โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บาทอ่อนค่าหลุด 32 บาท จับตา ช่องแคบฮอร์มุซ ปิดตายดันน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 21.23 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 04.22 น.

ค่าเงินบาทอ่อนค่าหลุดระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 3 เดือน ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ช่วงเช้าวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 08.45 น. เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.10–32.12 บาทต่อดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้อ่อนค่าไปแตะระดับ 32.21 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 31.84 บาทต่อดอลลาร์

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า ค่าเงินบาทและสกุลเงินอื่นในเอเชียอ่อนค่าลงตามทิศทางเดียวกัน เนื่องจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

โดยเฉพาะกรณีผู้นำสูงสุดของอิหร่านส่งสัญญาณเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

ขณะเดียวกันราคาน้ำมันในตลาดโลกยังเคลื่อนไหวในระดับสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะต่อไป อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐยังปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 32.17 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 31.85 บาท โดยในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาททยอยอ่อนค่าทะลุแนวต้านสำคัญที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น

ความตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง ขณะเดียวกันข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด เช่น ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกที่ลดลงเหลือ 213,000 ราย ทำให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยล่าสุดตลาดให้น้ำหนักประมาณ 75% ว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยได้เพียงครั้งเดียวในปีนี้

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้บอนด์ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับประมาณ 4.27% ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง และกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก

ในตลาดการเงินโลก บรรยากาศการลงทุนกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง โดยดัชนี S&P500 ปรับลดลง 1.52% และดัชนี Nasdaq ลดลง 1.78% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลง 0.61% จากความกังวลต่อเงินเฟ้อและท่าทีการดำเนินนโยบายการเงินที่อาจเข้มงวดขึ้น

ขณะเดียวกันดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่บริเวณใกล้ 100 จุด โดยหากสามารถยืนเหนือระดับ 99.5 จุดได้อย่างชัดเจน อาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 101 จุดในระยะถัดไป

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท นักวิเคราะห์ประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าที่ทะลุระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ อาจเปิดโอกาสให้เงินบาทอ่อนค่าต่อไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 32.20–32.30 บาทต่อดอลลาร์ และหากแรงกดดันยังต่อเนื่องอาจเห็นระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวแบบ Two-way Risk หรือผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในภูมิภาคดังกล่าวสามารถส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินได้อย่างรวดเร็ว

นักวิเคราะห์จึงแนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนใช้การวิเคราะห์แบบ Scenario Analysis และใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง เช่น Options เพื่อรับมือกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง

ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 31.90–32.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันโลก กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ อาทิ ดัชนีราคา PCE ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ข้อมูลตำแหน่งงานเปิดรับ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...