โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดราคาไทย DJI Mavic 2 Pro และ DJI Mavic 2 Zoom โดรนพับได้ตัวเทพ!

BT Beartai

อัพเดต 17 ก.ย 2561 เวลา 18.48 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2561 เวลา 05.42 น.
เปิดราคาไทย DJI Mavic 2 Pro และ DJI Mavic 2 Zoom โดรนพับได้ตัวเทพ!

หลังจากที่ DJI เปิดตัว Mavic 2 Pro และ Mavic 2 Zoom เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน วันนี้ทาง DJI ไทยก็ประกาศราคาอย่างเป็นทางการแล้ว โดย Mavic 2 วางจำหน่ายในราคา 56,500 บาท และ Mavic 2 Zoom มีราคาอยู่ที่ 49,000 บาท ทั้งคู่เป็นชุดที่มีตัวลำโดรน แบตเตอรี่ รีโมตควบคุม แท่นชาร์ต และใบพัด 4 คู่ ส่วนถ้าต้องการอุปกรณ์ในชุด Fly More Kit ที่มีแบตเตอรี่สำรอง 2 ก้อน แท่นชาร์จแบตเตอรี่แบบหลายหัว ที่ชาร์จในรถยนต์ ตัวเชื่อมต่อสำหรับการชาร์จกับแบตเตอรี่สำรอง ใบพัด 2 คู่ และกระเป๋า ก็จ่ายเพิ่มอีก 14,600 บาท

Mavic 2 Pro: โดรนเน้นคุณภาพภาพด้วยกล้อง Hasselblad

DJI พัฒนาโดรนตัวนี้ร่วมกับ Hasselblad ผู้นำด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่แบบ Medium Format ทำให้ Mavic 2 Pro เป็นโดรนพร้อมกล้องที่มีเซ็นเซอร์ CMOS ขนาดใหญ่ 1 นิ้ว พร้อมรองรับโปรไฟล์สีแบบ 10-bit Dlog-M ซึ่งแยกความแตกต่างของสีได้มากกว่าถึง 4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับ Mavic Pro ทำให้มีอิสระสูงสุดในการปรับแต่งภาพและวีดีโอในภายหลัง

Mavic 2 Pro สามารถบันทึกภาพนิ่งได้ที่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Hasselblad’s Natural Color Solution (HNCS) ซึ่งมอบความแม่นยำสูงสุดในการบันทึกสี และสามารถปรับรูรับแสงได้ ตั้งแต่ f/2.8 -f/11 เอื้อให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการถ่ายภาพได้อย่างเหมาะสมในทุกระดับแสง ด้านวิดีโอนั้น สามารถบันทึกได้ที่ความคมชัดระดับ 4K พร้อมมีความละเอียดสูงแบบ 10-bit HDR นอกจากนี้ Mavic 2 Pro ยัง สามารถเชื่อมต่อกับทีวี 4K ที่รองรับเทคโนโลยี HLG เพื่อเล่นวิดีโอได้ทันที โดยไม่มีปัญหาสีผิดเพี้ยน

Mavic 2 Zoom: หลากมิติมุมมอง จากออปติคัลซูมและดิจิตอลซูม

Mavic 2 Zoom เป็นโดรนแบบพับเก็บได้สำหรับบุคคลทั่วไปตัวแรกของ DJI ที่มาพร้อมกล้องซูมได้ 2 เท่า ทางยาวเลนส์ขนาด 24-48 มม. พร้อมระบบดิจิตอลซูม ยังสามารถจำลองเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ขนาด 96 มม. จึงสามารถมอบมุมภาพในมิติที่หลากหลาย  ทำให้บันทึกภาพวีดีโอที่คมชัดแบบ Full HD ได้โดยไม่สูญเสียข้อมูลความละเอียด โดยใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด ½.3 นิ้ว ส่วนระบบโฟกัสเป็นแบบไฮบริด ช่วยให้ตรวจจับระยะชัดได้แม่นยำยิ่งขึ้น ปรับโฟกัสได้เร็วขึ้นถึง 40% จากรุ่นก่อน

สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง Mavic 2 Zoom ให้ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์อย่าง Super Resolution (ซุปเปอร์ เรโซลูชั่น) เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ระบบออปติคัลซูมจะจับภาพ 9 ภาพ แล้วประมวลผลรวมกันโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล ซึ่งนี่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพทิวทัศน์

