โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สร้างแบรนด์-ขายของบน "ไอจี" เคล็ดลับเปลี่ยน "คนใช้" เป็น "ลูกค้า"

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 20 เม.ย. 2562 เวลา 16.00 น.

สื่อสังคมออนไลน์ กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของธุรกิจไปแล้วเรียบร้อย ด้วยฐานผู้ใช้มหาศาล อย่าง “เฟซบุ๊ก” ที่มีผู้ใช้ในไทย ทะลุ 50 ล้านบัญชี ขณะที่ “ไอจี” หรืออินสตาแกรม (Instagram) เปิดเผยตัวเลขผู้ใช้ทั่วโลกทะลุพันล้านคน

“ชวดี วงศ์พยัต” หัวหน้าฝ่ายธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม Facebook ประเทศไทย กล่าวว่า รูปภาพได้กลายเป็นภาษาใหม่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนทั่วโลก ทั้งไอจียังทำอะไรได้อีกเยอะที่จะตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น Feed, Stories, IGTV เป็นต้น

80% ของผู้ใช้ไอจี ติดตามธุรกิจบนแพลตฟอร์มนี้ โดยคนไทยสนใจค้นหาคอนเทนต์และธุรกิจ 3 อันดับแรก คือ ของใช้ส่วนตัว, แฟชั่น และความงาม แต่ละเดือนมีผู้ใช้งานกว่า 150 ล้านคนทั่วโลก พูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจความงามและแฟชั่น จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจสินค้า และแบรนด์ต่าง ๆ ในการเข้าถึงลูกค้าที่ใช้งาน “ไอจี” หากสามารถเปลี่ยน “ผู้ใช้” ให้มาเป็น “ลูกค้า” ได้

“ฟีเจอร์ Stories ในไอจีได้รับความนิยม เพราะเปลี่ยนวิธีการสื่อสารให้สนุกและง่ายขึ้น ไอจีช่วยค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ รวมถึงการช็อปปิ้งให้ผู้คนได้”

มีแบรนด์จำนวนมากทั่วโลกใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของผู้ใช้ “ไอจี” ต่อยอดธุรกิจจากผู้ใช้กว่า 200 ล้านบัญชี/วัน ที่เยี่ยมชมโปรไฟล์ของธุรกิจต่าง ๆ อย่างน้อย 1 โปรไฟล์

ผู้บริหาร Facebook เผย 5 ขั้นตอนการทำธุรกิจบนไอจีโดย 1.เริ่มต้นด้วยการสร้างโปรไฟล์ธุรกิจเพื่อเผยแพร่ข้อมูล และกระตุ้นยอดขาย ด้วยการไปที่บัญชีผู้ใช้และกดเปลี่ยนเป็นโปรไฟล์ธุรกิจ (business profile) ก็จะสร้างชุมชนและเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าได้ ให้ “ไอจี” เป็น “หน้าร้าน”

2.ใช้ชุดเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Feed, Stories, LIVE, IGTV ในการสื่อสาร และชวนลูกค้าให้แชร์โพสต์หรือ Stories เกี่ยวกับธุรกิจเพื่อจะได้แชร์เนื้อหานั้นซ้ำได้

3.ใช้เนื้อหาที่เรียบง่ายสำหรับ Stories สร้างกิจกรรมให้คนมีส่วนร่วม ด้วยการใช้สติ๊กเกอร์แบบอินเตอร์แอ็กทีฟ และโพล เป็นต้น 4.ใช้ข้อมูลเชิงลึกบนไอจีเรียนรู้กลุ่มลูกค้า และประเภทเนื้อหาที่สร้างการมีส่วนร่วมได้ และ 5.เชื่อมต่อกับลูกค้าและธุรกิจอื่นได้โดยตรง ด้วยการส่งข้อความตรงเพื่อแบ่งปันข้อมูลและสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า โดยตอบกลับการแสดงความคิดเห็นของพวกเขา รวมถึงติดแฮชแท็ก# ไม่ว่าจะแท็กสถานที่ ธุรกิจต่าง ๆ และผู้คนในเนื้อหา

“กฎสำคัญที่ดึงดูดยอดไลก์ได้ คือการโพสต์ที่เฉพาะเจาะจง แฮชแท็กมีบทบาทสำคัญและช่วยสร้างแบรนด์ให้เติบโต จากการถูกถูกค้นหาได้ง่ายขึ้น กระตุ้นการมีส่วนร่วมกับลูกค้า”

ตัวอย่าง “แฮชแท็ก” ยอดนิยมเกี่ยวกับแฟชั่นในไทย เดือน เม.ย. 2562 ได้แก่ 1.#กางเกงขายาว 2.#เสื้อผ้าแนวสตรีต 3.#กางเกงวินเทจ 4.#กางเกงยีนส์ 5.#เสื้อผ้าราคาถูก เป็นต้น

“ศจิกา ทองสุข” ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหาร BFF ร้านขายผลิตภัณฑ์ความงามที่เริ่มจากหน้าร้านบน “ไอจี” ก่อนมีหน้าร้านจริงแล้วถึง 5 สาขา กล่าวว่า สไตล์การทำธุรกิจเน้นความเป็นตนเอง จริงใจต่อลูกค้า

“ที่มีคนบอกว่าคนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือสำหรับเราคงไม่ใช่ แต่จะเลือกอ่านในสิ่งที่ตนสนใจ เพราะเราเขียนรีวิวค่อนข้างยาวมาก แต่ย่อยเรื่องยากให้เข้าใจง่าย แฮชแท็กที่ติด คือ #ทำด้วยใจยังไงก็ดี ก็สะท้อนแนวคิด และตัวตนที่ต้องการเป็น best friend forever ทำให้ 80% ของลูกค้าที่เคยซื้อ กลับมาซื้อซ้ำ ส่วนใหญ่จะโพสต์รูปและเขียนรีวิว อาจลงฟีเจอร์สตอรี่บ้าง แต่จะไม่ไลฟ์ เพราะขายสกินแคร์ราคาสูง ดังนั้นก่อนจะพูดหรือรีวิวอะไรต้องเป็นสิ่งที่กลั่นกรองมาแล้วอย่างดี”

“จิตพล ศิริวัฒนเมธางกูร” ผู้ร่วมก่อตั้ง CAMP ตลาดนัดสินค้าที่ขายบนไอจี และแบรนด์เสื้อผ้า Gentlewoman กล่าวว่า ไอจีเปลี่ยนอุตสาหกรรมแฟชั่นในระดับโครงสร้าง ทำให้คนเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์

“ถ้าเปรียบแบรนด์เป็น “คน” ก็ต้องกำหนดตัวตนให้ชัด ทั้งสไตล์การสื่อสาร ภาษาที่ใช้สะท้อนตัวตน ที่สำคัญคือต้องมีความต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าจดจำได้”

ผู้บริหาร Facebook ทิ้งท้ายว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เป็นปัญหาที่เอสเอ็มอีต้องรับมือให้ทัน แต่จุดร่วมของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมี คือ 1.สนุกไปกับมัน 2.ลงมือทำเลย และ 3.มีความต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...