เซ็นทรัล รีเทล ปักธงเวียดนาม ลุยเปิดสาขาใหญ่กว่า 30 แห่ง ภายในปี 2029
สื่อญี่ปุ่นนิคเคอิ เอเชีย รายงานข่าวว่า บริษัท เซ็นทรัล รีเทล วางแผนที่จะเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ตมากถึง 12 แห่ง และเพิ่มจำนวนสาขาหลักในเวียดนามมากกว่า 2 เท่าภายใน 3 ปีข้างหน้า
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่บริษัทไทยกำลังพยายามขยายการดำเนินงานในเวียดนาม ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากคู่แข่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น AEON, Lotte และ Winmart
“ปัจจุบันสัดส่วนค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Retail Penetration) ของเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 13% ขณะที่ประเทศไทยมีสัดส่วนราว 55% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า เวียดนามยังมีศักยภาพในการเติบโตของค้าปลีกสมัยใหม่อีกมากในอนาคต” Pham Thi Thuy Linh หัวหน้าฝ่ายขยายธุรกิจและกิจการองค์กรของเซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม กล่าว
“เรามองเห็นศักยภาพที่แข็งแกร่งไม่เพียงแต่ในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ แต่ยังรวมถึงเมืองรองและจังหวัดต่างๆ ที่กำลังมีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว”
ปัจจุบัน เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินกิจการไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! จำนวน 43 แห่งในเวียดนาม โดยแต่ละแห่งมีพื้นที่ตั้งแต่ 10,000-35,000 ตารางเมตร และห้างสรรพสินค้าขนาดเล็ก mini go! อีก 16 แห่ง ซึ่งโดยทั่วไปมีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000-5,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังดำเนินกิจการซูเปอร์มาร์เก็ต TOPS Market อีก 9 แห่ง และร้านค้า LanChi Mart อีก 23 แห่ง
“ในช่วงระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2026 ถึง 2028 เราวางแผนที่จะเปิดห้างสรรพสินค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ประมาณ 10-12 แห่ง พร้อมด้วยร้าน mini go! อีก 23-25 แห่ง” Pham Thi Thuy Linh กล่าว
เมื่อปีที่แล้ว ‘สุทธิสาร จิราธิวัฒน์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศว่า บริษัทมีแผนจะลงทุน 45,000-47,000 ล้านบาท (1.42,000 ถึง 1.49,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ในประเทศไทยและเวียดนามระหว่างปี 2025-2027 เพื่อกระตุ้นการเติบโต โดยการนำเสนอรูปแบบร้านค้าที่ปรับให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในแต่ละพื้นที่
โดยโปรแกรมสมาชิกสะสมคะแนน (Loyalty Program) ในเวียดนามได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 4.3 ล้านคน ภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน หลังจากเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา
ขณะที่ในประเทศไทย ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกในระบบรวม 23 ล้านคน
ด้าน Pham Thi Thuy Linh หัวหน้าฝ่ายขยายธุรกิจและกิจการองค์กรของ Central Retail Vietnam ระบุว่า เวียดนามมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของบริษัท โดยในช่วง เดือนมกราคม–กันยายน 2025 เวียดนามสร้างรายได้คิดเป็นประมาณ 20% ของรายได้รวมของเซ็นทรัล รีเทล
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวของเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ในขณะที่ของไทยอยู่ที่เกือบ 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้นำของเวียดนามตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้ของประชาชนเป็น 8,500 ดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 และบรรลุอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างน้อย10% ต่อปีในช่วงห้าปีข้างหน้า
แม้ว่าเซ็นทรัล รีเทลจะมีเป้าหมายที่จะขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องเผชิญกับความล่าช้าทางด้านระบบราชการและปัญหาการส่งมอบที่ดินในเวียดนามที่ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์
“ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและการขอใบอนุญาตสำหรับโครงการศูนย์การค้าที่ลงทุนโดยต่างชาติยังคงค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านต่างๆ เช่น การวางแผนค้าปลีกสมัยใหม่ ค่าธรรมเนียมการใช้ที่ดิน และความแตกต่างในการบังคับใช้นโยบายในแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อระยะเวลาของโครงการ” Pham Thi Thuy Linh กล่าว
และยังบอกอีกว่า ในขณะที่ภาคค้าปลีกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วไปสู่รูปแบบ Omni-channel กรอบกฎหมายสำหรับอีคอมเมิร์ซและการค้าปลีกออนไลน์ยังคงอยู่ในระหว่างการปรับปรุง ธุรกิจต่างๆ ต้องการสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่ชัดเจน สอดคล้อง และเท่าเทียมกันระหว่างช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้มั่นใจถึงการแข่งขันที่เป็นธรรมและส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
Pham Thi Thuy Linh กล่าวด้วยว่า ในปี 2025 ยอดขายแบบ Omni-channel ของ Central Retail คิดเป็น 13% ของยอดขายรวมทั้งหมดในเวียดนาม
“เป้าหมายของเราในช่วง 3 ปีข้างหน้าคือการรักษาระดับการเติบโตของรายได้ พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนของช่องทางออนไลน์ โดยได้รับการสนับสนุนจากบริการจัดส่งด่วนและเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เช่น การแนะนำผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล”