โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดคำแถลงการณ์ WHO ทำไมยกระดับ ’ไวรัสอู่ฮั่น’ เป็น ’ภาวะฉุกเฉินระดับโลก’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ม.ค. 2563 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 09.26 น.

เว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินครั้งที่ 2 ณ สำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลก กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ในประเด็นการรับมือกับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ที่มีจุดเริ่มต้นในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินของ WHO เป็นการจัดประชุมภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) โดยคณะกรรมการมีบทบาทในการให้คำแนะนำแก่ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นสุดท้ายก่อนการประกาศให้สถานการณ์ไวรัสอู่ฮั่นเป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” (Public Health Emergency of International Concern หรือ PHEIC) โดยคณะกรรมการจะเป็นผู้ให้คำแนะนำด้านสาธารณสุขและข้อเสนอชั่วคราวตามความเหมาะสม

การประชุมเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลังจากที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งในจีนและในต่างประเทศ โดยผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขของจีน ได้รายงานสถานการณ์ในจีนต่อคณะกรรมการว่า มีผู้ที่ได้รับการยืนยันแล้ว 7,711 ราย และผู้ที่ต้องเฝ้าระวังอีก 12,167 รายในประเทศจีน ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 213 รายในประเทศจีน (ข้อมูล ณ เวลานั้น)

ขณะที่เลขาธิการ WHO รายงานตัวเลขผู้ป่วยทั่วโลกอยู่ที่ 83 ราย ใน 18 ประเทศ โดยมีเพียง 7 รายเท่านั้นที่ไม่มีประวัติเดินทางไปจีน และมีเพียง 3 กรณีที่เป็นการติดต่อแบบคนสู่คนภายนอกประเทศจีน ทั้งหมดนี้มีผู้ที่อยู่ในขั้นวิกฤติ 1 รายและยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

ผลการประชุม

คณะกรรมการชื่นชมต่อความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่นระดับสูงของรัฐบาลจีน ทั้งความโปร่งใสและความพยายามในการตรวจสอบและควบคุมโรคระบาดในปัจจุบัน จีนได้เปิดเผยข้อมูลไวรัสอย่างรวดเร็วและแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับไวรัส ให้ประเทศอื่นสามารถใช้วินิจฉัยและป้องกันตนเองได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้มีการพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วด้วย

จีนยังใช้มาตรการที่แข็งแกร่งในการประสานงานกับ WHO เป็นประจำทุกวัน รวมถึงร่วมมือกับหลายภาคส่วนเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส ทางการจีนยังใช้มาตรการสาธารณสุขในเมืองและมณฑลต่าง ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังทำการศึกษาความรุนแรงและการแพร่กระจายของไวรัส รวมถึงแบ่งปันข้อมูลและวัตถุชีวภาพ อีกทั้งยังตกลงที่จะทำงานร่วมกับประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ และมาตรการที่ดำเนินการนั้นไม่เพียงดีต่อจีน แต่ยังรวมถึงส่วนอื่น ๆ ของโลกด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมการรับรองบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาของ WHO และพันธมิตร และคณะกรรมการยังรับทราบว่า ยังมีสิ่งที่ไม่รู้อีกมาก จากจำนวนการแพร่ระบาดที่พบใน 5 ภูมิภาคของโลกภายใน 1 เดือน และพบการติดต่อจากคนสู่คนแล้วนอกประเทศจีน

คณะกรรมการเชื่อว่า ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะขัดขวางการแพร่กระจายของไวรัส หากประเทศต่าง ๆ มีมาตรการที่เข้มแข็งในการตรวจหาโรคแต่เนิน ๆ รวมถึงการคัดแยก การรักษา การติดตามต่อเนื่อง และการส่งเสริมมาตรการทางสังคมที่สอดคล้องกับความเสี่ยง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทราบว่าขณะนี้สถานการณ์ยังคงรุนแรงขึ้น ดังนั้นต้องมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และมาตรการเพื่อป้องกันและลดการแพร่กระจายของไวรัส

