โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก ‘พิษร้าย’ สู่ยอดยา เมื่อวิทยาศาสตร์ไขปริศนาอนาคตยาจากสัตว์มีพิษ

The MATTER

เผยแพร่ 30 ม.ค. 2561 เวลา 14.03 น. • Byte

อาณาจักรสิ่งมีชีวิตเต็มไปด้วย 'ผู้ใช้พิษร้าย' ธรรมชาติเองใช้พิษเพื่อเพิ่มโอกาสรอด ตั้งแต่สัตว์ที่เรารู้ๆ กันทั่วไปว่าอย่าไปแหยมอย่าง งู แมงมุม แมงป่อง จนไปถึงหอยทาก กบ ปลา และดอกไม้ทะเล พวกมันเชี่ยวชาญการใช้พิษอันเป็นศาสตร์เร้นลับ เพื่อส่งสัญญาณให้คุณจดจำไปตลอดชีวิตคือ ความเจ็บปวดนั่นเอง!

ความน่าทึ่งของกลไกทางเคมีเหล่านี้ นำวิทยาศาสตร์ไปสู่การคนคว้าวิจัยที่ล้ำหน้า เพื่อไขปริศนาค้นหาวิธีลดความทรมานจากโรคภัยที่รุมเร้ามนุษย์มานับศตวรรษ

กระบวนการอาจย้อนแย้ง เราใช้ความเจ็บปวดเพื่อลดความเจ็บปวด แต่เรากำลังจะได้ยาที่ดีกว่ามอร์ฟีน 1,000 เท่าจากการสกัดพิษหอยทะเลสายพันธุ์ Conus magus เราไขประสาทการรับรู้ความเจ็บปวดของมนุษย์ เราไขระบบป้องกันโครงสร้างที่ขวางกั้นระหว่างระบบหมุนเวียนเลือดกับเซลล์สมอง ประสาทวิทยาจะไม่ก้าวหน้าถึงทุกวันนี้หากปราศจากพิษธรรมชาติ

แม้ความเป็นพิษยังมีประโยชน์มหาศาล

แต่อย่าคิดว่าตัวคุณเองพิษจัดจ้านนัก จนกว่าจะรู้จักผู้เชี่ยวชาญพิษของแท้จากธรรมชาติ

1. ความตายไร้ความเจ็บปวด สู่ยาที่ดีกว่ามอร์ฟีน 1,000 เท่า

ในปี 1970 ชาวประมงสัญชาติฟิลิปินส์เสียชีวิตกะทันหันขณะลากแห เขาถูกพิษร้ายแรงของหอยเต้าปูนสายพันธุ์ Conus geographus หนึ่งในหอยทะเลที่มีพิษร้ายแรงที่สุด ทำให้ถึงแก่ความตายทันที แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าพิษของหอยชนิดนี้มีกลไกทำงานอย่างไรต่อร่างกายมนุษย์ เพราะการตายของชายชาวประมงนั้นช่างเป็นปริศนา เขาเสียชีวิตโดยไม่รู้สึกทรมานใดๆ เลย จนกล่าวว่าเป็น 'ความตายที่ปราศจากความเจ็บปวด' (painless death) มันแนบเนียน ไม่ทุรนทุราย สังหารอย่างเงียบกริบ

จนกระทั่งทีมวิจัยจาก Hunter College พบว่า พิษของหอยเต้าปูนนี้ไม่มี แอซิติลโคลีน (acetylcholine) สารกระตุ้นให้รู้สึกปวดที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มแมลงมีพิษ

จากนั้นพวกเขาสกัดพิษโคโนทอกซิน (conotoxins) ของหอยเต้าปูน แล้วนำมาสังเคราะห์ให้ได้สารที่มีกลไกใกล้เคียงกันในชื่อ Ziconotide  ผลปรากฏว่า เจ้าสารชนิดนี้สามารถยับยั้งความเจ็บปวดประสาทส่วนกลางมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ามอร์ฟีนถึง 1,000 เท่า จนบริษัทยานำไปพัฒนาต่อและได้ชื่อทางการค้าว่า Prialt

ยา Prialt ได้รับการอนุญาตโดย FDA สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง จากความเสียหายของระบบประสาทหรือโรคมะเร็ง อย่างไรก็ตามยา Prialt มีราคาแพงมหาโหดและต้องฉีดเข้าที่ไขสันหลังผู้ป่วยเท่านั้น แต่มันทรงประสิทธิภาพจนเอาชนะยาโอปิออยด์และมอร์ฟีนราบคาบ

