โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชุดไปรเวท : โลกโซเชียลถามชุดนักเรียนยังจำเป็นไหม หลังกรุงเทพคริสเตียนทดลองให้ใส่ชุดธรรมดามาเรียน

Khaosod

อัพเดต 09 ม.ค. 2562 เวลา 05.33 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2562 เวลา 05.33 น.

ชุดไปรเวท : โลกโซเชียลถามชุดนักเรียนยังจำเป็นไหม หลังกรุงเทพคริสเตียนทดลองให้ใส่ชุดธรรมดามาเรียน – BBCไทย

8 ม.ค. เป็นวันแรกที่ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โรงเรียนเอกชนชื่อดังเริ่มทดลองให้เด็กนักเรียนในระดับชั้น ม.1 – ม.6 สามารถสวมชุดไปรเวทเข้าเรียนได้ทุกวันอังคารเป็นเวลา 1 ภาคการศึกษา

เหตุการณ์นี้เรียกความสนใจให้ผู้คนในสังคมมาถกเถียงถึงความจำเป็นที่เด็กนักเรียนจะต้องแต่งเครื่องแบบอีกครั้ง หลังจากเมื่อกลางปี 2556 เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเรียนชั้น ม.ปลาย โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้สร้างความฮือฮาในสังคมไทยจากการออกมาเสนอ “ปฏิวัติการศึกษา” ซึ่งรวมถึงการยกเลิกชุดเครื่องแบบนักเรียน ผ่านสื่อมวลชนหลักและสื่อสังคมออนไลน์

นักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนในวันแรกที่ใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียนได้

 

ปัจจุบัน โรงเรียนเอกชนในไทยภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สามารถเลือกได้ว่าจะให้นักเรียนสวมใส่ชุดอะไร ส่วนโรงเรียนรัฐบาลที่อยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังคงมีกฎระเบียบที่นักเรียนต้องใส่ชุดเครื่องแบบอยู่

อ. ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ระบุว่า หากโครงการเช่นนี้ส่งผลกระทบในทางลบต่อการเรียนการสอนของเด็ก ก็พร้อมจะยกเลิกทันที

“สุลต่าน”

วันแรกของโครงการ ณพัชร์ แสงบัวแก้ว นักเรียน ม.6 กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย มาในชุด “สุลต่าน” ด้วยเหตุผลว่า “วันอังคารหน้าจะใส่อะไรที่ปกติกว่านี้แล้วครับ วันแรกนี้วันแรกเลยอยากใส่อะไรที่มันแสดงออกว่ามีอิสระ ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์”

“อวดแบรนด์เนมมันไม่เกี่ยวกับชุดนักเรียน เพราะใส่ชุดนักเรียนก็อวดอย่างอื่นได้ เช่น นาฬิกา กระเป๋า หรือโทรศัพท์มือถือ” ณพัชร์บอกกับบีบีซีไทย

เมื่อสอบถามว่า ชุดอะไรประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่ากัน ณพัชร์บอกว่า “ชุดไปรเวทประหยัดกว่า เพราะเป็นชุดที่ตัวเองมี” ซึ่งเครื่องแบบนักเรียนของเขานั้นมีราคาประมาณ 500 – 600 บาท โดยหมายรวมถึงเสื้อและกางเกงเท่านั้น

ต้นทุนชุดนักเรียนราคามาตรฐานตามท้องตลาดทั่วไป

นอกจากนี้ เขายังมีทัศนะด้วยว่า การใส่ชุดนักเรียนเป็นข้ออ้างมากกว่าว่าต้องการให้สังคมเท่าเทียมกัน แต่โลกความจริงมันไม่เท่ากัน

“มันทำให้เราไม่ยอมรับมากกว่าว่าสังคมแตกต่างกัน เราควรจะสอนให้ยอมรับข้อแตกต่างของทุกคนมากกว่าทำให้ทุกคนเท่าเทียมกันขนาดนี้ มันทำโดนตัดสิทธิของทุกคนออกไปเลย”

