โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อะไรคือกรรมาธิการสามัญ? วิปรัฐบาลหมายถึงอะไร? รวม 6 คำศัพท์รัฐสภาไทย

The MATTER

อัพเดต 29 ส.ค. 2562 เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2562 เวลา 10.54 น. • Pulse

รัฐสภาไทยเปิดทำงานมาแล้วหลายเดือน ที่ผ่านมาก็มีคำศัพท์มากมายที่ทำให้เราสงสัยเช่น ‘คณะกรรมาธิการสามัญ’ นี่หมายถึงอะไร แล้วมันต่างไปจาก ‘คณะกรรมาธิการวิสามัญ’ อย่างไรบ้าง

หรือบางทีเปิดดูข่าวในทีวีก็ได้ยินคำศัพท์เช่น วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และคำอื่นๆ อีกเยอะแยะ เลยอยากรู้เหมือนกันเนอะว่ามันหมายถึงอะไรบ้าง ซึ่งถ้าเราเข้าใจสิ่งต่างๆ แบบนี้มากขึ้นก็อาจทำให้ดูการอภิปรายในสภากันได้อย่างสนุก และทำให้เห็นภาพการทำงานต่างๆ ในการเมืองไทยกันได้ไม่น้อย

The MATTER รวมคำศัพท์ที่ใช้กันรัฐสภาไทยที่น่าสนใจมา 6 คำ พร้อมกับคำอธิบายว่าสิ่งเหล่านั้นหมายถึงอะไรกันบ้าง? เพื่อให้เราได้เข้าใจเรื่องการเมืองในระบบรัฐสภากันมากขึ้น

คณะกรรมาธิการสามัญ

หมายถึง ทีมงานที่สภาแต่งตั้งขึ้นมา เป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ ทำหน้าที่ช่วยพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ที่คณะรัฐมนตรีหรือ ส.ส. เป็นคนเสนอมาให้

พูดให้เห็นภาพมากขึ้นก็คือ เมื่อพวกเขาได้รับบรีฟมาจากที่ประชุมใหญ่ ทีมงานเหล่านี้ก็จะเอาโจทย์ที่ได้มา ไปทำงานเพื่อลงรายละเอียดกันต่อตามห้องประชุมเล็กต่างๆ ต่อไป

คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา แบ่งเป็นทีมงานชุดต่างๆ ที่ทำงานในเรื่องที่ตัวเองถนัด เช่น คณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการด้านตำรวจ ด้านท่องเที่ยว ด้านการศึกษา หรือด้านศาสนา เป็นต้น แต่ละทีมก็จะดูแลแค่เรื่องที่ตัวเองถนัดเท่านั้น

เมื่อทีมงานเหล่านี้ปรับปรุงร่างกฎหมายต่างๆ หรือทำงานตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว พวกเขาก็จะต้องส่งเนื้อหากลับมาให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง

คณะกรรมาธิการวิสามัญ

หมายถึง ทีมงานที่สภาแต่งตั้งขึ้นมา เป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ แต่จะมาจากคนในสภาหรือไม่ก็ได้ เกิดขึ้นเพื่อดูแลเรื่องพิเศษแบบชั่วครั้งชั่วคราว หรือต้องทำงานที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของคณะกรรมาธิการสามัญ

คณะกรรมาธิการวิสามัญ จะทำหน้าที่ดูแลกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งเป็นพิเศษ หรือเพื่อวาระเร่งด่วนบางอย่างโดยเฉพาะ เช่น คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ดูแลเรื่องการเขียนกฎการประชุมสภา หรือ กรรมาธิการเรื่องจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ซึ่งทีมงานในรูปแบบนี้จะทำงานกันแบบเฉพาะกิจ คือ ดูแลกฎหมายฉบับนั้นเสร็จ นำไปรายงานต่อสภาเพื่อลงมติเห็นชอบ ก็ค่อยสลายตัวและแยกย้ายไปทำงานอื่นกันต่อ

สิ่งนี้เทียบได้คล้ายๆ กับ การแบ่งงานกลุ่มในโรงเรียน เป็นทีมงานที่ดูแลเรื่องงานวันปีใหม่ งานวันสงกรานต์ หรืองานกีฬาสีที่ตั้งฝ่ายเชียร์ลีดเดอร์ ฝ่ายสวัสดิการ ฝ่ายกีฬา ซึ่งเมื่อเสร็จงานก็สลายตัวกันไปทำหน้าที่อื่นของตัวเอง

คณะกรรมาธิการเต็มสภา

ถ้าแปลแบบง่ายๆ ก็คือ การให้คนในสภาทั้งหมดเป็นกรรมาธิการร่วมกัน ต่างไปจากคณะกรรมาธิการทั่วไป ที่เมื่อแบ่งกลุ่มแล้วจะต้องแยกออกไปทำงานกันในห้องของตัวเอง

แต่นี่คือการทำงานกลุ่มร่วมกันของคนทั้งสภาในเวลาเดียวกันไปเลย โดยประธานสภาก็จะทำหน้าที่เป็นประธานกรรมาธิการเต็มสภา คือมาคิดด้วยกันทั้งสภานี่แหละ ไม่ต้องไปแบ่งกลุ่มอะไรกันแล้ว

ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการเต็มสภาจะเกิดขึ้นในกรณีที่เป็นกฎหมายเนื้อหาอ่อนไหว ไม่ก็เป็นกฎหมายที่มีมาตราไม่เยอะมาก ซึ่งจะพิจารณากฎหมายรวดเดียว 3 วาระ ถือว่าประหยัดเวลาการทำงาน

