โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“คู่ค้าสหรัฐ” ตอบรับศาลเบรกภาษีทรัมป์ แต่เตือนความไม่แน่นอนยังอยู่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ก.พ. เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. เวลา 06.22 น.

แม้คำตัดสินศาลฎีกาสหรัฐจะถูกมองเป็นสัญญาณบวกต่อการค้าโลก แต่หลายประเทศและภาคธุรกิจชี้ว่า สหรัฐยังมีเครื่องมืออื่นในการเดินหน้าเกมภาษี ทำให้ความเสี่ยงต่อการค้าโลกยังไม่คลี่คลาย

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00.19 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ประเทศคู่ค้าของสหรัฐทั่วโลกแสดงท่าทีตอบรับอย่างระมัดระวังต่อคำวินิจฉัยของศาลฎีกาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่สั่งยกเลิกมาตรการสำคัญของนโยบายภาษีโลกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แต่ในขณะเดียวกันองค์กรการค้าและภาคธุรกิจระหว่างประเทศยังเตือนว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีนำเข้ายังคงอยู่

ศาลฎีกาสหรัฐมีมติ 6 ต่อ 3 ระบุว่า กฎหมายที่รัฐบาลใช้อ้างอิงนั้น ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษี ซึ่งถือเป็นคำตัดสินที่หลายฝ่ายรอคอยมานาน มาตรการภาษีของทรัมป์ส่งผลกระทบต่อประเทศจำนวนมาก ตั้งแต่สหราชอาณาจักร อินเดีย ไปจนถึงสหภาพยุโรป ขณะที่บางประเทศ เช่น เวียดนามและบราซิล ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับสหรัฐ

โฆษกรัฐบาลสหราชอาณาจักร ระบุว่า รัฐบาลลอนดอนจะทำงานร่วมกับรัฐบาลวอชิงตันต่อไป เพื่อประเมินว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวจะส่งผลต่ออัตราภาษีของสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ อย่างไร

“นี่เป็นเรื่องที่สหรัฐต้องเป็นผู้ตัดสินใจ แต่เราจะเดินหน้าสนับสนุนภาคธุรกิจของสหราชอาณาจักรต่อไป เมื่อมีรายละเอียดเพิ่มเติมออกมา” โฆษกกล่าว และเสริมว่า สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ได้รับอัตราภาษีตอบโต้ในระดับต่ำที่สุดในโลก และคาดว่าภายใต้ทุกสถานการณ์ สหราชอาณาจักรจะยังคงรักษาสถานะคู่ค้าพิเศษกับสหรัฐไว้ได้

ทั้งนี้สหราชอาณาจักรได้บรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหญ่กับสหรัฐเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซึ่งกำหนดภาษีพื้นฐาน 10% กับสินค้าหลายประเภท แต่ยกเว้นสินค้าในบางภาคส่วน เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ และเวชภัณฑ์

คำวินิจฉัยของศาลมุ่งเน้นไปที่ภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) เป็นหลัก และทำให้ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับสหราชอาณาจักรในหลายภาคส่วนยังไม่ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม British Chambers of Commerce (BCC) ระบุว่า คำตัดสินของศาลยิ่งตอกย้ำความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีนำเข้า

วิลเลียม เบน หัวหน้านโยบายการค้าของ BCC กล่าวว่า คำตัดสินดังกล่าว แทบไม่ได้ช่วยทำให้น้ำขุ่นมัวใสขึ้น และเตือนว่าประธานาธิบดียังคงมีทางเลือกอื่น ในการรักษาระบอบภาษีปัจจุบัน โดยเฉพาะภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม

เขายังระบุว่าคำตัดสินของศาลก่อให้เกิดคำถามว่า ผู้นำเข้าสหรัฐจะสามารถขอคืนภาษีที่จ่ายไปแล้วได้อย่างไร และผู้ส่งออกจากสหราชอาณาจักรจะมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากเงินคืนหรือไม่ ทั้งนี้สำหรับสหราชอาณาจักรลำดับความสำคัญยังคงเป็นการลดภาษีให้ได้มากที่สุด

ด้าน โอลอฟ กิลล์ โฆษกฝ่ายการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของ European Commission กล่าวว่า ธุรกิจทั้งสองฝั่งแอตแลนติกต้องพึ่งพา เสถียรภาพและความสามารถในการคาดการณ์นโยบาย

“เรายังคงติดต่อใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปหลังคำวินิจฉัยนี้ และยังคงสนับสนุนแนวทางภาษีต่ำ พร้อมเดินหน้าลดภาษีลงต่อไป” กิลล์กล่าว

ขณะที่ โดมินิก เลอบล็องก์ รัฐมนตรีด้านความสัมพันธ์การค้าสหรัฐ–แคนาดา ระบุว่า คำตัดสินดังกล่าวตอกย้ำจุดยืนของแคนาดา ว่าภาษีภายใต้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ของสหรัฐนั้น ไม่มีความชอบธรรม

ยังไม่ใช่ชัยชนะทางการค้า

สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสวิส Swissmem ของสวิตเซอร์แลนด์ แสดงความยินดีต่อคำวินิจฉัย แต่เตือนว่า รัฐบาลทรัมป์ยังสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับอื่นเพื่อทำให้ภาษีถูกต้องตามกฎหมายได้ และเรียกร้องให้รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์เร่งเสริมความสามารถในการแข่งขันผ่านข้อตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่

“จากมุมมองของภาคส่งออกสวิตเซอร์แลนด์ นี่เป็นคำตัดสินที่ดี เพราะภาษีในระดับสูงได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่คำตัดสินในวันนี้ยังไม่ใช่ชัยชนะ” Swissmem ระบุ

ด้านInternational Chamber of Commerce (ICC) ชี้ว่า หลายบริษัทจะยินดีกับคำตัดสินนี้ เนื่องจากภาษีได้สร้างแรงกดดันต่อฐานะการเงินอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ICC เตือนว่ากระบวนการขอคืนภาษีอาจมีความซับซ้อนในเชิงระบบ และคำตัดสินของศาลยังไม่ได้ให้ความชัดเจนในประเด็นนี้ จึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่ชัดเจนจากศาลการค้าระหว่างประเทศและหน่วยงานสหรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านคดีความ

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...