ณพัชร์หวังว่าจะได้เข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาที่สาขาการเมืองและการระหว่างประเทศ (BIR) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้ประเทศสามารถพัฒนาได้ และยังมองว่าเกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคน

ปัญหาเร่งด่วนมากกว่าคือคุณภาพการศึกษา

ดร.บุญธรรม พิมพาภรณ์ เลขาธิการสภาผู้ปกครองและครูแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นถึงโครงการทดลองดังกล่าวของกรุงเทพคริสเตียนกับบีบีซีไทย ว่า เป็นเรื่องของสถาบัน เป็นความสมัครใจของผู้ปกครองกับโรงเรียน “แต่ถ้าเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เขาไม่เห็นด้วย

จากประสบการณ์ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน 6 แห่งในประเทศไทย เช่น โรงเรียนราชวินิต และสามเสนวิทยาลัย ดร.บุญธรรม บอกว่า เด็กไทยส่วนมากยังขาดวินัยทั้งต่อตัวเองและสังคม ซึ่งการสวมชุดเครื่องแบบนั้นสามารถช่วยฝึกฝนได้ทางหนึ่ง

“เป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียน เด็กถึงภาคภูมิใจ” อีกทั้งวิชาลูกเสือและเนตรนารีที่เด็กได้ฝึกปฏิบัติตามกฎกติกาก็เสริมสร้างวินัยได้เช่นกัน

ชุดนักเรียน

นอกจากนี้ เขามองว่าการให้นักเรียนแต่งชุดไปรเวทจะหันเหความสนใจของเด็กออกไปจากการเรียน ดังนั้นพัฒนาการทางความรู้และสติปัญญาก็อาจน้อยลง และน่าจะมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าด้วย เนื่องจากรัฐบาลมีเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบชุดนักเรียนให้ผู้ปกครอง ซึ่งบีบีซีไทยสืบค้นข้อมูลพบว่า เป็นเงินจำนวน 450 – 500 บาท สำหรับเด็กนักเรียนชั้น ม. ต้น – ม. ปลาย ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ

เขายังกังวลว่า เด็กจะไปสนใจเรื่องยี่ห้อของเสื้อผ้า แล้วแข่งขันกัน “ผมว่าพ่อแม่ 80-90% ไม่เห็นด้วย” ดร.บุญธรรมประเมิน ทั้งยังเสนอว่า “น่าจะเกาให้ถูกที่คัน ปัญหาเร่งด่วนมากกว่าคือคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย”

ผู้ปกครองกังวล

ผู้ปกครองในต่างจังหวัดอย่างมณเฑียร วรรณแสงทอง ที่มีลูกอยู่ ม. 2 และ ม. 4 โรงเรียนห้วยยอด จ. ตรัง ก็แสดงความกังวลใจหากนักเรียนสามารถเลือกได้ว่าจะแต่งชุดไปรเวทไปเรียน โดยเฉพาะในเรื่องการเงิน

“กังวลใจไม่น้อยหากลูกต้องเปลี่ยนไปแต่งชุดไปรเวท” เขาบอกบีบีซีไทย และเพิ่มเติมว่าเด็กอาจจะให้ความสำคัญกับเรื่องของแฟชั่นมากจนเกินไป ปัญหาก็จะตกไปอยู่ที่ผู้ปกครองซึ่งมีสถานะทางการเงินที่ต่างกัน

มณเฑียรระบุว่าชุดนักเรียนน่าจะประหยัดได้มากกว่า

“ปกติก็ไม่จำเป็นต้องซื้อชุดนักเรียนใหม่ในทุกปีการศึกษา เพราะขึ้นอยู่กับการเติบโตของเด็ก เมื่อไรที่ชุดมีขนาดเล็กจนเกินไปถึงจะต้องซื้อใหม่ โดยเฉลี่ยปีละ 1 ชุด ราคาประมาณ 500 บาท ซึ่งแตกต่างจากการซื้อเสื้อผ้าทั่วไปที่มักจะเปลี่ยนตามความนิยมมากกว่าเรื่องของการใช้งาน”

