โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

IEA มีมติระบายน้ำมันสำรองจากคลังฉุกเฉินครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ 400 ล้านบาร์เรล สหรัฐร่วมปล่อย 172 ล้านบาร์เรล

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 00.04 น.
ดร. ฟาติห์ บิโรลผู้อำนวยการบริหาร IEA ที่มาภาพ:https://www.iea.org/events/statement-by-iea-executive-director-on-energy-markets

ประเทศสมาชิก IEA เตรียมระบายคลังสำรองน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ท่ามกลางภาวะตลาดหยุดชะงักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ประเทศสมาชิกองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency:IEA) ทั้ง 32 ประเทศ มีมติเป็นเอกฉันท์ในวันที่ 11 มีนาคม 2569 เห็นชอบให้ระบายน้ำมันดิบจำนวน 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองฉุกเฉินออกสู่ตลาด เพื่อรับมือกับภาวะตลาดน้ำมันหยุดชะงักซึ่งเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลาง

แถลงการณ์ของ IEA ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ระบุว่า การตัดสินใจดำเนินมาตรการฉุกเฉินร่วมกันในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากการประชุมสมัยพิเศษของรัฐบาลสมาชิก IEA เมื่อวานนี้ โดยมีผู้อำนวยการบริหารของ IEA เป็นผู้เรียกประชุมเพื่อประเมินสภาวะตลาดท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน

“ความท้าทายในตลาดน้ำมันที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ใหญ่หลวงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ดังนั้น ผมจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศสมาชิก IEA ได้ตอบสนองด้วยการดำเนินมาตรการฉุกเฉินร่วมกันในระดับที่ยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์เช่นนี้” ดร. ฟาติห์ บิโรล ( Fatih Birol)ผู้อำนวยการบริหาร IEA กล่าว

“เนื่องจากตลาดน้ำมันเป็นตลาดระดับโลก ดังนั้นการตอบสนองต่อภาวะหยุดชะงักครั้งสำคัญจึงจำเป็นต้องดำเนินการในระดับโลกด้วยเช่นกัน ความมั่นคงทางพลังงานคือภารกิจหลักในการก่อตั้ง IEA และผมรู้สึกยินดีที่สมาชิก IEA ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเข้มแข็ง ในการตัดสินใจดำเนินมาตรการร่วมกันอย่างเด็ดขาดในครั้งนี้”

คลังสำรองฉุกเฉินจะถูกระบายออกสู่ตลาดตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ภายในของแต่ละประเทศสมาชิก และจะมีการเสริมด้วยมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมจากบางประเทศประกอบกันด้วย

ปัจจุบันกลุ่มประเทศสมาชิก IEA มีน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวมกันกว่า 1,200 ล้านบาร์เรล พร้อมด้วยน้ำมันสำรองภาคอุตสาหกรรมอีก 600 ล้านบาร์เรลที่ถือครองตามข้อกำหนดของรัฐบาล การประสานงานเพื่อระบายน้ำมันสำรองในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 ในประวัติศาสตร์ของ IEA นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1974 โดยการดำเนินมาตรการร่วมกันในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 1991 ปี 2005 ปี 2011 และเกิดขึ้น 2 ครั้งในปี 2022

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดชะงัก โดยในปัจจุบันปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นลดลงเหลือไม่ถึง 10% ของระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันทั่วทั้งภูมิภาคจำเป็นต้องหยุดการผลิตหรือปรับลดกำลังการผลิตลงอย่างมหาศาล

ในปี 2025 มีการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยสูงถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 25% ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก ทั้งนี้ ทางเลือกในการขนส่งน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซนั้นมีจำกัด

สำนักเลขาธิการ IEA จะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินมาตรการร่วมกันในครั้งนี้ให้ทราบในลำดับต่อไป นอกจากนี้ IEA จะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่รัฐบาลของประเทศสมาชิกตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 3% แม้ว่า IEA จะประกาศระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์เป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรลก็ตาม

ดัชนีราคาน้ำมันอ้างอิงทั้ง West Texas Intermediate (WTI) และ Brent ต่างไม่ขานรับข่าวการระบายน้ำมันมหาศาลและมุ่งความสนใจไปที่ข้อจำกัดด้านอุปทานในช่องแคบฮอร์มุซแทน โดยราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้น 4% แตะระดับ 91.12 ดอลลาร์ และ WTI เพิ่มขึ้น 3.9% อยู่ที่ 86.02 ดอลลาร์

สหรัฐร่วมปล่อย 172 ล้านบาร์เรล

ในวันเดียวกันสหรัฐอเมริกาประกาศว่าจะระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินจำนวน 172 ล้านบาร์เรล โดยจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เพื่อพยายามลดราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน

นายคริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนน้ำมันของสหรัฐฯ ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการระบายน้ำมันร่วมกันทั้งหมด 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งสมาชิก 32 ประเทศของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ตกลงร่วมกันเมื่อช่วงต้นวัน

การระบายน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในครั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 120 วัน

นายไรต์ได้กล่าวในแถลงการณ์ว่า อิหร่านและกลุ่มตัวแทนผู้ก่อการร้ายมุ่งหมายจะสังหารชาวอเมริกันมาเป็นเวลา 47 ปีแล้วพวกเขาบิดเบือนและคุกคามความมั่นคงทางพลังงานของอเมริกาและพันธมิตรมาโดยตลอด แต่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ ยุคสมัยเหล่านั้นกำลังจะสิ้นสุดลง

การดำเนินการร่วมกันภายใต้กรอบของ IEA ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่รัสเซียเริ่มเปิดฉากบุกยูเครนเต็มรูปแบบ

การระบายน้ำมันจำนวน 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองฉุกเฉินของ 32 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป ตลอดจนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จะถือเป็นการระบายน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...