี้ของศาลชั้นต้นจะประเมินได้ยากกว่าชั้นอื่นๆ คะแนนอาจจะไม่ฉีกกันมาก ส่วนในชั้นอุทธรณ์และฎีกาคนที่จะเป็นคิวเป็นประธานศาลฎีกาหรือผู้บริหารระดับสูงมีโอกาสได้รับเลือก

สำหรับ ก.ต. นั้น เป็นองค์กรทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม มีมีหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนชั้น มีอำนาจให้คุณให้โทษ ผู้พิพากษาที่กระทำความผิดรวมถึงคุ้มครองความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี โดย ก.ต. ทั้งคณะจะมีทั้งหมด 15 คน ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ก.ต. โดยตำแหน่ง มี ก.ต.ชั้นศาลฎีกา 6 คน ชั้นศาลอุทธรณ์ 4 คน และศาลชั้นต้น 2 คน และ ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากบุคคลภายนอกอีก 2 คน ที่มาจากการเลือกของผู้พิพากษาและมีกำหนดอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี และติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...