พิเศษสำหรับรุ่น Mavic 2 Zoom มีโหมดใหม่ Dolly Zoom QuickShot (ดอลลี่ ซูม ควิกช็อต) ที่จะมาเปิดมิติใหม่ในการเล่าเรื่องด้วยภาพเคลื่อนไหว ในแบบที่ก่อนหน้านี้มีเพียงช่างถ่ายภาพยนตร์มืออาชีพเท่านั้นที่จะทำได้ ซึ่งการถ่ายวิดีโอในรูปแบบนี้สามารถให้มุมมองที่ไม่เหมือนใคร โดยโดรนจะซูมภาพพร้อมๆ ไปกับ บินออกห่างจากวัตถุหลักที่กำลังถ่ายอยู่ เพื่อล็อคให้วัตถุนั้นมีขนาดเท่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันผลจากการซูมก็จะเผยให้เห็นพื้นหลังของภาพที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างไหลลื่นด้วยนั่นเอง (พูดอีกอย่างคือเปลี่ยน Perspective ของภาพ โดยวัตถุด้านหน้าขนาดเท่าเดิม)

Mavic 2 Series: โดรนพร้อมกล้องคุณภาพสูง

กล้องของโดรนทั้ง 2 รุ่นในซีรีส์นี้ สามารถบันทึกวิดีโอได้คมชัดสูงสุดถึงในระดับ 4K พร้อมมอบรายละเอียดที่อัดแน่น ด้วย อัตราบิตสูงสุด 100 เมกะบิตต่อวินาที โดยใช้ตัวแปลงสัญญาณการบีบอัดข้อมูลแบบ H.265 สามารถนำไปปรับแต่งหลังการถ่ายทำได้อย่างสะดวกและมีอิสระ สำหรับนักถ่ายภาพ Mavic 2 ยังโดดเด่นตรงการปรับปรุงเรื่องมิติของภาพ โดยมีช่วงรับแสงกว้าง และสามารถผสมผสานรูปถ่ายหลายๆ รูป เพื่อให้กลายเป็นผลงานที่มีมิติสวยงามที่สุด และเอื้อต่อการนำไปปรับแต่งในภายหลังเช่นกัน ซึ่ง Mavic 2 Pro นั้น มีช่วงรับแสงที่แตกต่างกันได้สูงสุดถึง 14 จุด ส่วน Mavic 2 Zoom มีได้สูงสุดที่ 13 จุด

การออกแบบให้บินได้อย่างคล่องตัว และขยายเวลาบินให้นานขึ้น

Mavic 2 ได้รับการออกแบบใหม่ ให้มีโครงสร้างที่บินได้อย่างคล่องตัวขึ้น สามารถลดแรงเฉื่อยได้สูงสุดถึง 19% เมื่อเปรียบเทียบกับ Mavic Pro โดย Mavic 2 สามารถบินได้ที่ความเร็วสูงสุด 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (44 ไมล์ต่อชั่วโมง) เมื่อบินด้วยโหมดกีฬา นอกจากนี้ ยังมีระบบใบพัดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และทำงานได้เงียบกว่าเก่า จึงช่วยลดเสียงรบกวน ส่วนเรื่องระยะเวลาบิน Mavic 2 สามารถบินได้นานสูงสุดถึง 31 นาที

เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานจะสามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้อย่างคมชัด ไม่สั่นไหว กล้องของ Mavic 2 มีกิมบอลความแม่นยำสูงแบบ 3 แกน ไว้ช่วยรักษาความสมดุล ทำให้กล้องทำงานได้แบบเสถียร แม้มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถจัดเก็บไฟล์ภาพนิ่งและวีดีโอไว้ที่หน่วยความจำขนาด 8 กิ๊กกะไบต์ ซึ่งอยู่ในตัวโดรนได้โดยตรง หรือควบคุมจัดการวิธีการจัดเก็บข้อมูลได้ด้วยตัวเอง

เครื่องมืออัจฉริยะใหม่ สำหรับการถ่ายภาพยนตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น

มีฟีเจอร์ Hyperlapse ที่ช่วยสร้างวิดีโอ Timelapse แสดงการหมุนผ่านของช่วงเวลา ในขณะที่โดรนบินไปเรื่อยๆ ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเลือกโหมดย่อยได้ คือ

  • Free – เป็นการบินโดรนด้วยตัวเอง ระหว่างถ่ายทำวีดีโอ Hyperlapse ไปพร้อมๆ กัน
  • Circle – เป็นการบินโดรนอัตโนมัติ โดยมีเส้นทางบินเป็นวงกลมรอบวัตถุที่เลือก เพื่อบันทึกแอคชั่นที่ค่อยๆ เปลี่ยนไป แล้วสร้างเป็นวิดีโอ Timelapse
  • Course Lock – ตั้งมุมกล้องคงที่ไว้ตรงวัตถุที่ต้องการ แล้วบันทึกวิดีโอในระหว่างบินโดรนเป็นแนวเส้นตรง เพื่อสร้างมุมมองที่ไม่เหมือนใคร
  • Waypoint – วางแผนเส้นทางการบินที่ซับซ้อน โดยเลือกระดับความสูงและพิกัดจากจีพีเอส เพื่อสร้างวีดีโอที่มีมุมมองซับซ้อนแตกต่างออกไป

