โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

25 ปี ศาลปกครอง เดินหน้ายกระดับการอำนวยความยุติธรรมทางปกครองด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ พร้อมก้าวสู่ “ศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์” ที่สมบูรณ์

สวพ.FM91

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

25 ปี ศาลปกครอง เดินหน้ายกระดับการอำนวยความยุติธรรมทางปกครองด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ พร้อมก้าวสู่ “ศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์” ที่สมบูรณ์

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานการแถลงผลการดำเนินงานของศาลปกครอง เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ศาลปกครอง ต่อสื่อมวลชน ณ ห้องสัมมนา 1-2 ชั้น 1 อาคารศาลปกครองสูงสุด อาคาร C ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

ประธานศาลปกครองสูงสุด เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานด้านการพิจารณาพิพากษาคดีปกครองของศาลปกครอง ตลอดระยะเวลา 25 ปี นับตั้งแต่ศาลปกครองเปิดทำการ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2544 จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครอง จำนวน ๒๓๘,๘๓๐ 238,830 คดี เป็นคดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้น จำนวน ๑๖๕,๕๘๓ 165,583 คดี และเป็นคดีอุทธรณ์หรือคดีฟ้องตรงต่อศาลปกครองสูงสุด จำนวน ๗๓,๒๔๗ 73,247 คดี จากภาพรวมคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครองทั้งหมดนั้น ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดีแล้วเสร็จ จำนวน ๒๑๐,๖๘๙ 210,689 คดี คิดเป็นร้อยละ 88 ของคดีที่รับเข้า

และผลจากการขับเคลื่อนนโยบายเร่งรัด ติดตาม และจัดการคดีค้างเกินกว่า 3 ปี เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีปกครองให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด พบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ศาลปกครองมีปริมาณคดีในความรับผิดชอบ จำนวน ๓๙,๗๕๗ 39,757 คดี โดยเมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เทียบกับขั้นตอนและกำหนดระยะเวลาดำเนินงานคดีฯ ตามประกาศศาลปกครอง เรื่อง กำหนดระยะเวลาดำเนินงานคดีในศาลปกครอง พ.ศ. 2566 พบว่า มีคดีที่ดำเนินการได้ตามกำหนดระยะเวลาฯ จำนวน ๓๙,๕๑๔ 39,514 คดี คิดเป็นร้อยละ ๙๙.๓๙ 99.39

นอกจากนี้ ได้เร่งรัดการบังคับคดีตามคำพิพากษาและคำสั่งของศาลปกครองให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งได้ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสนับสนุนการพิจารณาคดีและการบังคับคดีปกครองสำหรับพนักงานคดีปกครอง โดยจัดการฝึกอบรมหลักสูตรการเสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านการบังคับคดีปกครอง และจัดสัมมนาเกี่ยวกับปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการบังคับคดี รวมทั้งพัฒนาระบบการบังคับคดีปกครองทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบุคลากรศาลปกครองและคู่กรณี ซึ่งขณะนี้ระบบบังคับคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบุคลากรศาลปกครอง อยู่ระหว่างการเปิดทดลองใช้งาน ส่วนระบบบังคับคดีปกครองทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบริการคู่กรณี อยู่ระหว่างการปรับปรุงระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562 ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ได้กำหนดเป้าหมายในการบังคับคดีปกครองให้แล้วเสร็จ จำนวน 1,500 คดี โดยมีผลการดำเนินงานจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 สามารถดำเนินการบังคับคดีปกครองแล้วเสร็จ จำนวน 1,607 คดี คิดเป็นร้อยละ 107.13 ของเป้าหมายที่กำหนด

ตลอด 25 ปี ที่ผ่านมา ศาลปกครองไม่เพียงแต่ทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีปกครองตามหลักนิติธรรมเท่านั้น แต่ยังตระหนักถึงการปรับตัวให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตของประชาชน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สู่การเป็นศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประชาชน โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ มุ่งเน้น “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” เพื่อให้สามารถเข้าถึงความยุติธรรมทางปกครองได้อย่าง “สะดวก และรวดเร็ว” ตลอดกระบวนการตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดแบบครบวงจร ตั้งแต่การขอรับคำปรึกษาแนะนำการยื่นฟ้องคดี การยื่นฟ้องคดีปกครองออนไลน์ไปจนถึงการบังคับคดี โดยการใช้บริการผ่านระบบดิจิทัลรองรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับประชาชน คู่กรณี และหน่วยงานภาครัฐ (e-Service) ที่ช่วยประหยัดเวลา ค่าใช้จ่ายและงบประมาณ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชน คู่กรณี และหน่วยงานภาครัฐได้เป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ยังได้ยกระดับการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองผ่านระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Court) เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมที่สะดวกและรวดเร็ว โดยพัฒนาระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์สำหรับตุลาการศาลปกครองและบุคลากรภายในสำนักงานศาลปกครอง เพื่อสนับสนุนการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ชั้นตรวจคำฟ้องจนถึงชั้นบังคับคดีเพื่อให้คู่กรณีสามารถยื่นคำร้องและคำขอต่าง ๆ ในชั้นบังคับคดีผ่านช่องทางออนไลน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Mediation) โดยสนับสนุนกระบวนการไกล่เกลี่ย ตั้งแต่การยื่นคำขอจนถึงการทำสัญญาประนีประนอมยอมความผ่านระบบดิจิทัล และระบบบังคับคดีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Execution) รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายใน ลดต้นทุนทรัพยากร และสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ทันสมัย ภายใต้แนวคิดองค์กรไร้กระดาษ (Paperless) ซึ่งการพัฒนาระบบดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการทำงาน แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่คล่องตัว และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวไปสู่การเป็นศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) ในอนาคตอันใกล้

นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับการดำเนินงานและการให้บริการประชาชนแล้ว ศาลปกครองได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นในการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง โดยมุ่งเน้น การพัฒนาระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัลที่ได้มาตรฐานสากล ทันสมัยและทันต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนในปัจจุบัน ภายใต้มาตรฐานตามกฎหมาย อาทิ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 เป็นต้น โดยยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เฝ้าระวังภัยคุกคามตลอด 24 ชั่วโมง พัฒนามาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลคดีและข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ประชาชนและคู่กรณีมั่นใจได้ว่า ข้อมูลคดีจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Office : DPO) และจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับผู้ใช้ระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์อย่างชัดเจน โดยกำหนดให้เพียงผู้ใช้งานที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการเฉพาะจุดเพื่อลดความเสี่ยงภัยคุกคามทางไซเบอร์ ตลอดจนมีระบบสำรองและกู้คืนข้อมูลเพื่อความต่อเนื่องของการบริการ กรณีมีภัยพิบัติหรือเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมทางปกครองไม่หยุดชะงัก ทั้งมีแผนการสำรองข้อมูล (Backup Plan) ศูนย์สำรองข้อมูล (Data Center) รวมถึงเทคโนโลยีการกู้คืนที่รวดเร็ว เพื่อให้สามารถนำข้อมูลกลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ

ในโอกาสครบรอบ 25 ปี และก้าวสู่ปีที่ 26 ศาลปกครองมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล โดยได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อมุ่งสู่การเป็น “ศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ที่สมบูรณ์ (e-Admincourt)” ภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๐ อย่างเต็มรูปแบบ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของศาลปกครองในก้าวต่อไปสู่การเป็นศาลปกครองอัจฉริยะในปี พ.ศ. 2575 ศาลปกครองกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาต้นแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน และสนับสนุนการบริหารจัดการคดีอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการวางรากฐานธรรมาภิบาลข้อมูล และธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (Data Governance and AI Governance) ได้แก่ การยกระดับการบริการประชาชนด้วยปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาพิพากษาคดีในทุกขั้นตอน รวมทั้งการทดสอบการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะและระบบบริการอัตโนมัติด้วย Generative AI ตลอดจนการจัดทำพิมพ์เขียว (Blueprint) สำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI กับภารกิจของศาลปกครองได้อย่างเหมาะสม คุ้มค่า และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการดำเนินงานด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเชิงรุก โดยการออกคำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุด เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อให้ตุลาการศาลปกครองนำกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาใช้ในการระงับข้อพิพาท และให้คู่กรณีเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย เพื่อยุติข้อพิพาทด้วยความเรียบง่าย รวดเร็ว และถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการเสริมสร้างความรู้และพัฒนาศักยภาพเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง ประกอบด้วย

1) การสัมมนา เรื่อง “การนำกระบวนการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทมาใช้ในคดีปกครอง” เพื่อเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครองให้กับคู่กรณี ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งส่งเสริมให้คู่กรณีใช้การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครองเป็นทางเลือกในการระงับข้อพิพาท

2) การสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “ปัญหาในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการระงับ ข้อพิพาทในคดีปกครองด้วยกระบวนการไกล่เกลี่ย” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างหลักเกณฑ์การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกี่ยวกับเงินหรือทรัพย์สินในคดีปกครอง รวมทั้งรับฟังปัญหาอุปสรรคของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยกรมบัญชีกลางได้จัดทำ “ร่างหลักเกณฑ์การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกี่ยวกับเงินหรือทรัพย์สินในคดีปกครอง” เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมีข้อเสนอต่อร่างหลักเกณฑ์การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดังกล่าว ที่ออกตามมาตรา ๖๖/๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ซึ่งขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการนำความเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าวไปปรับปรุงร่างหลักเกณฑ์ฯ ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น และ

3) การสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง เพื่อให้คดีเสร็จโดยเร็ว ซึ่งที่ผ่านมา ได้ดำเนินการร่วมกับสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานศาลปกครองขอนแก่น นครสวรรค์ และสงขลา และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้จะดำเนินการร่วมกับสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคอีกจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ สำนักงานศาลปกครองพิษณุโลก เพชรบุรี อุดรธานี ยะลา และสุพรรณบุรี

ในขณะเดียวกัน ได้มีการจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครองในสำนักส่งเสริมงานคดีปกครอง เพื่อทำหน้าที่สำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาการดำเนินการ การติดตามประเมินผล และรายงานการดำเนินการเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง ตลอดจนศึกษา วิเคราะห์ เปรียบเทียบและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง จัดทำฐานข้อมูลทางวิชาการและสนับสนุนด้านวิชาการ รวมถึงจัดทำรายงานการดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครองประจำปี และประสานราชการของคณะกรรมการที่เกี่ยวเนื่องกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...