โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปเหตุการณ์ เรือสินค้า “มยุรีนารี” ยัน! ไม่มีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยตกค้างอยู่ในพื้นที่

TOJO NEWS

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin Tojo

กต. เผย ปัจจุบันเรือสัญชาติไทยทั้งหมดได้เดินทางออกจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซแล้ว

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานความคืบหน้าใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เหตุเรือบรรทุกสินค้าไทยประสบเหตุบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ พัฒนาการสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่

สำหรับเหตุเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยชื่อ “มยุรีนารี” ซึ่งมีลูกเรือคนไทย 23 คน ประสบเหตุได้รับความเสียหายบริเวณท้ายเรือ ขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังออกจากท่าเรือเมืองคาลิฟา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) นั้น

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศโอมานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที โดยกองทัพเรือโอมานสามารถช่วยเหลือลูกเรือไทยได้แล้ว 20 คน และนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซาบ ประเทศโอมาน อย่างปลอดภัย ขณะนี้อยู่ระหว่างส่งทีมค้นหาเพื่อช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนที่ยังสูญหาย

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ติดต่อกับกัปตันเรือและได้รับการยืนยันว่า ลูกเรือไทยทั้ง 20 คน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องดูแลสภาพจิตใจ โดยผู้แทนท้องถิ่นของบริษัทเจ้าของเรือได้จัดที่พักให้ลูกเรือทั้งหมดในโรงแรม พร้อมเตรียมให้การดูแลด้านจิตใจโดยจิตแพทย์

ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตฯ อยู่ระหว่างประสานการเดินทางทางรถยนต์เข้าสู่พื้นที่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวยังเป็นเขตห้ามบิน เพื่อไปเยี่ยมเยียนดูแลลูกเรือไทย และอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมว่า ปัจจุบันเรือสัญชาติไทยทั้งหมดได้เดินทางออกจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซแล้ว และไม่มีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยตกค้างอยู่ในพื้นที่

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แสดงความกังวลต่อความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงจากการโจมตีระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพลเรือน รวมถึงประชาชนของประเทศอื่น ๆ เช่น กรณีเรือสัญชาติไทยที่ประสบเหตุ

ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด เพื่อลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับสู่การเจรจาเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายอันเป็นการบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาคและของโลก รวมทั้งขอประท้วงความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเรือพาณิชย์และแสดงความห่วงกังวลในเรื่องนี้

ในด้านการดำเนินการทางการทูต กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าหารือถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดหารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน เพื่อขอบคุณรัฐบาลโอมานที่ให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย และติดตามความคืบหน้าการค้นหาลูกเรืออีก 3 คน

ส่วนสถานการณ์โดยรวมในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงและไม่แน่นอน แม้จะเริ่มมีสัญญาณจากบางฝ่ายที่ต้องการยุติความขัดแย้ง โดยฝ่ายอิหร่านได้เสนอเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน การชดใช้ความเสียหาย และการให้หลักประกันจากประชาคมระหว่างประเทศว่าจะไม่เกิดการรุกรานอิหร่านอีกในอนาคต

ทั้งนี้ ในวันที่ 13 มีนาคม 2569 จะมีการจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของประเทศไทย เพื่อหารือผลกระทบต่อภูมิภาคอาเซียนและแลกเปลี่ยนแนวทางการรับมือร่วมกันในระยะยาว

สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ขณะนี้คนไทยที่อพยพออกจากอิหร่านชุดที่ 2 ได้เดินทางถึงประเทศตุรกีแล้ว โดยกลุ่มแรกจำนวน 34 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทย ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันนี้ และจะมีอีกกลุ่มหนึ่งเดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันที่ 13 มีนาคม

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศยังคงประสานงานช่วยเหลือคนไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สายการบิน Etihad, Emirates และ Air Arabia ได้เปิดเที่ยวบินจากดูไบกลับประเทศไทยในลักษณะจำกัด ขณะที่ในบาห์เรน สายการบิน Gulf Air ได้เพิ่มเที่ยวบินพิเศษจากเมืองดัมมามมายังกรุงเทพฯ เพื่อรองรับผู้โดยสาร

ส่วนในกาตาร์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยและครอบครัวเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว 124 คน โดยเป็นเที่ยวบินพิเศษสำหรับผู้โดยสารตกค้าง ขณะที่ในอิสราเอล สายการบิน El Al และ Arkia ได้กลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างกรุงเทลอาวีฟและประเทศไทยตามปกติ

นายปาณิดล ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางแล้วรวม 381 คน โดยรัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการดูแลและช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบให้สามารถออกจากพื้นที่อันตรายได้อย่างปลอดภัยในโอกาสแรก

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...