สมัยประชุม

หมายถึงระยะเวลาการประชุมรัฐสภาที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ว่าจะมีกี่ครั้ง แต่ละครั้งจะมีระยะเวลาเท่าไหร่ ทั้งนี้สมัยประชุมแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ สมัยประชุมสามัญ และสมัยประชุมวิสามัญ

สมัยประชุมแรกเรียกว่า ‘สมัยประชุมสามัญ’ เป็นการประชุมโดยปกติในระยะเวลาหนึ่งที่ ส.ส. และ ส.ว. จะมาประชุมกัน เพื่อมาทำงานตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้

สมัยประชุมสามัญ ยังแยกออกเป็นอีก 2 รูปแบบ (อย่าเพิ่งสับสนนะ อันนี้ไม่ยาก ค่อยๆ ตามไปด้วยกัน)

A) สมัยประชุมสามัญทั่วไป = เกิดขึ้นหลังเลือกตั้งเสร็จ มีระยะประชุม 120 วัน ส่วนใหญ่แล้วจะมาพูดคุยกันเรื่องนโยบาย และประเด็นสำคัญที่กำลังอยู่ในกระแสสังคม

ในปีนี้จะมีการประชุมสภาสมัยสามัญ 2 รอบ รอบแรกคือ 22 พฤษภาคม 2562 - 18 กันยายน 2562 ส่วนอีกรอบคือระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน -28 กุมภาพันธ์ 2563

B) สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ = เกิดขึ้นหลังการประชุมสภาสามัญรอบแรกจบลง หลักๆ แล้ว การประชุมสมัยนี้จะเน้นไปที่การพิจารณากฎหมาย หรือการถอดถอนบุคคลทางการเมืองออกจากตำแหน่ง (แต่ในสมัยประชุมสภารอบนี้ก็จะมีวาระอื่นๆ นอกจากการพิจารณากฎหมายได้ด้วยเช่นกันนะ)

การแบ่งแยกเป็นการประชุมสามัญทั่วไป กับสามัญนิติบัญญัติ เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ที่อยากทำให้การประชุมสภาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้พิจารณากฎหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

กระทู้ถาม

หนึ่งในหลักการสำคัญของระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา คือการตรวจสอบและถ่วงดุลหรือที่เรียกกันว่า ‘Check and Balance’ ซึ่งวิธีการที่ฝ่ายนิติบัญญัติ (ส.ส.) จะตรวจสอบฝ่ายบริหาร (รัฐบาล) ได้เนี่ยก็มีอยู่หลายรูปแบบ โดยการตั้ง ‘กระทู้ถาม’ ก็คือหนึ่งในนั้น

กระทู้ถาม หมายถึง การตั้งคำถามจาก ส.ส. ไปยังรัฐบาล เพื่อขอให้คนในรัฐบาลมาตอบคำถามเรื่องนโยบายต่างๆ ในรัฐสภา

การตั้งกระทู้ถามจาก ส.ส. จะต้องส่งหัวข้อและคนที่อยากให้มาตอบแก่ฝ่ายเลขานุการสภาเสียก่อน เพื่อจัดเรียงลำดับกันว่าใครจะได้ตั้งกระทู้ก่อนหลัง รวมถึงประสานงานให้คนที่ถูกเรียกมาตอบได้มาตอบ

อย่างไรก็ดี หลายๆ ครั้ง ส.ส.มักจะตั้งกระทู้ถามเรื่องนโยบายไปยังรัฐมนตรี รวมถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่ฝั่งที่ต้องมาตอบก็มักจะส่ง ‘ตัวแทน’ เช่น รัฐมนตรีช่วย หรือรองนายกรัฐมนตรีมาตอบแทนก็ได้  แต่ถึงอย่างนั้น ถ้ารัฐมนตรีมาตอบเองโดยตรงก็จะได้ความน่าเชื่อถือมากกว่าคนอื่นอยู่แล้วเนอะ

วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน

เราเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินคำว่า ‘วิป’ กันบ่อยๆ ผ่านสื่อต่างๆ แล้วตกลงวิปที่เรียกกันนี่หมายถึงอะไร แล้วทำหน้าที่อะไรกันนะ

คำว่าวิปที่เรากำลังพูดถึงอยู่มันมาจากภาษาอังกฤษคือ ‘Whip’ ที่แปลว่า การโบยตี การลงแส้ การเฆี่ยน หรือฝึกอย่างเข้มงวด คำนี้เคยใช้ในวงการล่าสัตว์ของอังกฤษที่หมายถึงการควบคุมฝูงสุนัขล่าสัตว์ ให้อยู่ในระเบียบวินัย และอยู่กันแบบเป็นกลุ่มก้อนได้ไม่แตกแยกกัน

ทั้งนี้ คำว่าวิปได้นำมาใช้ในทางการเมืองอังกฤษ กับตำแหน่งของนักการเมืองที่ควบคุมเสียงในสภาให้เป็นไปในทางเดียวกัน คอยตรวจตราไม่ให้นักการเมืองฝ่ายเดียวกันแตกแถว ซึ่งไทยเราเองก็รับความหมายนี้มาใช้ในเวลาต่อมา

วิปรัฐบาลจะมีความสำคัญมากๆ ในกรณีที่เป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค เพราะต้องคอยควบคุมให้พรรคการเมืองต่างๆ ต้องโหวตไปทางเดียวกันให้มากที่สุด ในบางทีก็ต้องไปต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันในกลุ่มของตัวเองด้วย

อ้างอิงจาก

wiki.kpi.ac.th

prachatai.com

soc.go.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...