อย่างไรก็ตาม มณเฑียรไม่กังวลใจว่าการแต่งชุดไปรเวทจะทำให้เด็กขาดระเบียบวินัย เพราะสิ่งนี้เกิดจากการบ่มเพาะเลี้ยงดูมากกกว่า

ชุดนักเรียน

งานวิจัยต่างชาติว่าอย่างไร

เรเชล เฮสเคธ ผู้ช่วยนักวิจัยประจำ สถาบันนโยบาย (Policy Institute) แห่งมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ได้เขียนบทความเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย เมื่อปี 2015 ในประเด็นนี้ว่า หากสรุปจากผลศึกษาวิจัยที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่พบความเชื่อมโยงสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างการใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนและผลการเรียน เธอระบุว่า มีการตั้งทฤษฎีอยู่มากมายแต่ยังมีหลักฐานที่เชื่อถือได้น้อย

งานศึกษาโดย อีเลน จาร์ชาว ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Phi Delta Kappan ในปี 1992 ในสหรัฐฯ ระบุว่า เครื่องแบบนักเรียนเสริมสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความภาคภูมิใจในหมู่นักเรียน ซึ่งช่วยพัฒนาในเรื่องความประพฤติ

เดล สโตเวอร์ เขียนในวารสาร American School Board Journal ในปี 1990 ว่า การใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ที่ดีเพราะนักเรียนไม่โดนรบกวนสมาธิจากการแต่งกาย และก็ไม่ตกเป็นเหยื่อของการล้อเลียนของเพื่อนด้วย

อย่างไรก็ตาม ซึงฮี ฮาน จากมหาวิทยาลัยมิสซูรี ได้เขียนบทความลงในวารสาร International Journal of Education policy and Leadership ของมหาวิทยาลัยไซมอน เฟรเซอร์ ในแคนาดาว่า มีความเป็นไปได้ว่า เครื่องแบบนักเรียนจะทำให้เกิดบรรยากาศที่ถูกควบคุมในลักษณะเผด็จการซึ่งอาจทำให้นักเรียนบางคนไม่พอใจได้ และเวลาที่ใช้ไปกับการบังคับกฎระเบียบอาจทำให้เสียเวลาในการเรียนการสอนได้

เฮสเคธยกการศึกษาวิจัยโดย เดวิด แอล. บรันซ์มา และเคอร์รี เอ. ร็อคเคอมอร์ จากปี 1998 ซึ่งทั้งถูกอ้างอิงมากและก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากเช่นกัน งานวิจัยนี้สรุปว่า ไม่มีหลักฐานที่จะบอกว่าการใส่เครื่องแบบนักเรียนเชื่อมโยงกับปัญหาเรื่องความประพฤติ การใช้สารเสพติด หรือการเข้าชั้นเรียน

ชุดนักเรียน

ในปี 2010 งานวิจัยโดย เอลิซาเบตตา เจ็นไทล์ และ สก็อตต์ อิมเบอร์แมน จากมหาวิทยาลัยฮิวสตัน ในสหรัฐฯ เสนอว่า แม้ว่าเครื่องแบบนักเรียนจะไม่มีผลต่อพฤติกรรมและผลการเรียนในระดับประถม เครืองแบบนักเรียนมีผลดีเล็กน้อยต่อผลการเรียนภาษาและการเข้าชั้นเรียนในระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนหญิง

เฮสเคธ สรุปไว้ว่า เป็นเรื่องยากที่เราจะแยกแยะออกมาว่าการใส่เครื่องแบบนักเรียนส่งผลอย่างไรต่อปัจจัยอื่น ๆ บ้าง นอกจากนั้น ยังมีเรื่องทัศนคติที่เป็นอคติต้องพิจารณาด้วย ตัวอย่างเช่น โรงเรียนที่มีปัญหาเรื่องพฤติกรรมและผลการเรียนนักเรียนอาจจะมีแนวโน้มบังคับใช้เครื่องแบบนักเรียนมากกว่า และก็จะไม่พูดถึงผลเชิงลบของการบังคับใส่เครื่องแบบนักเรียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...