การบินติดตามวัตถุซึ่งกำลังเคลื่อนที่ให้อยู่ในเฟรมภาพเสมอนั้นสามารถทำได้ง่ายกว่าเดิมด้วยฟีเจอร์ ActiveTrack 2.0. (แอ๊คทีฟ แทร็ค 2.0) ระบบติดตามที่แม่นยำขึ้น กับระบบป้องกันการชนและหลบหลีกสิ่งกีดขวาง กระบวนการนี้เกิดขึ้นโดยอาศัยภาพจากกล้องหลัก และกล้องคู่ด้านหน้าตัวลำของ Mavic 2 มาสร้างเป็นแผนที่ 3 มิติ แสดงสภาพพื้นที่บริเวณด้านหน้าของโดรน แล้วใช้อัลกอริทึ่มการบินใหม่มาวิเคราะห์การเคลื่อนไหว จากนั้นจึงใช้ทำนายเส้นทางการเคลื่อนที่ของวัตถุที่กำลังถูกติดตามอยู่ได้สูงสุดถึงสามวินาทีล่วงหน้า และเมื่อทำการบินติดตาม Mavic 2 ยังสามารถตรวจับสิ่งกีดขวางและบินหลบหลีกได้โดยอัตโนมัติ แบบไม่สะดุด และแม้จะมีช่วงที่วัตถุเป้าหมายถูกบดบังอยู่ด้านหลังสิ่งกีดขวาง ฟีเจอร์นี้ก็ยังทำการติดตามได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังสามารถบินติดตามวัตถุเป้าหมายได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การบินที่ปลอดภัย อัจฉริยะ และมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น

Mavic 2 มีความสามารถในการบินโดยอัตโนมัติอย่างปลอดภัย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกภาพและวิดีโอในสถาพแวดล้อมที่ซับซ้อนได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ซึ่งระบบ FlightAutonomy (ไฟลท์ ออทอนอมี่) ที่เป็นระบบควบคุมการบินอัตโนมัติ ได้ถูกพัฒนาให้ส่งข้อมูลไปประมวลผล ยังหน่วยประมวลผลกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จนสามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำ ทำให้การบินโดรนมีความปลอดภัยสูง และที่สำคัญคือ Mavic 2 นับเป็นโดรนรุ่นแรกของ DJI ที่มีเซ็นเซอร์โดยรอบตัวลำมากถึงจำนวน 10 จุด ไว้คอยตรวจจับสิ่งกีดขวางต่างๆ และช่วยป้องกันการชนสิ่งกีดขวาง จึงเอื้อให้ผู้ใช้งานสามารถมีอิสระในการบิน แล้วหันไปโฟกัสกับการจับภาพที่ต้องการได้อย่างเต็มที่

ระบบช่วยเหลือการบินขั้นสูง หรือ Advanced Pilot Assistance System (APAS) ช่วยให้โดรนสามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบตัว แล้วบินหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้แบบอัตโนมัติโดยไม่ไม่มีสะดุด นอกจากนี้ Mavic 2 ยังมีไฟความสว่างสูงเสริมอยู่ที่ด้านล่างของตัวลำ (Bottom Auxillary Light) ที่สามารถเปิดอัตโนมัติ ส่วนนี้ช่วยให้เซ็นเซอร์ด้านล่างตัวลำทำงานได้ดีขึ้น เห็นภาพชัดขึ้น ส่งผลให้การลงจอดปลอดภัยและแม่นยำกว่าเดิม แม้ในสภาพที่มีแสงน้อย

ระบบส่งสัญญาณและถ่ายทอดสดวีดีโอแบบใหม่ OcuSync 2.0 ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างโดรนและรีโมตฯ มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น โดยมีฟีเจอร์ที่ช่วยป้องกันคลื่นรบกวนได้ดี และสามารถสลับใช้คลื่นความถี่ที่รองรับ ระหว่าง 2.4 GHz และ 5.8 GHz ได้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ยังเลือกใช้ความถี่ที่แตกต่างกันในการส่งกับรับข้อมูลได้ เพื่อให้มีความไหลลื่นที่สุด โดย สามารถรับข้อมูลเป็นภาพวิดีโอถ่ายทอดสดที่มีความละเอียด 1080p ในระยะสื่อสารที่ไกลสุด 8 กิโลเมตร ที่สำคัญ ยังมีการสำรองข้อมูลที่ได้รับมานี้ไว้ในแอปพลิเคชัน DJI เพื่อให้นำไปตัดต่อเป็นวิดีโอแบบ Full HD แล้วแชร์ได้ทันทีในทุกสถานการณ์ เรื่องภาพนิ่ง ภาพที่มีความละเอียดในรูปแบบ JPEG สามารถบันทึกลงหน่วยความจำของสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตได้โดยตรง ดังนั้น จึงสามารถแบ่งปันผลงานที่คุณเพิ่งสร้างขึ้นได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องถ่ายโอนข้อมูลจากโดรน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...