โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สำนักศิลปากร แจ้งความ 'พระ' บุกรุกก่อสร้างใน โบราณสถานเมืองตาก หลังเตือนแล้วยังฝ่าฝืน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 13.11 น.

ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ชี้แจงกรณีมีพระบุกรุกเข้ามาก่อสร้างในพื้นที่โบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม จากกรณีที่ชมรมตามรอยเจ้าตาก และคณะเข้าพบ นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ร้องเรียนมีผู้บุกรุกโบราณสถาน (วัดร้าง) เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย พบ นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย

โดย นายวสันต์ กล่าวว่า วัดดอยข่อยเขาแก้ว(ร้าง) เป็นวัดที่อยู่ในทะเบียนวัดร้าง จังหวัดตาก ตั้งอยู่นพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก จ.ตาก มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน โฉนดเลขที่ 11243 เล่มที่ 113 หน้า 43 เลขที่ดิน 85 หน้าสำรวจ 841 มีเนื้อที่จำนวน 88 ไร่ โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค.63 นายนเรศ สันติพงษ์ ตัวแทนราษฎร หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก จ.ตาก

ได้ร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตาก และสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดตาก ตรวจสอบกรณีพระสมบูรณ์ วรธมฺโม บุกรุกที่ดินวัดดอยข่อยเขาแก้ว(ร้าง) และกล่าวถึง กรณีขออนุญาตยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุจำพรรษา ว่า การกระทำดังกล่าวจะต้องเป็นตามความต้องการของประชาชนหมู่ที่ 2 ต.แม่ท้อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด และจะต้องอยู่ห่างจากวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาไม่ต่ำกว่า 2 กิโลเมตร แต่ในความเป็นจริงวัดดอยข่อยเขาแก้ว(ร้าง) กับวัดกลางสวนดอกไม้ เป็นวัดที่มีพื้นที่ติดกัน ราษฎรในพื้นที่ไม่เห็นด้วยที่จะยกวัดดอยข่อยเขาแก้ว(ร้าง) ขึ้นเป็นวัดอยู่จำพรรษา และหากปล่อยให้พระสมบูรณ์ วรธมฺโม กับพวกพำนักอยู่ในวัดฯ ก็จะทำให้เกิดความแตกแยก ในหมู่บ้าน

อีกทั้งวัดดอยข่อยเขาแก้ว(ร้าง) กรมศิลปากรได้ประกาศเป็น “โบราณสถานสำหรับชาติ”เมื่อปี พ.ศ.2475 ซึ่งมีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

นายวสันต์ กล่าวอีกว่า ในอำนาจหน้าที่ของสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.แม่ท้อ จ.ตาก กรณีที่มีพระสมบูรณ์ มาดำเนินการก่อสร้างโดยไม่รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร ในพื้นที่โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รับการร้องทุกข์ครั้งนี้แล้ว และจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป เมื่อพนักงานสอบสวนเข้ามาดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงก็จะรวบรวมพยานหลักฐานไม่ว่าจะเป็นพยานวัตถุ พยานบุคคลแล้วก็พยานเอกสาร พนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะรวบรวมหลักฐานเหล่านี้ทำสำนวนส่งให้อัยการ แล้วอัยการก็จะเป็นผู้พิจารณาว่าสำนวนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมามีหลักฐานพร้อม พนักงานอัยการก็จะพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ต่อไปก็จะเป็นเรื่องของการไต่สวนในชั้นศาล

นายวสันต์ กล่าวอีกว่า ในเบื่องต้นเคยมีการหารือกันกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมีท่านเจ้าคณะจังหวัดตากเป็นประธานเรื่องนี้จริงๆ แล้วต้องท้าวความไปในปี 2563 ซึ่งมีการร้องเรียนการบุกรุกโบราณสถาน ในขั้นต้นก็จะเกี่ยวพันกับสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดตากเป็นหลัก เนื่องจากมีพระสงฆ์เข้าไปทำกิจกรรมภายในวัดร้าง วัดดอยข่อยเขาแก้ว ทางสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็มาออกโฉนด 88 ไร่ประมาณปี 2530 เป็นพื้นที่วัดร้างที่อยู่ในความปกครองดูแลของสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมีสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดตากในฐานะที่อยู่ในพื้นที่เป็นผู้กำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง

สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดตาก เป็นผู้กำกับดูแลในชั้นต้น แล้วก็มีการร้องเรียนว่ามีพระสงฆ์เข้ามาปฏิบัติกิจในพื้นที่วัดโดยไม่รับอนุญาตซึ่งในครั้งนั้นสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดตาก ก็ได้มีหนังสือแจ้งพระสงฆ์ที่มาทำกิจกรรมโดยไม่รับอนุญาตว่า “ต้องได้รับอนุญาตก่อน แล้วก็ให้ท่านกลับไปยังวัดต้นสังกัดที่วัดพระนารายณ์ แต่ท่านก็ยังไม่ดำเนินการตามที่สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดตาก ได้แจ้ง”

จากนั้น ก็มีการร้องเรียนจากผู้ที่เกี่ยวข้องจนเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาตรวจในเรื่องนี้ แล้วก็มีแนวทางให้ท่านกลับไปวัดต้นสังกัด ถ้าจะมาทำกิจกรรมก็มาทำกิจกรรมเป็นครั้งคราวได้แต่ต้องขออนุญาตจากสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดตาก และไม่ให้ก่อสร้างในพื้นที่ที่เป็นโบราณสถานแต่ก็ไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างที่เป็นข้อตกลงกันไว้

แล้วก็สิ่งก่อสร้างที่มีการก่อสร้างแล้วในก่อนหน้านี้ก็เคยมีการประนีประนอมกันว่า อยากให้ท่านรื้อหรือเคลื่อนย้ายสิ่งก่อสร้างออกไป หากจะยกวัดร้างเป็นวัดที่มีพระจำพรรษาก็ขออนุญาตตามระเบียบหรือข้อกฎหมายของสำนักพุทธศาสนา แต่ก็ยังมีการคัดค้านกันอยู่ สิ่งก่อสร้างที่เคยตกลงกันไว้ว่าจะให้รื้อเคลื่อนย้ายไปก็ยังไม่ได้ดำเนินการ

จนถึงที่สุดแล้ว เมื่อเวลาล่วงเลยไปพอสมควรแล้วเราก็เลยไม่สามารถที่จะละเลยหน้าที่ได้ในฐานะที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็ต้องร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สำนักศิลปากร แจ้งความ ‘พระ’ บุกรุกก่อสร้างใน โบราณสถานเมืองตาก หลังเตือนแล้วยังฝ่าฝืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...