วันที่ไร้เวทีโชว์ เอ อนุชา หมอลำซิ่ง เด้าฟ้าปี้น ปรับตัวไลฟ์ออนไลน์ เพื่ออยู่รอด
เอ อนุชา ลายไทย หมอลำซิ่งเด้าฟ้าปี้น ปรับตัวในวันที่ไร้เวทีโชว์ ทำไลฟ์สดกลุ่มปิดออนไลน์ หารายได้ประคองตัวในช่วงโควิด
ในวันที่ไร้เวทีจ้างงานโชว์ เอ อนุชา ลายไทย เจ้าของฉายา หมอลำซิ่งเด้าฟ้าปี้น ปรับตัวตามสถานการณ์เพื่อความอยู่รอด ทำไลฟ์สดกลุ่มปิดหารายได้พยุงสมาชิกในวง จัดเต็มความม่วนเหมือนเดิม แม้จะเกิดวิกฤตในอาชีพ ไม่เคยเสียใจกับเส้นทางที่รักและตัดสินใจเลือกแล้ว
ในวันที่ไร้เวทีโชว์ มาไลฟ์สดกลุ่มปิดลำซิ่งออนไลน์เพื่อความอยู่รอด? “ปรับเปลี่ยนสถานการณ์ตามเหตุบ้านการเมือง ก็เปลี่ยนจากหน้าเวทีมาเป็นทำออนไลน์ครับ เป็นไลฟ์สดออนไลน์ในเฟซบุ๊ก ในยูทูบ ทำคลิบวิดีโอได้เลี้ยงทีมงานไปพลางๆ ก่อนในช่วงนี้ครับ ถ้าไม่มีโควิดมีคิวจองไปถึงปีหน้าครับแต่ตอนนี้ก็งดหมดเลยครับ ไม่มีงานก็มาเปลี่ยนมาเป็นแบบไลฟ์สด”
“ช่วงแรกๆ ที่เราทำ เราก็กลัวว่าจะมีคนมาดูเราไหม จะมีคนซื้อบัตรชมเราไหม แต่ว่าได้ลองทำแล้ว มันเกินคาดที่เราคาดหมายไว้ มันทำให้เราสามารถดูแลทีมงานได้ ก็แบ่งกันใช้นิดๆ หน่อยๆ ครับ แต่ว่ารอบสองมีคนซื้อบัตรเยอะขึ้นครับ มีกำลังใจในการทำงาน ผมก็ว่าดีกว่าไม่มีอะไรทำครับ ก็ต้องสู้กันไปครับในสถานการ์แบบนี้ ช่วยๆ กันไปครับ”
เจ้าพ่อเอนเตอร์เทนจ้างร้อยเล่นล้าน ไม่มีเวทีโชว์แล้ว มาเป็นลำซิ่งออนไลน์? “ไม่แตกต่างเยอะครับ แค่เราไม่มีคนชมหน้าเวทีแต่เรามีคนชมในออนไลน์ครับ แต่เราก็เต็มพิกัดเหมือนเดิมครับ รูปแบบการโชว์เราก็จัดเต็มเหมือนเดิมครับ”
ที่มาฉายา หมอลำเด้าฟ้าปี้น เอกลักษณ์ที่แฟนๆ จดจำได้? “มันเป็นที่การส่ายเอว คนก็เลยให้ฉายาว่า เด้าฟ้าปิ้น เอว 5G เอนเตอร์เทนด้วยครับ เป็นที่มาของคำว่าเด้าฟ้าปี้น สนุกสนานจนฟ้าถล่มทลายถ้าแปลเป็นภาษาไทยครับ สมัยก่อนที่ผมทำรถซาเล้งก็คือมันจะมีกระแสรถแห่ ช่วงนั้นรถแห่ 6 ล้อออกมาใหม่ๆ เลย ผมไม่มีตังค์ที่จะไปทำรถแห่หกล้อเหมือนเขาเพราะคันหนึ่งมันก็หลายล้าน ก็เลยคิดว่าเราจะทำยังไงให้มันแปลกใหม่ ผมก็เลยเอาซาเล้งมาทำเป็นรถแห่ไลฟ์สดแข่งเลยครับ เขามีหกล้อเราก็มีสามล้อ เราปรับเปลี่ยนรูปแบบของเรา เราทำโชว์แบบนี้ดีกว่า ก็น่าตื่นเต้นอีกแบบหนึ่ง คนก็ให้ความสนใจเยอะ มันแปลกด้วยที่สำคัญก็คือบ้านั่นแหละครับ ไม่บ้าทำไม่ได้ครับ”
แฟนคลับยังเรียกร้องอยากให้เต้นเด้งหน้าเวทีเยอะไหม? “เยอะครับ เมื่อไหร่โควิดจะหายไปสักที อยากเต้นหน้าฮ่าน อยากฟ้อนหน้าเวทีแล้ว หมดโควิดนี่แหละจะจ้างฟ้อนเต็มที่ แฟนคลับก็ถามหาเยอะอยู่ครับ”
รายได้จากไลฟ์สดกลุ่มปิดพอเลี้ยงตัวเองและสมาชิกในวงได้ไหม? “ถามว่ามันได้เยอะเท่ากับเราไปแสดงหน้าเวทีไหม รายได้ยังไม่เท่ากับไปแสดงหน้าเวทีงานหนึ่ง แต่เราก็ทำไปก่อนครับ เพื่อวันหน้ามีแฟนๆ ให้การสนับสนุนที่เยอะขึ้น เราก็น่าจะสามารถอยู่ได้ครับ ตอนนี้ก็ทำๆ ไปก่อนครับ”
