โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขมันที่อันตรายที่สุด! อยู่ส่วนไหนของร่างกาย มาดูเลย….

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 23.30 น. • เดลินิวส์
ไขมันที่อันตรายที่สุด! อยู่ส่วนไหนของร่างกาย และมีวิธีกำจัดอย่างไร

วันนี้ “เดลินิวส์” บทความจากเพจศูนย์อนามัยที่ 5 เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับสุขภาพ ที่มาโดย Self - Monitoring Diet & Exercise เขียนเกี่ยวกับไขมันที่อันตรายที่สุดในร่างกายคือบริเวณใด

ไขมันในร่างกายของเรามีหลายชนิดด้วยกัน แต่ไขมันที่อันตรายที่สุด คือ ไขมันบริเวณช่องงท้อง(Visceral Fat) เนื่องจากเกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, โรคความดันสูง และโรคอื่นๆอีกมากมาย

ไขมันในร่างกายของเรามีหลายชนิดด้วยกัน บางชนิดมีประโยชน์มาก ช่วยห่อหุ้มอวัยวะภายใน บางชนิดมีไว้เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย แต่มีไขมันชนิดหนึ่งในร่างกายที่เปรียบเสมือนระเบิดเวลา ยิ่งมีไขมันชนิดนี้มากอาจทำให้เกิดโรคที่ถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว เจ้าไขมันชนิดนี้เรียกว่า Visceral Fat

Visceral Fat คืออะไร

โดย ปกติถ้าเราพูดถึงไขมัน เราก็จะนึกถึงสิ่งที่นุ่มๆอยู่ใต้ผิวหนังของเรา ยิ่งเราอ้วนขึ้นมากเท่าไร ไขมันใต้ผิวหนังก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าไขมันพวกนี้หลายคนไม่ชอบเลยเพราะทำให้ดูอ้วน แต่จริงๆแล้วไขมันพวกนี้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเท่าไร มันเป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกายที่ขนมาเก็บไว้เท่านั้น ไม่ใช่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ (แค่มันทำให้เราดูอ้วนซึ่งจริงๆก็ไม่มีใครชอบเท่าไรนัก )

"ไม่เกี่ยวกับความอ้วน.. คนผอมก็มี Visceral Fat เยอะได้!"

Visceral Fat มันไม่เหมือนกับไขมันใต้ผิวหนังครับ ไขมันใต้ผิวหนังเกิดจากการที่เรารับแคลลอรี่มากเกินกว่าที่ร่างกายจะใช้หมด ร่างกายจึงนำไปเก็บสะสมไว้ แต่ Visceral Fat เกิดจากการที่เรามีไลฟ์สไตล์ที่มีการเคลื่อนไหวน้อยในแต่ละวัน

Visceral Fat เกิดจากการที่เราไม่ได้ออกกำลังกาย และทำให้หายไปด้วยการออกกำลังกาย! ซึ่งมีงานวิจัยกับผู้หญิงที่เป็นโรคอ้วนและเบาหวาน โดยได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกให้ควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว ส่วนกลุ่มที่สองให้ควบคุมอาหารพร้อมๆกับการออกกำลังกาย

  • ผลค้นพบ ว่ากลุ่มแรกมีไขมันใต้ชั้นผิวหนังลดลงแต่ visceral fat ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
  • ส่วนกลุ่มที่สองที่มีการออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย พบว่าทำให้ ทั้งไขมันใต้ผิวหนังและ visceral fat ลดลงอย่างชัดเจน

อีกงานวิจัยหนึ่งพบว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิคเป็นเวลา 45 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ สามารถช่วยลด Visceral Fat ในผู้ที่เป็นโรคอ้วนที่มีอายุระหว่าง 50-75 ปี ได้ 3.4-6.9% ด้วยกัน

รูปข้างล่างเป็นภาคตัวขวางลำตัวมนุษย์ สีขาวข้างนอกคือไขมันใต้ผิวหนัง ส่วนสีขาวข้างในคือ Visceral Fat ซึ่งจะเห็นว่าแม้ในคนที่มีรอบเอวเท่ากัน แต่ Visceral Fat จะมากน้อยต่างกันก็เป็นได้

ไขมันชนิดแรกที่จะหายไปเมื่อออกกำลังกาย

หลายๆ คนเมื่อเริ่มออกกำลังกายไปสักพักจะพบว่ากางเกงหลวมขึ้นทั้งๆที่น้ำหนักยังคง ที่เท่าเดิม คำอธิบายโดยทั่วไปก็จะบอกว่าเพราะกล้ามเนื้อมีมากขึ้นและไขมันมีน้อยลงจึงทำ ให้น้ำหนักไม่เปลี่ยนแปลง(ประมาณว่าน้ำหนักไขมันลดลงแต่มีน้ำหนักกล้ามเนื้อ มาแทน) แต่อีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้ก็ คือ Visceral Fat เป็นไขมันชนิดแรกที่ถูกเบิร์นจากการออกกำลังกาย ดังนั้นเมื่อ Visceral Fat ซึ่งแข็งและอยู่บริเวณช่องท้องหายไป เราจึงรู้สึกว่าพุงเรายุบลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...