นักวิจัยเชื่อว่ายังมีหอยเต้าปูนบนโลกนี้อีกถึง 750 ถึง 800 สายพันธุ์ หากเราศึกษาเพิ่มเติมอาจพบความมหัศจรรย์ของพิษที่แต่ละสายพันธุ์ล้วนมีส่วนผสมเฉพาะตัว

2. พิษตะขาบ เวชศาสตร์โบราณที่ตะวันตกเพิ่งสนใจ

พิษตะขาบมีประวัติศาสตร์ยาวนานต่อชีวิตมนุษย์ แม้คุณไม่รักตะขาบ แต่ตะขาบรักคุณ (เหอๆ) พิษตะขาบถูกใช้เป็นยาแก้ปวดมานานหลายศตวรรษโดยชนชาติที่รู้ดีที่สุดคือ ชาวจีน พวกเขาใช้ตะขายสายพันธุ์ Scolopendrasubspinipes mutilans ในด้านเวชศาสตร์มานานหลายร้อยปีก่อนที่วิทยาการทางแพทย์จะรุดหน้าด้วยซ้ำ แต่โลกตะวันตกเพิ่งจะหันมาสนใจได้ไม่นานนี่เอง …โลกเรามีตะขาบพิษถึง 3,000 สายพันธุ์ จะไม่ลองหันมาสนใจมันหน่อยหรือ?

ในปี 2013 นักวิจัยสกัดสารเปปไทด์จากตะขาบในชื่อ Ssm6a เป็นสารโซเดียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Sodium channel blocker) คอยปิดกั้นการซึมผ่านของเกลือโซเดียมที่บริเวณผนังเซลล์ของเนื้อเยื่อตามร่างกาย ควบคุมความรู้สึกเจ็บปวดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (รวมไปถึงมนุษย์) เมื่อทดสอบในหนูแล้วสามารถทำงานได้ดีกว่ามอร์ฟีน แต่ยังไม่พัฒนาเป็นยาอย่างเป็นทางการ ส่วนในฝั่งจีนเองก็สกัดเปปไทด์จากตะขาบในชื่อ SsmTX-I ที่ควบคุมอาการแพ้ในมนุษย์ได้เช่นกัน

อาณาจักรตะขาบยังมีพื้นที่กว้างขวางให้ทำการสำรวจ อย่าตีตายซะหมดล่ะ!

3. ปลาปักเป้าเจ้าพิษสง สู่ยาโมเลกุลเฉพาะ

นักดำน้ำทุกคนรู้ซึ้งดีที่จะไม่ไปยุ่งกับ 'ปลาปักเป้า' (pufferfish) ชาวญี่ปุ่นที่นิยมทานปลาดิบจำนวนมากเสียชีวิตจากความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยขณะปรุงปลาปักเป้า เพราะพิษเทโทรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) เพียง 1 มิลลิกรัม ก็ส่งให้คุณไปรอเพื่อนๆ ในโลกหน้าได้โดยไม่ต้องลัดคิว

ภายใน 20 นาที ลิ้นของคุณจะชา ปวดหัวเป็นไข้ อาเจียน เป็นอัมพาต จนกระทั้งหายใจไม่ออกและเสียชีวิตในที่สุด

แม้สารเทโทรโดท็อกซินจะสังหารมนุษย์ไปเยอะ แต่ประสาทวิทยาก็ยังหลงเสน่ห์ความลี้ลับของมันอยู่ดี สารนี้กรุยทางสู่การทำความเข้าใจสมองเพื่อนำมาเป็นยาแก้ปวดทรงประสิทธิภาพ

เทโทรโดท็อกซิน (TTX) ถูกศึกษาในแวดวงประสาทวิทยา มันสามารถควบคุมเซลล์ประสาทที่รับรู้ความรู้สึกเจ็บได้อย่างดีเลิศ บริษัทยา Wex จึงพัฒนาไปอีกขั้นโดยสกัดสาร TTX จากรังไข่ของปลาปักเป้าสายพันธุ์ Takifugu oblongus เพื่อใช้รักษามะเร็งและช่วยลดความเจ็บปวดในผู้ป่วยที่กำลังรักษาด้วยวิธีคีโมฯ

