ยายใจสลาย! หลานชายวัย 7 ขวบ วิ่งเล่นกับเพื่อน โดนรถทับดับคาที่
13 มี.ค. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 18.35 น. วันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนเด็กเสียชีวิต ภายในหมู่บ้านสวัสดีแกรนด์วิว บริเวณปากซอย 3 หมู่ 4 ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองแพรกษา และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ เป็นทางยามแยก ที่บริเวณปากซอย พบร่างเด็กชาย ทักษ์ดนัย โพธิ์ศรี อายุ 7 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ลักษณะถูกรถทับที่ศีรษะ บริเวณแผ่นหลังมีรอยคล้ายล้อรถ ใกล้กันพบ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน 3 กถ 3204 กรุงเทพมหานคร โดยมี นางสาวกุล อายุ 53 ปี เป็นผู้ขับรถคันดังกล่าว ยื่นรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ
ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้านใกล้เคียงลานกิจกรรมของหมู่บ้าน จับภาพเด็กชายวัย 7 ขวบ ซึ่งก็คือผู้เสียชีวิต วิ่งเล่นอยู่กลางถนน จนมาหยุดยืนอยู่ตรงสามแยก แล้วจังหวะนั้น ได้มีรถยนต์เก๋ง ขับมาจากทางเข้าหมู่บ้านและจะเลี้ยวขวา โดยที่คนขับไม่ทันระวังเด็กชายรายนี้ ทำให้บริเวณด้านหน้าฝั่งขวาของรถเฉี่ยวชนเด็กจนล้มแล้วมุดเข้าใต้ท้องรถถูกล้อรถทับซ้ำจนนอนแน่นิ่งกลางถนน โดยที่คนขับรถรีบจอดและเปิดประตูลงมาดู
จากการสอบถาม นางสาวกุล คนขับรถคันดังกล่าว ได้เล่าถึงนาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังขับรถเพื่อจะเข้าบ้าน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นช่วงทางโค้งพอดี ในจังหวะที่กำลังเลี้ยวโค้งอยู่นั้นจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดัง ปึ้ก ที่บริเวณข้างรถฝั่งซ้าย พร้อมกับความรู้สึกเหมือนรถเหยียบทับอะไรบางอย่างจนเกิดเสียง จึงรีบตัดสินใจจอดรถลงมาดูทันที เมื่อลงมาตรวจสอบก็พบร่างของเด็กนอนนิ่งอยู่บนพื้นถนน ซึ่งในขณะนั้นเด็กยังคงมีลมหายใจอยู่ จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงและทำการจับชีพจรก็พบว่าเด็กได้เสียชีวิตลงแล้ว ซึ่งคาดว่าช่วงที่เห็นน้องยังหายใจอยู่นั้นน่าจะเป็นเฮือกสุดท้ายก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเดินทางมาถึง และยืนยันว่าช่วงเวลาเกิดเหตุท้องฟ้ายังไม่มืดสนิทและตนเองก็ขับรถด้วยความระมัดระวัง โดยมองเห็นว่ามีเด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งเล่นกันอยู่ทางฝั่งขวามือ แต่ทางฝั่งซ้ายมือที่ตนมองไปข้างหน้านั้นกลับมองไม่เห็นว่ามีเด็กอยู่อีกคน จนกระทั่งจังหวะที่หักพวงมาลัยเลี้ยวถึงได้เกิดเหตุขึ้น
สุดท้ายนี้ คนขับยังได้ฝากเตือนไปถึงผู้ปกครองท่านอื่นๆ ให้ช่วยดูแลเอาใจใส่บุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเวลาที่เด็กออกมาวิ่งเล่นกันตามลำพัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียขึ้น เพราะไม่ว่าใครต่างก็รักลูกหลานของตนเองทั้งสิ้น
ด้าน นางสาวชมพู สลิตย์วงค์ อายุ 54 ปี ยายของผู้เสียชีวิต ได้ให้ข้อมูลด้วยเสียงสั่นเครือว่า ปกติแล้วหลังจากโรงเรียนเลิก หลานชายจะมาขี่จักรยานวิ่งเล่นกับกลุ่มเพื่อนอยู่เป็นประจำ แต่ที่ผ่านมาหลานจะเล่นกันอยู่เฉพาะแค่ภายในซอยบ้านเพื่อนจนสุดซอยเท่านั้น ไม่เคยวิ่งออกมาบริเวณจุดที่เกิดเหตุเลย โดยปกติครอบครัวพักอาศัยอยู่ที่นอกหมู่บ้าน แต่หลานจะเข้ามาเล่นกับเพื่อนในซอยนี้ทุกวัน ซึ่งในวันเกิดเหตุก็ปล่อยให้หลานมาเล่นตามปกติ ไม่คาดคิดว่าหลานจะวิ่งออกมาจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยคุณยายทราบข่าวร้ายหลังจากที่มีคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปบอกว่าหลานโดนรถชน จึงรีบเดินทางมาดูที่เกิดเหตุทันที
หลังจากได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเพื่อเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ และได้พบร่างของเด็กนอนคว่ำหน้าอยู่บริเวณท้ายรถเก๋ง สภาพมีเลือดไหลนองเต็มพื้นถนน เมื่อทำการตรวจสอบและคลำชีพจรเบื้องต้น พบว่าเด็กไม่มีชีพจรแล้วและเสียชีวิตลง ณ จุดเกิดเหตุ จากการสำรวจบาดแผลในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าบาดแผลสำคัญอยู่ที่บริเวณศีรษะซึ่งน่าจะถูกล้อรถทับ นอกจากนี้ยังพบบาดแผลถลอกตามแผ่นหลังของเด็ก ซึ่งมีลักษณะคล้ายรอยครูดหรือรอยโดนยางรถยนต์
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเชิญตัวคนขับรถยนต์เก๋งไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนร่างผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถานบันนิติเวช ก่อนจะมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป.