โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'บุญถึง' ผงาดคว้าแชมป์คนไทย 3 สมัยติด - ปอดเหล็กเคนยากวาดเหรียญ 'บุรีรัมย์ มาราธอน 2019' (คลิป)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ก.พ. 2562 เวลา 06.25 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2562 เวลา 06.25 น.

การแข่งขันวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2019” ครั้งที่ 3 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1,650,000 บาท เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ออกสตาร์ทที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สนามแข่งรถระดับโลกที่จัดการแข่งขันโมโตจีพี และเข้าเส้นชัยที่บุรีรัมย์ คาสเซิล โดยรายการนี้เป็นศึกวิ่งมาราธอนมาตรฐานระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ซึ่งในปีนี้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมจัดการแข่งขันและสนับสนุนอย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “YOUR ULTIMATE DESTINATION – สวรรค์ของนักวิ่ง” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ท่ามกลาง นักวิ่งเต็มโควตา 24,000 คน โดยมี นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ร่วมด้วย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย

สำหรับการแข่งขันแบ่งเป็น 4 ระยะทาง ประกอบด้วย มาราธอน 42.195 กม., ฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กม., มินิ มาราธอน 10 กม. และฟันรัน 7 กม

เริ่มจากประเภทมาราธอน 42.195 กม. ผู้ที่เข้าเส้นชัยคนแรก ได้แก่ อาร์มอน เคไม จากเคนยา ทำเวลาได้ 2.17.49 ชม. อันดับ 2 วิลลี่ กีบอร์ คอยติเล่ (เคนยา) ทำเวลาได้ 2.18.03 ชม. อันดับ 3 เดวิด ทารัส (เคนยา) 2.18.45 ชม. นักกีฬาไทย ที่เข้าเส้นชัยคนแรก ได้แก่ บุญถึง ศรีสังข์ ปอดเหล็กทีมชาติไทย ที่เป็นคนไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก 3 ปี ติดต่อกัน ทำเวลาได้ 2.36.01 ชม. ส่วนอันดับ 2 สุพิศ จันทรัตน์ 2.44.13 ชม. อันดับ 3 ส.ท.ธนาทิพย์ ดีฉิม 2.45.32 ชม.

บุญถึง ศรีสังข์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่สามารถคว้าแชมป์คนไทย ในประเภทมาราธอน เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน รวมทั้งสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้สำเร็จด้วย สำหรับสนามแข่งขันรายการนี้ เป็นสนามที่มีมนต์ขลังที่มีนักกีฬาไทยและต่างประเทศมาแข่งขัน รวมทั้งนักกีฬาทีมชาติไทย หลังจากนี้ จะฝึกซ้อมและช่วยดูแลน้องๆ นักกีฬาทีมชาติไทย เพื่อสู้ศึกซีเกมส์ ที่ฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพ ตั้งใจว่าจะทำผลงานให้ดีที่สุด คว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่ง

ขณะที่ นักกีฬาหญิง ผู้เข้าเส้นชัยคนแรก คือ อันดับ 1 พอลลีน เอ็นเจอรี คาเฮนยา (เคนยา) 2.38.36 ชม. อันดับ 2 หลี่ จือซวน จาก จีน 2.44.03 ชม. อันดับ 3 อเมเลเวิร์ค ฟิกาดู โบโช (เอธิโอเปีย) 2.44.42 ชม. ด้านนักกีฬาสาวไทย ที่เข้าเส้นชัยคนแรก ได้แก่ ลินดา จันทะชิต 3.03.35 ชม. อันดับ 2 สายปัญญา ตันวิไล 3.35.08 น. อันดับ 3 ภชพร ลัญฉนวัฒน์ 3.36.29 น.

ส่วนรางวัล Best of thailand ประเภทมาราธอน ฝ่ายชายได้แก่ บุญถึง ศรีสังข์ ส่วนฝ่ายหญิงได้แก่ ลินดา จันทะชิต ประเภทฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. นักกีฬาชายผู้ที่เข้าเส้นชัยคนแรก โรทิช เคนเนทเคมบอย (เคนยา) 1.07.26 ชม. อันดับ 2 เดวิด กีเบ็ต (เคนยา) 1.09.34 ชม. อันดับ 3 สัญชัย นามเขต นักกีฬาทีมชาติไทย ดีกรีเหรียญทองแดงซีเกมส์ ที่มาเลเซีย ซึ่งเป็น นักกีฬาไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก และคว้าแชมป์คนไทยเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ทำเวลาได้ 1.09.50 ชม. ส่วนนักกีฬาไทย ที่ได้ อันดับ 2 โยธิน ยาปะจันทร์ 1.12.40 ชม. อันดับ 3 ชยพล บุญอุปละ 1.16.24 ชม.

นักกีฬาหญิง โอเวอร์ออลและแชมป์คนไทย ณัฐธยาน์ ธนรณวัฒน์ 1.28.21 ชม. ที่ 2 อาภัสรา ปราสาทหินพิมาย 1.30.19 ชม. อันดับ 3 อรนุช เอี่ยมเทศ 1.32.57 ชม. สัญชัย นามเขต นักกีฬาไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก ประเภทฮาล์ฟมาราธอน เปิดเผยว่า ผมเป็นนักกีฬามาราธอนทีมชาติไทย แต่ในรายการนี้มาลงแข่งมินิมาราธอน ผมเป็นชาวสุรินทร์ รายการนี้ ก็เหมือนกับเป็นการแข่งขันเพื่อบ้านเกิด ผมสามารถคว้าแชมป์คนไทยเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน รู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ หลังจากนี้คงจะฝึกซ้อมมาราธอน เพื่อสู้ศึกซีเกมส์ ที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งตั้งเป้าติด 1 ใน 3 ของอาเซียนให้ได้

ประเภทมินิมาราธอน 10 กม.นักกีฬาหญิง ผู้เช้าเส้นชัยคนแรก ลอดแก้ว อินทคุ้มมาน (ลาว) 38.20 น. อันดับ 2 วรพรรณ นวลศรี 40.32 น. เป็นคนไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก อันดับ 3 สุณีกา ปรีชาโปร่ง ทำเวลาได้ 41.08 น. เป็นคนไทยที่เข้าเส้นชัยเป็นคนที่ 2 อันดับ 4 สุวารี ธนาเอกนิธิวัฒน์ 42.24 น. เป็นคนไทยที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 42.24 น. นักกีฬาชาย ผู้เข้าเส้นชัยคนแรก ณัฐวุฒิ อินนุ่ม 32.51น. อันดับ 2 อิทธิพล โคตรชา 34.58 น. อันดับ 3 ร.ต.ท.ปฏิการ เพชรศรีชา 35.48 น.

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...