ขณะนี้ยาดังกล่าวอยู่ในขั้นทดสอบที่ 3 กับผู้ป่วย 149 ราย พวกเขาจะได้รับยาที่มีส่วนประกอบของ TTX ปริมาณ 30 ไมโครกรัม 2 ครั้งต่อวัน ซึ่งผลงานวิจัยชี้ว่า ผู้ป่วยเจ็บทรมานน้อยลง และยังไม่มีผลกระทบเชิงลบต่อผู้ป่วย โดย CEO บริษัทยา Christopher Gallen กล่าวว่า

พิษของปลาปักเป้าเป็นโมเลกุลมหัศจรรย์ ที่ไม่ว่านักเคมีคนไหนก็ไม่มีทางจำลองได้เหมือน”

4. พิษดอกไม้ทะเล เป็นยาอเนกประสงค์สู้โรคพุ่มพวง

ช่วงปี 1990 นักวิจัยฮือฮากับพิษอานุภาพร้ายแรง stichodactyla toxin (ShK) จากดอกไม้ทะเลสายพันธุ์ Stichodactyla helianthus ที่พบในทะเลแถบคาริบเบียนเป็นสารเปปไทด์มีพิษตัวแรกๆ ที่มีอิทธิพลต่อ T lymphocyte หรือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่ในการค้นหาสิ่งแปลกปลอมในร่างกายของเรา และมันแม่นยำมากเสียด้วยในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

จึงมีการพยายามพัฒนาเป็นยา dalazatide ที่จำเป็นอย่างมากในการรักษาผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune disease), โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis), กล้ามเนื้ออักเสบ (Myositis) และโรคลูปัส (Lupus ) ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายหันมาทำลายเนื้อเยื่อในร่างกายตัวเอง (คนไทยรู้จักกันในชื่อ โรคพุ่มพวง จากกรณีนักร้องลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ก็ป่วยเป็นโรคนี้เช่นกัน)

พิษของดอกไม้ทะเลสามารถลดความเจ็บปวดทนทุกข์ทรมาน ในขณะเดียวกันผู้ป่วยก็ไม่มีอาการอักเสบแต่อย่างใด

5. ภารกิจตามหากบพิษ เพื่อเยียวยาผู้ป่วยหลังผ่าตัด

มีชายผู้บ้าระห่ำนาม John Daly กับภารกิจตามหากบมีพิษของเขา แต่งานสำรวจมักต้องเอาชีวิตแลกอยู่เสมอๆ โดยเขาใช้วิธีสัมผัสกับกบโดยตรงแล้วแตะที่ลิ้นตัวเอง! (บ้าดีเดือด) ถ้ารู้สึกว่าปลายลิ้นชักแสบๆ ร้อนๆ ก็ถือว่าเจ้ากบตัวนั้นสอบผ่าน ก่อนถูกหิ้วมาห้องวิจัยด้วย … John Daly รอดชีวิตจากทั้งกบในแอฟริกาใต้ กบมาดากัสกา กบออสเตรเลีย และกบพิษในไทย (บ้านเราก็ขึ้นชื่อด้วยนะ) โดยสามารถสกัดสารเคลือบผิวหนังกบได้มากถึง 500 ชนิด หนึ่งในนั้นคือสารระงับปวด 'อีพิบาทิดีน' (Epibatidine) ที่มีประสิทธิภาพกว่ามอร์ฟีน 200 เท่า

ที่สำคัญพิษในกบมีกรดนิโคตินิกที่นำไปพัฒนายาเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจได้ นอกจากนั้นยังออกฤทธิ์คล้ายยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ เช่น กบสายพันธุ์ Phyllomedusasauvagii หน้าตาประหลาดที่มักมีพิษบนผิวหนังเพื่อขับไล่เหล่านักล่าไม่ให้กินมัน โดยแพทย์จะนำสารสกัดพิษกบนี้ไปใช้รักษาผู้ป่วยที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัด ผ่านการฉีดเข้าทางสันหลังเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงต่อร่างกายส่วนอื่นๆ

6. พิษที่ร้ายแรงของงู ทำให้เราเข้าใจความเจ็บปวดได้ดี

อสรพิษนักฉก เป็นผู้เชี่ยวชาญพิษที่แยบยลที่สุดในธรรมชาติ งูมีพิษสังหารคนราว 138,000 คนทั่วโลกต่อปี (แต่ยังน้อยกว่าอุบัติเหตุที่มนุษย์ก่ออยู่ดี และงูหลายชนิดก็ไม่ได้มีพิษ หรือมีพิษแต่น้อยมากจนไม่เป็นอันตราย)

