โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักหุ้น OR มากกว่าที่เห็น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ม.ค. 2564 เวลา 05.33 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2564 เวลา 01.09 น.

คอลัมน์สามัญสำนึก สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 การลงทุนในตลาดหุ้นยังคงร้อนแรง

และกระแสตอนนี้ต้องยกให้เรื่องการเปิดขายหุ้นไอพีโอ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือOR เมื่อบริษัทประกาศเปิดให้นักลงทุนจองหุ้นระหว่าง 24 ม.ค.-2 ก.พ. 64 ด้วยราคาเสนอขาย 16-18 บาทต่อหุ้น

นอกจากเพราะความใหญ่ของธุรกิจแล้ว อีกส่วนก็เพราะธุรกิจ OR เป็นที่รู้จักและจับต้องได้ของคนไทยทั้งประเทศ

โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่พลิกโฉมสถานีบริการน้ำมัน เป็นศูนย์รวมบริการค้าปลีกที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะร้านคาเฟ่ อเมซอน ที่กลายเป็นดาวเด่น มีการปูพรมขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 3,000 สาขา

แต่ก่อนจองหุ้นก็ต้องทำความรู้จัก OR กันก่อนว่า อาณาจักรธุรกิจแห่งนี้มีอะไรบ้าง และมีอะไรมากกว่าที่เห็นหรือไม่

ไล่เลียงตั้งแต่ผลประกอบการ สำหรับปี 2563 ยังเป็นตัวเลขคาดการณ์รายได้ที่ 448,192 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 8,154 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าเพราะผลกระทบของโควิด-19

ธุรกิจหลักมี 3 กลุ่มคือ 1.ธุรกิจน้ำมัน 2.ธุรกิจ nonoil (ค้าปลีกและบริการอื่น ๆ) และ 3.ธุรกิจต่างประเทศ

ธุรกิจน้ำมันของ OR ไม่ใช่แค่การขายในปั๊ม แต่ยังมีส่วนธุรกิจที่ขายให้ลูกค้าพาณิชย์รายใหญ่อีกกว่า 2 พันราย

และแม้ว่าธุรกิจน้ำมันจะเป็นฐานรายได้หลัก ซึ่งจากตัวเลขรายได้ธุรกิจน้ำมันปี 2563 กว่า 417,730 ล้านบาท

ขณะที่ nonoil สร้างรายได้ราว 19,180 ล้านบาท หรือไม่ถึง 5% รายได้บริษัท แต่มีสัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และตัดจำหน่าย (EBITDA) ถึง 25.1%

สะท้อนถึงความสามารถการทำกำไรของธุรกิจ nonoil ที่สูงกว่าธุรกิจน้ำมัน ทั้งแนวโน้มการเติบโตธุรกิจน้ำมันก็ลดลง

ธุรกิจ nonoil จึงเป็นเรือธงขยายฐานรายได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจบริหารจัดการพื้นที่และอื่น ๆ

แผนการลงทุนของ OR ช่วง 5 ปีข้างหน้า จึงให้ความสำคัญกับธุรกิจ nonoil และธุรกิจต่างประเทศนอกจากแผนขยายสถานีบริการน้ำมันจาก 1,968 แห่ง เพิ่มเป็น 3,100 แห่ง เพราะนี่คือจุดศูนย์รวมการขายสินค้าและบริการของ OR

แผนขยายร้านคาเฟ่ อเมซอน จาก 3,168 แห่ง เป็น 5,800 แห่ง ซึ่งเพิ่มมากกว่าสถานีบริการน้ำมัน เพราะปัจจุบันมีการเปิดให้บริการนอกปั๊ม ซึ่งมีผู้สนใจขอรับสิทธิแฟรนไชส์จำนวนมากแบบที่ต้องเข้าคิวยาวกันเป็นปี

รวมถึงร้าน Texas Chicken ที่ OR ได้สิทธิเป็นผู้ทำตลาดในประเทศไทย ก็มีแผนขยายเพิ่มปีละ 20 แห่ง

ส่วนร้านสะดวกซื้อ ตอนนี้ OR มีถึง 2 แบรนด์คือ เซเว่นอีเลฟเว่น และ จิฟฟี่ ซึ่งสัญญาของร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในPTT Station จะหมดสัญญาในอีก 2 ปีข้างหน้า ต้องติดตามดูว่านโยบายธุรกิจร้านสะดวกซื้อของ OR จะเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ OR ยังมุ่งหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ เช่น ล่าสุดได้ซื้อหุ้น 9.58% ของบริษัทโลจิสติกส์ “แฟลช เอ็กซ์เพรส” รวมถึงทำสัญญาซื้อหุ้นเพิ่มทุนบริษัท “พิเบอร์รี่” เพื่อขยายขอบข่ายธุรกิจกาแฟ โดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องชงกาแฟ

ทั้งแผนลงทุนสร้างโรงงานเบเกอรี่ โรงงานผงผสมเครื่องดื่ม ศูนย์กระจายสินค้า ต่อยอดธุรกิจทั้งซัพพลายเชนของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

ขณะที่เทรนด์การใช้รถอีวีที่กำลังมา OR ก็เตรียมพร้อมตามพฤติกรรมผู้บริโภค โดยได้ชิมลางเปิดให้บริการจุดชาร์จไฟฟ้ากับรถอีวีที่ PTT Station 25 แห่ง และมีแผนเพิ่มจุดบริการให้ครอบคลุมตลอดเส้นทางหลักของประเทศ

สำหรับ “ธุรกิจต่างประเทศ” ก็เป็นอีกหัวหอกขยายตลาดของบริษัท ซึ่งที่ผ่านมามีการขยายทั้งธุรกิจน้ำมันและร้านคาเฟ่ อเมซอน ไปเกือบ 10 ประเทศ และ 5 ปีจากนี้จะเน้นขยายลงทุนในอาเซียน ด้วยแผนขยายสถานีบริการน้ำมันอีก 350 แห่ง และร้านคาเฟ่ อเมซอน อีก 310 แห่ง ซึ่งล่าสุดก็ได้ตั้งบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อขยายร้านคาเฟ่ อเมซอน ในเวียดนาม

การเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นของ OR น่าจะเป็นการเปิดเกมรบใหม่ของ OR ออกจากสนามรบธุรกิจน้ำมันเต็มตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...