โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

9 วิธีล้างสารพิษในร่างกายและวิถีชีวิต

issue247.com

อัพเดต 11 ต.ค. 2561 เวลา 13.03 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2561 เวลา 00.00 น.

ฉันมั่นใจว่าครั้งหนึ่งในชีวิตคุณต้องเคยมีอาการท้องผูกแน่ๆ อาการท้องผูกคือลำไส้มีการเคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่มีความเคลื่อนไหวเป็นเวลาหลายวัน ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของลำไส้จะเป็นปกติหรือไม่ แต่ที่แน่ๆคือลำไส้ของพวกเราเต็มไปด้วยอุจจาระ ในทางทฤษฎีเมื่อมีอาการท้องผูกเรื้อรัง นั่นเป็นเพราะไขมันส่วนใหญ่ที่เราเห็นในพุงเป็นเพียงที่สำรองของอุจจาระและพิษที่รอการปลดปล่อย เมื่อร่างกายของเราไม่สามารถขจัดสารพิษออกได้ในทันที สิ่งเหล่านั้นจะถูกเก็บไว้ในเซลล์ไขมัน คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเรียกว่าลงพุง? แล้วสารพิษเหล่านี้มาจากไหนกันล่ะ? เหตุผลหนึ่งคืออาหารส่วนใหญ่สร้างสารพิษภายในร่างกายเรา อาหารในปัจจุบันมักเต็มไปด้วยอาหารดัดแปลงพันธุกรรมและสารให้ความหวานเทียม สารกันบูด และอาหารขยะ คนส่วนใหญ่เมื่อบริโภคน้ำตาลมากเกินไปสารพิษก็จะสะสมอยู่ในร่างกาย สาเหตุการเกิดพิษในร่างกายที่พบมากที่สุด ได้แก่ อาหารแปรรูป ยาฆ่าแมลง และสารเคมีกำจัดวัชพืช แอลกอฮอล์ โซดา เนื้อจากโรงงาน ยา บุหรี่ น้ำประปา สารเคมีจากผลิตภัณฑ์ความงามและครีมใช้เฉพาะที่ (ส่วนใหญ่เป็นสีย้อมผมและครีมกันแดด) และนี่คือวิธีแก้ปัญหา 10 ข้อที่จะช่วยล้างสารพิษให้กับชีวิตและร่างกายของเรา

 

1. น้ำบริสุทธิ์

น้ำที่ดีที่สุดคือน้ำแร่จากธรรมชาติ ฉันไม่ได้หมายถึงน้ำที่อยู่ในขวดพลาสติกที่เขียนว่าน้ำแร่ คุณต้องดื่มน้ำจริงๆจากแหล่งน้ำแร่ที่ปรากฏภาพอยู่บนขวดต่างหาก หรืออีกวิธีหนึ่งเพื่อให้คุณมั่นใจว่ากำลังใช้น้ำบริสุทธิ์คือการใช้เครื่องกรองน้ำคุณภาพดีและเปลี่ยนตัวกรองจากธรรมดาให้เป็นตัวกรองคลอรีนอีกชั้นหนึ่ง

 

2. การกระโดด

การกระโดดบนแผ่นกระโดดทุกวันๆละประมาณ 20 นาทีจะช่วยให้ร่างกายขับสารพิษออกมาผ่านระบบน้ำเหลือง นอกจากจะได้ประโยชน์แล้วยังสนุกอีกด้วย!

 

3. อากาศบริสุทธิ์

การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุดมไปด้วยออกซิเจนและการสูดลมหายใจลึกๆจะช่วยหล่อเลี้ยงเซลล์และร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จำเป็นที่สุดในชีวิต ลองหายใจเข้า 4 วินาที กลั้นหายใจ 16 วินาที และหายใจออก 8 วินาที เพื่อกระตุ้นระบบน้ำเหลืองและออกซิเจนในร่างกายทำประมาณ 10 ครั้ง

 

4. ดื่มน้ำผักสีเขียว

น้ำผักสีเขียวออร์แกนิกอุดมไปด้วยสารอาหารและจะช่วยล้างสารพิษในร่างกาย คุณสามารถหาซื้อได้จากร้านขายน้ำผลไม้ออร์แกนิกท้องถิ่น และหากคุณต้องการพัฒนาไปอีกขั้นก็สามารถซื้อเครื่องคั้นน้ำผลไม้มาทำเองที่บ้าน ทั้งนี้น้ำข้าวสาลี คลอเรลล่า และสาหร่ายเกลียวทองก็มีประโยชน์ในการขจัดสารพิษและให้พลังงานชีวิตได้เช่นกัน

 

5. เคลื่อนไหวให้มาก นั่งให้น้อย

การนั่งเป็นภัยเงียบอย่างหนึ่ง เมื่อร่างกายมีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน เล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือกระโดด กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกายและทำให้ร่างกายขจัดสารพิษได้ดีขึ้น

 

6. ซาวน่า

การซาวน่าจะช่วยล้างสารพิษในร่างกายโดยการขับสิ่งสกปรกออกมาพร้อมกับเหงื่อ การซาวน่าอินฟาเรดจัดว่าสามารถล้างสารพิษได้ล้ำลึกและดีที่สุด ความแตกต่างระหว่างซาวน่าอินฟาเรดและซาวน่าแบบดั้งเดิมคือการขับความร้อนจากภายในร่างกายออกมา ซาวน่าอินฟาเรดจะเพิ่มความร้อนให้กับเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกลงไปหลายนิ้วซึ่งจะไปเร่งกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติและเพิ่มการไหลเวียนรวมถึงเพิ่มออกซิเจนให้กับเนื้อเยื่อของคุณด้วย

 

7. ให้ร่างกายได้นอนหลับตามที่ต้องการ

มีผู้คนจำนวนมากที่ทำงานหนักเกินไปและนอนหลับไม่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้จะทำลายสุขภาพและประสิทธิภาพในการทำงาน เราควรให้ร่างกายได้นอนหลับในยามที่จำเป็น เช่น การปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสัญญาณ Wi-Fi ย้ายนาฬิกาปลุกไปให้ไกลจากหัวเตียง นอนในห้องที่มืดสนิทและอากาศถ่ายเทได้สะดวก

 

8. รับประทานอาหารที่ชุ่มน้ำและพืชผักผลไม้

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการล้างสารพิษก็คือการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำและพืชผักผลไม้ ผักสีเขียว เช่น แตงกวา ขึ้นฉ่าย ผักกาด คะน้า ผักร็อกเก็ต และผักโขม คุณควรรับประทานเป็นประจำ ส่วนผลไม้ เช่น อะโวคาโด มะเขือเทศ แตงโม และตระกูลเบอรี่ ก็อุดมไปด้วยน้ำและสารอาหาร กุญแจสำคัญคือควรรับประทานแบบสดและอยู่ในรูปแบบธรรมชาติมากที่สุดเพราะเราจะได้รับสารอาหารและเอ็นไซม์ทั้งหมด

 

9. วิถีออร์แกนิก

อาหารออร์แกนิกไม่ได้ผ่านการใช้ยาฆ่าแมลงซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายและสมอง อาหารเหล่านี้มีรสชาติดี ได้รับการทดสอบและทดลอง (แตกต่างจากอาหาร GMO) พร้อมทั้งสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อสุขภาพของบรรดาเกษตรกร

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...