โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตาร์ตอัพญี่ปุ่นผนึกมิตรผล ทุ่ม1,900ล.ตั้งรง.ผลิตผงโปรตีนชีวภาพ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.พ. 2563 เวลา 08.08 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2563 เวลา 08.08 น.

สตาร์ตอัพญี่ปุ่น รับคำเชิญสมคิด เทงบฯ 1,900 ล้านบาท ปักธงลงทุน “โรงงานไบโอเทค” นิคมอีสเทิร์นซีบอร์ด ตั้งไทยฐานการผลิตผงโปรตีนใหญ่ที่สุดในโลก จ่อผนึก “มิตรผล” ป้อนวัตถุดิบน้ำตาล ผลิตวัตถุดิบขายสู่อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม-อุปกรณ์การแพทย์-ชิ้นส่วนยานยนต์

นายยาซูฮิโกะ ยูคิโยชิ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สไปเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทสตาร์ตอัพจากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่ได้พบกับรองนายกรัฐมนตรีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ได้เดินทางเยือนญี่ปุ่นเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทตัดสินใจลงทุนตั้งโรงงานไบโอเทค เพื่อผลิตโปรตีนชีวภาพ หรือผงโปรตีนจากการหมักโดยใช้กากน้ำตาล (โมลาส) ขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง ด้วยงบประมาณการลงทุนเบื้องต้นประมาณ 1,900 ล้านบาท ซึ่งจะถือเป็นโรงงานผลิตผงโปรตีนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จากในปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ผลิตอยู่เพียง 3 ประเทศเท่านั้น คือ บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น สหรัฐ เยอรมนี โดยบริษัทสไปเบอร์มีกำลังการผลิตมากกว่า 2 รายดังกล่าว และยังเป็นเจ้าของสิทธิบัตรสินค้าด้านนี้อีก 200 สิทธิบัตร ได้ขยายการจดคุ้มครองไปทั่วโลก

“เหตุผลที่ตัดสินใจมาลงทุนเพราะอุตสาหกรรมนี้จะเป็นการผลิตโปรตีนด้วยจุลินทรีย์ที่มาย่อยน้ำตาล ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีการผลิตน้ำตาลเป็นอันดับต้นของโลก ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะมีวัตถุดิบเพียงพอในการผลิต ขณะเดียวกัน ไทยมีความพร้อมซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อผลิตมาแล้วจะมีตลาดรองรับ และมั่นใจในมาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทยตามที่ได้พบกับรองนายกรัฐมนตรีของเมืองไทยเมื่อปีก่อน”

นายยูคิโยชิ กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้บริษัทได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เมื่อปลายปีก่อน โดยได้รับสิทธิประโยชน์จากการลดภาษีนิติบุคคลเป็นระยะเวลา 10 ปี และได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรในการผลิต ซึ่งขณะนี้บริษัทได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างไปแล้วมีความคืบหน้าประมาณ 20-30% คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและทดลองเดินเครื่องได้ในช่วงกลางปี 2563 และเริ่มปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2564 ซึ่งเฟสแรกคาดว่าจะสามารถผลิตได้ผงโปรตีนประมาณหลายร้อยตัน จากนั้นจะส่งให้กับบริษัทแม่ในญี่ปุ่นเพื่อนำไปทำการตลาด

ส่วนการจัดหาวัตถุดิบโมลาสในการผลิตนั้น คาดว่าจะใช้ปริมาณไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลมิตรผล ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของไทย

“ผงโปรตีนนี้จะสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเส้นใยแทนกลุ่มโพลิเอสเตอร์ ซึ่งทำจากปิโตรเคมี เส้นใยนี้สามารถนำไปใช้ผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้าสำหรับใช้ในการปฏิบัติงานของนักบินอวกาศ ซึ่งปัจจุบันบริษัทขายให้กับองค์กรด้านอวกาศของญี่ปุ่น หรือ JAXA และสามารถใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตยางรถยนต์เพื่อเพิ่มคุณภาพความยืดหยุ่นและยึดเกาะถนน โดยปัจจุบันมีจำหน่ายให้กับบริษัทบริดจสโตน และใช้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ”

นายยูคิโยชิกล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมของเราจะช่วยต่อยอดให้วัตถุดิบทางการเกษตรของไทยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้จำนวนมาก เพราะราคาผงโปรตีนปัจจุบันราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อตัน อีกทั้งจะช่วยให้มีการจ้างงานคนไทยในประเทศ เพราะตอนนี้กำลังรับสมัครพนักงานในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น วิศวกรโรงงาน ทรัพยากรบุคคล ธุรการ บัญชีและการเงิน เป็นต้น

อนึ่ง บริษัทสไปเบอร์เป็นสตาร์ตอัพจากญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 27 กันยายน 2550 เป็นบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากรัฐบาลญี่ปุ่นจนสามารถระดมทุนได้มากกว่า 30,000 ล้านเยน หรือ 10,000 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...