พิษที่มากของงูอาจทำให้คุณตาย แต่ในปริมาณพอเหมาะนั้นนับเป็นยาระงับปวดชั้นดี

งูแบล็กแมมบา Dendroaspis polylepis มีพิษที่สามารถป้องกันช่องไอออน ซึ่งเป็นโปรตีนผิวเซลล์อย่างหนึ่งที่สามารถลดการส่งสัญญาณรู้สึกปวดของเซลล์ประสาท มหาวิทยาลัย University of Queensland จึงศึกษาพิษงูเพื่อใช้ในการบำบัด โดยลดส่วนประกอบของพิษที่สร้างความเจ็บปวด ให้ไปบล็อกเซลล์รับรู้ความเจ็บปวดของมนุษย์แทน

โดยกล่าวว่า งูพิษที่ร้ายแรงที่สุด จะทำให้เราได้ยาที่ต่อสู้กับความเจ็บปวดได้ดีที่ที่สุดเช่นกัน เพราะมันทำให้เราเรียนรู้ว่าความเจ็บปวดที่แท้จริง มันเป็นอย่างไร

7. พิษแมงป่องและการแข่งขันของหนูนักล่า

400 ล้านปีของวิวัฒนาการแมงป่อง ทำให้พวกมันเป็นนักใช้พิษได้แม่นยำจากการผสมสารเคมีที่คล้าย 'ค็อกเทล' อันเผ็ดร้อนเล่นงานศัตรู คนที่ทำงานกับแมงป่องมักจะไม่เคยไว้ใจมันง่ายๆ นักชีววิทยา Bryan Fry จากมหาวิทยาลัย University of Queensland ถูกแมงป่องต่อยขณะสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในป่าอเมซอน โดยแมงป่องเจ้าถิ่นสีเหลืองสดใสที่เล่นงานเขาคือ Tityus serrulatus และมันมีพิษร้ายแรงเวอร์!

ตลอด 8 ชั่วโมงเขารู้สึกว่านิ้วทั้ง 10 กำลังลุกไหม้เป็นไฟ หัวใจทำงานขัดข้องผิดจังหวะ มันเต้น 5 ครั้งแล้วหยุด ซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ความเจ็บปวดรวดร้าวทำให้เขายังไม่หมดสติ อันเป็นผลจากพิษที่ร้ายแรงที่สุดของกลุ่มสัตว์มีเหล็กใน มันเกือบทำให้เขาตายในป่าอเมซอน

แต่น่าประหลาดที่สัตว์อีกชนิดกลับไม่ได้ระแคะระคายกับพิษนี้เลย เจ้าหนูตั๊กแตน (Grasshopper mouse) ศัตรูคู่อาฆาตของแมงป่องพิษผู้ไม่ได้รับผลกระทบจากพิษ เมื่อนำมาศึกษาพบว่าหนูตั๊กแตนมีพัฒนาการของกรดอะมิโนชนิดพิเศษที่ยับยั้งความปวดจากพิษแมงป่องได้ ทำให้มันสามารถออกล่าแมงป่องที่เกือบฆ่ามนุษย์จากการเพียงต่อยครั้งเดียวได้สบายๆ

ศาสตร์การแพทย์จีนใช้พิษแมงป่องรักษาอาการเจ็บปวดมานานเป็นพันปี ทีมวิจัยจีนจากมหาวิทยาลัย Nanjing University of Chinese Medicine จึงศึกษากลไกของพิษแมงป่องไปพร้อมๆ กับหนูตั๊กแตน เพื่อหาคำตอบว่าวิวัฒนาการเล่นกลอะไร ที่อำนวยให้เกิดกรดอะมิโนจำเป็นเหล่านี้เอาชนะพิษที่รุนแรงได้

อ้างอิงข้อมูลจาก

Mining Spider Toxins for Analgesic Clues www.the-scientist.com

www.ncbi.nlm.nih.gov

Sourcing Painkillers from Scorpions’ Stings www.the-scientist.com

David Julius Probes the Molecular Mechanics of Pain www.the-scientist.com

Illustration by Waragorn Keeranan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...