โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ชี้สงครามขยายตัว หลังเรือดำน้ำสหรัฐยิงเรือรบอิหร่านนอกพื้นที่สู้รบ

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 มีนาคม 2569 เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

6มี.ค.2569 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

สงครามขยายตัว
ท่าจะหยุดไม่อยู่ สงครามขยายตัวแล้ว
เรือรบอิหร่าน กลับจากร่วมฝึกซ้อมรบกับอินเดียอยู่ในระหว่างเดินทางกลับประเทศ
ถูกยิงจากเรือดำน้ำอเมริกัน ได้รับความเสียและจมลงในมหาสมุทรอินเดีย
ลูกเรือได้รับความช่วยเหลือจากกองเรือศรีลังกา
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดียยืนยันว่า เรือรบทุกลำที่มาร่วมฝึกซ้อมรบต้องไม่นำกระสุน
และจรวดหรือตอร์ปิโดมาด้วย
นั่นเท่ากับว่า เรือรบของอิหร่านลำนี้ไม่ทางเป็นภัยต่อกองเรืออเมริกัน
นี่คือการยิงเรือรบ ที่ไม่มีทางสู้และบนเส้นทางที่ภาษากฎหมายทางทะเล
เรียกว่า Innocent Passage หรือ การเดินทางผ่านโดยสุจริต
ประกาศสำคัญ เป็นการยิงเรือรบนอกพื้นที่ปฎิบัติการสู้รบ
หลังเหตุการณ์ อิหร่านตอบโต้เอาคืนทันที ด้วยการยิงทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐ
ทางตอนเหนือของอ่าวเปอร์เชีย ที่จอดบริเวณท่าเรือของคูเวต ไฟลุกไหม้เสียหาย
นอกจากนั้น อิหร่านได้ทำลายท่อส่งน้ำมันดิบที่มาจากอาเซอร์ไบจันพาดผ่านจอร์เจีย
มาสู่อิสราเอลได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นปริมาณน้ำมันมากถึง 30% ที่นำเข้าอิสราเอล
น่าสังเกตว่า ยุทธศาสตร์การตัดท่อน้ำเลี้ยง พลังงานของอิหร่านต่อศัตรูในภูมิภาค
ทั้งการโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน ฐานขุดเจาะน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน
ประมาณว่า อิหร่านส่งออกน้ำมันไม่ได้ คนอื่นก็ไม่ต้องส่งออกเหมือนกัน
ประการสำคัญ อิหร่านยังไม่ได้แสดงท่าทีว่า ของใกล้หมด
แม้จำนวนการยิงอาจจะลดลงแต่ยังยิงอยู่เรื่อยๆ
ทำลายอิสราเอลซึ่งเป็นภัยสำคัญที่สุดให้ง่อยเปลี้ยเสียขา
ต้องใช้เวลาอย่างมากในการฟื้นฟูประเทศและการสร้างอาวุธล๊อตใหม่เพิ่มเติม
เพื่อลดภยันตรายของอิสราเอลคู่ต่อสู้ที่สำคัญในภูมิภาค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...