โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รายงานจีนชี้ ‘พืดน้ำแข็งขั้วโลกใต้’ ละลายไปกว่า 2.6 ล้าน ตร.กม.

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 พ.ย. 2563 เวลา 14.14 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2563 เวลา 18.00 น. • The Bangkok Insight

รายงานกระทรวงวิทย์ฯ ของจีนชี้ “พืดน้ำแข็ง ขั้วโลกใต้” ละลายไปแล้วกว่า 2.6 ล้าน ตร.กม. กระทบระดับน้ำทะเล 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนเผยแพร่รายงานการสำรวจระยะไกลซึ่งระบุว่า ช่วงปี 2542-2562 มีพื้นผิวพืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกในขั้วโลกใต้ ละลายในปริมาณมาก

ขั้วโลกใต้

รายงานว่าด้วยการสำรวจระยะไกลเพื่อตรวจดูสภาพแวดล้อมเชิงนิเวศระดับโลก 2563 ซึ่งกระทรวงเผยแพร่เป็นประจำทุกปีระบุว่า ช่วงปี 2542-2562 มีพื้นผิวพืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกละลายอย่างเห็นได้ชัดกว่า 2.63 ล้านตารางกิโลเมตร คิดเป็น 1 ใน 5 ของพืดน้ำแข็งทั้งหมด

พืดน้ำแข็งที่ละลายส่วนมาก คือส่วนขอบของพืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกและคาบสมุทรแอนตาร์กติก โดยมีส่วนที่ละลายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเกิดการละลายมากที่สุดในส่วนคาบสมุทรแอนตาร์กติก

รายงานคาดว่าพื้นผิวพืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกจะละลายมากขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะส่วนตะวันตกของพืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกและคาบสมุทรแอนตาร์กติก อันจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

รายงานของกระทรวงฯ ในปีนี้ได้เพิ่มหัวข้อใหม่เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของพืดน้ำแข็งแอนตาร์กติก

หวังฉีอัน ผู้อำนวยการศูนย์การสำรวจระยะไกลแห่งชาติจีนระบุว่า รายงานวิเคราะห์ลักษณะการเปลี่ยนแปลงเชิงเวลาและพื้นที่ในการละลายของพื้นผิวพืดน้ำแข็งแอนตาร์กติก การสึกกร่อนของหิ้งน้ำแข็ง การแบ่งถิ่นอาศัยของเพนกวิน และความสัมพันธ์ระหว่างกัน

หวังระบุว่า รายงานหัวข้อนี้มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์สูงสำหรับนำไปวิจัยเกี่ยวกับเสถียรภาพของพืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกต่อไป

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...