คณะกรรมการเห็นพ้องว่า การแพร่ระบาดในขณะนี้เป็นไปตามเกณฑ์ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) เพื่อเป็นการสนับสนุนและชื่นชมรัฐบาลและประชาชนจีน ในการเผชิญหน้ากับโรคระบาดครั้งนี้ด้วยความโปร่งใสและมุ่งมั่น เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นปึกแผ่นของโลก คณะกรรมการเห็นว่าจำเป็นต้องมีการประสานงานระดับโลก เพื่อสร้างเตรียมพร้อมในภูมิภาคอื่นของโลกที่อาจต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม และคณะกรรมการได้ให้คำแนะนำชั่วคราวดังนี้

คำแนะนำของคณะกรรมการฉุกเฉินต่อ*WHO *

  • คณะกรรมการพร้อมร่วมมือกับคณะผู้แทนด้านเทคนิคของ WHO ที่กำลังจะเดินทางไปยังประเทศจีน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น เพื่อภารกิจสนับสนุนความพยายามในการตรวจสอบสัตว์ที่เป็นแหล่งที่มาของโรคระบาด ปัจจัยที่นำไปสู่การติดต่อและความรุนแรงของโรค ขอบเขตของการติดต่อจากคนสู่คนทั้งในที่สาธารณะและในสถานพยาบาล และวิธีการควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งภารกิจดังกล่าวจะถูกแบ่งปันให้กับประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และผลกระทบ รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์และมาตรการที่ประสบความสำเร็จ
  • คณะกรรมการเน้นย้ำความสำคัญของการศึกษาแหล่งที่มาของโรคที่เป็นไปได้ เพื่อแสวงหาต้นกำเนิดของโรคที่ซ่อนอยู่ เพื่อทำการควบคุมและจัดการความเสี่ยง
  • คณะกรรมการเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังเพิ่มเติมในภูมิภาคอื่น นอกเหนือมณฑลหูเป่ย์ รวมถึงการสร้างความเข้าใจว่าวัฏจักรของการแพร่ระบาด
  • WHO ควรเดินหน้าการดำเนินการในเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคอย่างต่อเนื่อง เพื่อแนะนำวิธีการที่ดีที่สุดในการรับมือกับโรคระบาดครั้งนี้
  • WHO ควรให้การสนับสนุนในการเตรียมพร้อมและตอบสนองอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะในประเทศและภูมิภาคที่มีช่องโหว่
  • รวมถึงดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็วและการเข้าถึงวัคซีน การวินิจฉัย ยาต้านไวรัส และการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการประเทศรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง
  • WHO ควรให้การสนับสนุนทางเทคนิคและการดำเนินการที่จำเป็นต่อไป รวมถึงร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรและสถาบันต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เพื่อรับมือกับการระบาดของโรคและการสร้างความเข้าใจในการรับมือกับความเสี่ยง และเพื่อความก้าวหน้าในการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นี้
  • WHO ควรทบทวนความเหมาะสมของการประกาศเตือนในระดับกลางระหว่างภาวะที่เข้าเกณฑ์ PHEIC กับที่ไม่เข้าเกณฑ์ PHEIC ในลักษณะที่ไม่ต้องมีการเปิดกาเจรจาใหม่ตาม IHR
  • WHO ควรตรวจสอบสถานการณ์ด้วยความโปร่งใสและปรับปรุงคำแนะนำบนพื้นฐานของหลักฐานที่มีอยู่
  • คณะกรรมการยังไม่เห็นควรให้จำกัดการเดินทางหรือการค้าใด ๆ จากข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน
  • ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ประกาศให้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) เป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” (PHEIC) และรับรองคำแนะนำของคณะกรรมการและกำหนดให้คำแนะนำนี้เป็นคำแนะนำชั่วคราวภายใต้ IHR

คำแนะนำของคณะกรรมการฉุกเฉินสำหรับจีน

  • ใช้การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจในการรับมือกับความเสี่ยงอย่างครอบคลุม โดยแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดของโรคระบาด มาตรการป้องกันสำหรับประชาชน และมาตรการที่ใช้ในการควบคุม
  • ปรับปรุงมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบัน
  • สร้างความมั่นใจในระบบสุขภาพและการปกป้องบุคลากรสาธารณสุข
  • ปรับปรุงการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ป่วยภายในประเทศ
  • ร่วมมือกับ WHO และพันธมิตรเพื่อดำเนินการตรวจสอบเพื่อสร้างความเข้าใจกับการแพร่ระบาดและพัฒนาการของการระบาดครั้งนี้ รวมถึงมาตรการที่ใช้ในการควบคุม
  • แบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อในมนุษย์
  • ดำเนินการต่อเนื่องเพื่อระบุสัตว์ที่เป็นแหล่งที่มาของเชื้อไวรัส และแบ่งปันกับ WHO ทันทีที่ทำได้
  • ดำเนินการคัดกรองทางออกที่สนามบินและท่าเรือระหว่างประเทศ เพื่อตรวจหาผู้เดินทางที่มีอาการ ในการวินิจฉัยและรักษาพยาบาลต่อไป เพื่อช่วยลดการรบกวนการคมนาคมระหว่างประเทศ

