โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรคยางพาราใบร่วง ระบาดหนัก 3 จังหวัดชายแดนใต้ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด กรีดขายก็ไม่คุ้มทุน

77kaoded

เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2562 เวลา 10.37 น. • 77 ข่าวเด็ด

โรคใบร่วงในยางพารา ระบาดหนักใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ กำลังลามมาสงขลา-ตรัง-สุราษฎร์ธานี เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ขายน้ำยางก็ได้ราคาไม่คุ้มทุน

ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ นอกจากจะมีปัญหาความไม่สงบอันเกิดจากคนคิดจะแบ่งแยกดินแดน ซึ่งต่อสู้กันมายาวนานระหว่างคนคิดต่างจากรัฐ กับอำนาจของรัฐไทย 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังมีปัญหาซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วม โดยเฉพาะ อ.สุไหง-โกลก ท่วมไปแล้ว 7 อำเภอ
แต่น้ำท่วมถือเป็นภัยธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล หนักบ้างเบาบ้าง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี แต่ปัญหาที่หนัก คือการแพร่ระบาดของเชื้อราชนิดหนึ่ง ยางพาราใบร่วง ที่เข้ามาระบาดใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และแพร่ระบาดไปในอีกหลายจังหวัด ทั้งสงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี เป็นต้น

ฝนตกก็กรีดยางไม่ได้ ยางใบร่วงก็กรีดยางไม่ได้ การที่ยางใบร่วงก็เหมือนยางผลัดใบ น้ำยางจะออกลดลงเหลือแค่ 10% จึงไม่คุ้มที่จะตื่นตีสามตีสี่ออกไปกรีดยาง

ระบุ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ “โรคใบร่วง” ระบาดเสียหายแล้ว 500,000 ไร่

นายประยูรสิทธิ์ คณานุรักษ์ ประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผย ว่า โรคใบร่วงยางพาราได้เกิดระบาดขยายเติบโตไปหลายจังหวัด โดยเฉพาะขณะนี้ สวนยางพาราในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 500,000 ไร่ ที่ได้รับความเสียหาย จะต้องปิดกรีด เพราะหากกรีด จะได้น้ำยางที่ปริมาณน้อยมากเพียง 10%

นอกจากนี้โรคใบร่วงยางพารายังแพร่ระบาดไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พังงา ตรัง และสงขลา ตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 จังหวัดสงขลาร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ตรวจสอบและประเมินสถานการณ์

“ขณะนี้มีการระบาดของโรคดังกล่าว ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและตรัง รวม 365,883 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 17 ของเนื้อที่กรีดได้ (ข้อมูลวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562)

สุรชัย บุญวรรโณ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย เขตภาคใต้ตอนล่าง ลงพื้นที่ในเขตภาคใต้บอกว่าโรคใบร่วงยางพารา เกิดจากเชื้อรา สาเหตุคือ Pestalotiopsis sp. โรคใบร่วง Pestalotiopsis sp. พบระบาดรุนแรงในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี พ.ศ.2559 และระบาดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมเนื้อที่กว่า 2 ล้านไร่ ทั้งนี้ โรคดังกล่าวได้แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ.2560 เนื้อที่ประมาณ 1 แสนกว่าไร่ สำหรับประเทศไทยได้พบโรคนี้เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2562 ที่ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ติดกับประเทศมาเลเซีย

นายสุรชัย บุญวรรโณ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย เขตภาคใต้ตอนล่าง อธิบายว่า เชื้อรา Pestalotiopsis sp. แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วมาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมด้านภูมิอากาศในพื้นที่นี้อยู่ในเขตร้อนชื้น และในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน มีความชื้นสูง เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุโรค จึงทำให้การแพร่ระบาดของโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว

นายสุรชัย ยังกล่าวอีกว่า อาการของโรคปรากฏบนใบแก่ ลักษณะเป็นแผลกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 0.5 เซนติเมตร เริ่มแรกอาการบนใบเป็นรอยสีเหลือง ค่อนข้างกลม และต่อมาจะตายแห้ง เป็นแผลกลมสีสนิมซีด โดยจะพบบนใบมากกว่า 1 แผล และต่อมาใบจะร่วงในที่สุด จะทำให้ใบแก่ร่วงอย่างรุนแรงในยางพาราทุกพันธุ์ โดยเฉพาะสวนยางใหญ่ ทำให้ใบยางร่วงอย่างรุนแรงจนถึงร่วงหมดทั้งต้น ทำให้ผลผลิตลดลงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อต้นยางผลิใบใหม่ พอใบยางแก่เต็มที่ และมีสภาพอากาศที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของเชื้อสาเหตุ ก็จะทำให้เกิดอาการใบร่วงเช่นเดิมอีก และอาจทำให้กิ่งเล็กๆ แห้งตายได้

การป้องกันกำจัดโรค ใส่ปุ๋ยบำรุงสม่ำเสมอเพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ต้นยาง เมื่อเกิดการระบาดของโรคจะทำให้ต้นยางสามารถสร้างใบใหม่ออกมาทดแทนใบยางที่ร่วงได้อย่างรวดเร็ว หากสังเกตเห็นต้นยางมีทรงพุ่มไม่สดชื่น ใบออกเหลือง ให้รีบตรวจสอบอาการของโรคบนใบ และใบยางที่ร่วง หากพบมีอาการของโรคให้รีบใช้สารเคมี เช่น เบโนมิล, แมนโคเซป, สารกลุ่มไตรอะโซล, ไทโอฟาเนต-เมธิล ฉีดพ่นทรงพุ่มให้ทั่วทั้งแปลง โดยใช้เครื่องฉีดพ่นสารเคมีแรงดันสูง หรืออาจใช้เชื้อจุลินทรีย์ เช่น ไตรโคเดอร์มา แต่มีข้อจำกัด คือต้องใช้ซ้ำบ่อยๆ หลายครั้ง

ชาวสวนยางพารานอกจากประสบปัญหาด้านราคาขายน้ำยางได้ราคาไม่คุ้มทุนจนรัฐบาลต้องเข้าไปช่วยเหลือประกันรายได้แล้ว ช่วงนี้ยังเจอฝนตกหนัก และซ้ำร้ายด้วยโรคใบร่วงอีก…หนักแล้วพี่น้องเหอ…!!

ด้วยความเคารพ
นายหัวไทร
2 ธันวาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...