โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนภัยฤดูร้อน! กองขยะเสี่ยงลุกไหม้เอง เกิดควันพิษกระทบชุมชน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อากาศร้อนและแห้งในช่วงฤดูร้อนทำให้ “กองขยะ” มีความเสี่ยงเกิดไฟไหม้ได้ง่าย ทั้งจากการลุกติดไฟเองภายในกองขยะและการจุดไฟจากมนุษย์ เช่น การทิ้งก้นบุหรี่หรือการลักลอบเผากระบวนการย่อยสลายของขยะอินทรีย์ภายในกองขยะทำให้เกิดก๊าซและความร้อนสะสม จนเกิดจุดความร้อนและอาจลุกไหม้ ส่งผลให้เกิดควันพิษ ฝุ่น PM2.5 และสารอันตรายต่อสุขภาพ การป้องกันต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พลิกกองขยะ ฉีดพ่นน้ำ ลดขยะเชื้อเพลิง และในระยะยาวควรปรับระบบจัดการขยะไปสู่การฝังกลบที่ถูกหลักสุขาภิบาล

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับ ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี “ปัญหาไฟไหม้กองขยะ” มักเกิดขึ้นซ้ำซากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศร้อนจัดและแห้งแล้ง เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งจากควันพิษ กลิ่นเหม็น และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ปัญหานี้จึงกลายเป็นบทเรียนที่สังคมต้องให้ความสำคัญและหาทางป้องกันอย่างจริงจัง

ในช่วงต้นปี 2569 มีรายงานเหตุไฟไหม้บ่อขยะและกองขยะหลายแห่งในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น บ่อขยะที่องค์การบริหารส่วนตำบลตาลเดี่ยว จังหวัดสระบุรี กองขยะในซอยสังฆประชา 9 เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร บ่อขยะบ้านโพนสูง จังหวัดอุดรธานี และบ่อขยะเก่าในพื้นที่แพรกษาใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ สาเหตุสำคัญมาจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง รวมถึงการลักลอบเผาขยะเพื่อลดปริมาณขยะที่สะสมอยู่

ข้อมูลด้านการจัดการขยะของประเทศไทยระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยประมาณ 28 ล้านตัน แม้จะมีการจัดการขยะในหลายรูปแบบ แต่ยังมีสถานที่กำจัดขยะแบบเทกอง หรือ open dump อยู่ไม่น้อยกว่า 1,937 แห่ง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เช่น กลิ่นเหม็น น้ำเสีย และมีความเสี่ยงเกิดไฟไหม้ในช่วงฤดูร้อน

การเกิดไฟไหม้กองขยะบางกรณีไม่ได้มาจากการจุดไฟโดยตรง แต่เกิดจากปรากฏการณ์ การลุกติดไฟได้เองของกองขยะ (Spontaneous combustion) ซึ่งเกิดจากการสะสมของวัสดุที่ติดไฟได้จำนวนมาก เช่น เศษผ้า พลาสติก ไม้ กระดาษ รวมถึงขยะที่มีสารเคมีและกระป๋องสเปรย์ ขณะเดียวกันภายในกองขยะยังมีขยะอินทรีย์จำนวนมาก เช่น เศษอาหาร ผัก และผลไม้ เมื่อขยะเหล่านี้ถูกฝังลึกลงไปภายในกองขยะมากกว่า 42 เซนติเมตร จะเกิดกระบวนการย่อยสลายแบบไร้ออกซิเจนโดยจุลินทรีย์ ทำให้เกิดก๊าซต่าง ๆ เช่น ก๊าซมีเทน ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ก๊าซแอมโมเนีย และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมทั้งปลดปล่อยความร้อนสะสมภายในกองขยะ

เมื่อเวลาผ่านไปมากกว่า 10 วัน ความร้อนภายในกองขยะอาจเพิ่มสูงขึ้นจนเกิดจุดความร้อน หรือ hot spot หากอุณหภูมิสูงเกิน 55 องศาเซลเซียส และยังมีออกซิเจนหลงเหลืออยู่ในกองขยะร่วมกับวัสดุที่ติดไฟได้ ก็มีโอกาสทำให้เกิดการลุกไหม้ได้เอง และเมื่อไฟลุกลามก็จะก่อให้เกิดมลพิษต่าง ๆ เช่น ฝุ่นละออง PM2.5 ควันพิษ กลิ่นเหม็น รวมถึงสารไดออกซินและฟูแรน ซึ่งเป็นสารอันตรายที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

แม้ว่าก๊าซมีเทนจะเกิดขึ้นจากกระบวนการย่อยสลายขยะ แต่โดยปกติแล้วก๊าซชนิดนี้ต้องใช้ความร้อนมากกว่า 500 องศาเซลเซียสจึงจะติดไฟได้เอง อย่างไรก็ตาม ก๊าซมีเทนสามารถทำให้ไฟไหม้กองขยะรุนแรงขึ้นเมื่อเกิดการลุกไหม้แล้ว นอกจากนี้ สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งคือการกระทำของมนุษย์ เช่น การทิ้งก้นบุหรี่ลงในกองขยะ หรือการลักลอบจุดไฟเผาขยะ

ในช่วงฤดูร้อน หน่วยงานท้องถิ่น เช่น เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล จึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เช่น การเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงในพื้นที่ การป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปจุดไฟในกองขยะ และการจัดเวรยามตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การป้องกันการลุกไหม้ของกองขยะสามารถทำได้โดยการพลิกกองขยะเพื่อระบายความร้อน การฉีดพ่นละอองน้ำในช่วงที่อากาศร้อนจัด และการคัดแยกขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น พลาสติก กระดาษ หรือไม้ เพื่อลดปริมาณเชื้อเพลิงในกองขยะ

ปัญหาไฟไหม้กองขยะในช่วงฤดูร้อนเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายพื้นที่ของประเทศไทย การเฝ้าระวังและป้องกันอย่างจริงจังจึงเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ในระยะยาวควรยกเลิกการกำจัดขยะด้วยวิธีเทกองแบบเดิม และปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล พร้อมทั้งจัดการก๊าซที่เกิดขึ้นภายในบ่อขยะอย่างเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมการคัดแยกและนำขยะไปใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดไฟไหม้ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...