คำแนะนำของคณะกรรมการฉุกเฉินสำหรับทุกประเทศ

  • โดยการคาดการณ์ว่าการแพร่ระบาดจะกระจายตัวไปยังประเทศต่าง ๆ ดังนั้น ทุกประเทศควรเตรียมความพร้อมสำหรับการกักกัน รวมถึงการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด การค้นหา การคัดแยก การจัดการผู้ป่วยแต่ละกรณี การติดตามผลต่อเนื่อง และการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่า โดยแบ่งปันข้อมูลให้กับ WHO และปฏิบัติตามคำแนะนำที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของ WHO
  • ทุกประเทศจะต้องแบ่งปันข้อมูลให้กับ WHO ตาม IHR
  • การตรวจพบไวรัสในสัตว์ (รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบสายพันธุ์และทดสอบโรค และข้อมูลระบาดวิทยาที่เกี่ยวข้อง) ควรรายงานไปยังองค์การโลกเพื่อสุขภาพสัตว์ (OIE) ในฐานะโรคใหม่
  • ทุกประเทศควรให้ความสำคัญในการลดการติดต่อในมนุษย์ ป้องกันการแพร่กระจายต่อและการแพร่กระจายข้ามพรมแดน และมีส่วนร่วมในการดำเนินการระดับโลก ผ่านการสื่อสารและการทำงานร่วมกันหลายภาคส่วนและการมีส่วนร่วมในการเพิ่มความรู้เกี่ยวกับไวรัส
  • ทุกประเทศจะต้องแจ้งต่อ WHO ให้ทราบถึงมาตรการการเดินทางตามที่ IHR กำหนด แต่ควรระมัดระวังการใช้มาตรการที่เหมารวมหรือเลือกปฏิบัติตามมาตรา 3 ของ IHR
  • คณะกรรมการฉุกเฉินขอให้ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ และหากจำเป็นควรให้คำแนะนำใหม่เป็นกรณีเฉพาะไป ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในขณะนี้

คำแนะนำของคณะกรรมการฉุกเฉินต่อประชาคมโลก

  • การระบาดครั้งนี้เป็นไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ที่คล้ายคลึงกันก่อนหน้านี้ได้แสดงให้ความจำเป็นอย่างยิ่งในการแบ่งปันข้อมูลและงานวิจัย ประชาคมโลกควรแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องตามมาตรา 44 ของ IHR ในการสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อแสวงหาแหล่งที่มาของไวรัส ความสามารถในการติดต่อจากคนสู่คน การเตรียมพร้อมสำหรับการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้น และการิจัยและพัฒนาวิธีการรักษาที่จำเป็น
  • ให้การสนับสนุนแก่ประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เพื่อให้สามารถรับมือต่อเหตุการณ์ และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการวินิจฉัย วัคซีนที่มีประสิทธิภาพ และการบำบัดรักษา
  • ภายใต้มาตรา 43 ของ IHR ประเทศสมาชิกที่ดำเนินมาตรการด้านสุขภาพ ซึ่งรบกวนการคมนาคมระหว่างประเทศ จะต้องแจ้งเหตุผลด้านสาธารณสุขแก่ WHO ภายใน 48 ชั่วโมง โดย WHO จะตรวจสอบและอาจขอให้ประเทศต่าง ๆ พิจารณามาตรการของประเทศที่บังคับใช้ และ WHO ต้องแบ่งปันข้อมูลมาตรการและเหตุผลให้กับประเทศสมาชิกอื่น ๆ
  • คณะกรรมการฉุกเฉินจะประชุมกันอีกครั้งภายใน 3 เดือนหรือเร็วกว่านั้น ภายใต้ดุลยพินิจของผู้อำนวยการใหญ่ WHO
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...