ในช่วงที่โควิดมาแรกๆ ตั้งตัวทันไหม? “ตั้งตัวไม่ทันเลยครับ สิ่งที่เราคิดหมายเอาไว้ว่าจบซีซั่นนี้ จบเดือนนี้เราต้องมีเงินเก็บเท่านี้ๆ จะมาลงทุนต่อ มันพังสลายไปเลยครับในชั่วพริบตา แต่ว่ายังต้องสู้ต่อไปเพราะว่าเรามีทีมงานครับ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีหาเงินไปเรื่อยๆ ตามสถานการณ์”
วิกฤตอาชีพหมอลำ ไม่เสียใจที่เลือกเส้นทางนี้? “ไม่เสียใจครับ มันต้องมีลู่ทาง มันต้องมีช่องทางของมันครับ ขอแค่เรามองให้ออก ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าต้องทำยังไงครับ ก็ต้องสู้เพราะว่าเราเลือกแล้ว ก็คุยกับทีมงานตลอดว่าเราต้องสู้ไปด้วยกัน แฟนคลับก็มีมาให้กำลังใจตลอด บอกว่าทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะสนับสนุนทุกอีพี ทำอีพีไหนก็จะซื้อบัตรชมตลอดไป ให้กำลังใจทีมงาน เราก็ดีใจครับ”
“พวกผมทำไลฟ์สดออนไลน์ตลอด ยิ่งถ้าไม่มีหน้าเวทีพวกเราก็ต้องลุยทางนี้ ลุยเต็มที่เลยครับ เพื่อให้เราได้อยู่หน้าจอในโซเชี่ยลตลอด เผื่้อวันหนึ่งที่ฟ้าเปิดทาง แฟนๆ ก็จะยังคิดถึงเรา เพราะว่าเห็นเราอยู่ในหน้าจอ จะได้มีงานจ้างเข้ามาก็หวังแค่ตรงนั้นครับ”
มีช่วงท้อไหม? “ก็มีบ้างครับ แต่ก็ไม่นานครับ เพราะว่าทีมงานก็ให้กำลังใจกันตลอดครับ คิดหาวิธีทำยังไงจะทำให้พวกเราอยู่รอด คิดทุกวันช่วยกันปรับปรุงมาเรื่อยๆ สมาชิกในวงเรามี 20 กว่าคน ครอบครัวใหญ่ หม้อหุงข้าวต้องหม้อละ 10 โล หม้อใหญ่”
“สำหรับผมถามว่าคุ้มได้กำไรไหม ยังไม่ได้ครับ แต่ว่าผมขอให้ทีมงานมีกินมีใช้ไปก่อนครับ ก็เอาของตัวเองมาซัพพอร์ตในค่าใช้จ่ายที่มันยังไม่พอก่อน ก็หวังว่าวันหนึ่งแฟนคลับเยอะขึ้น เรามีกำไร แต่ตอนนี้เราก็ช่วยเหลือทีมงานไปก่อนครับ”
อาชีพหมอลำซิ่งได้รับการเยียวยาไหม? “ยังไม่มีครับ ยังไม่มีการเยียวยาอะไรเลย ต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อนครับ ก็มีรายได้ตรงที่เราทำกลุ่มปิด ทำเดือนละครั้งก็น้อย ตามสถานการณ์บางครั้งเราหา สถานที่ไม่ได้ ฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจ เพราะเราทำเอ้าต์ดอร์ไม่มีสถานที่ เดือนหน้าน่าจะทำถี่ขึ้นครับเพื่อให้ทีมงานเกิดรายได้ที่เยอะขึ้นกว่านี้”
“ถามว่าน้อยใจไหม ก็มีบ้างนิดหนึ่งครับ แต่ว่าผมมองไปอาชีพอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการเยียวยาเหมือนกัน ไม่มีแค่อาชีพเราหรอก คนอื่นก็เหมือนกัน พยายามให้กำลังใจปลอบตัวเองด้วย จะทำให้ตัวเองไม่ท้อและมีกำลังใจสู้ครับ คิดอย่างนี้ดีกว่าเพราะว่ามองสถานการณ์โลกทุกคนก็คล้ายๆ กันหมด เราก็ต้องทำใจยอมรับครับ”