โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ประกันแบบไหน? เหมาะกับรถคุณ!

MotorExpo

เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 04.21 น.
รถยนต์ไม่ว่าเก่าหรือใหม่ ถูก หรือแพง ล้วนมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ การซื้อ “ประกันภัย” จึงเป็นสิ่งจำเป็น แต่ประกันภัยมีหลายประเภท ให้ความคุ้มครองแตกต่างกัน ยากจะทำความเข้าใจ…

รถยนต์ไม่ว่าเก่าหรือใหม่ ถูก หรือแพง ล้วนมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ การซื้อ "ประกันภัย" จึงเป็นสิ่งจำเป็น แต่ประกันภัยมีหลายประเภท ให้ความคุ้มครองแตกต่างกัน ยากจะทำความเข้าใจ มาดูรายละเอียดของประกันภัยรถยนต์ประเภทต่างๆ และแต่ละประเภทเหมาะกับรถ และผู้ขับลักษณะใด ?

ประกัน พรบ. รถทุกคันต้องมี
รถยนต์ทุกคันที่มีสิทธิ์วิ่งในประเทศไทย ต้องทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือที่เรียกกันว่า "พรบ." เสียก่อน เนื่องจากถูกบังคับโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปี พศ. 2535 ใครไม่ทำมีความผิด ถูกปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ประกันภัยประเภทนี้รับผิดชอบต่อความสูญเสียของชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้ประสบเหตุจากรถยนต์เท่านั้น ความเสียหายอื่น เช่น รถยนต์ สิ่งปลูกสร้างต่างๆ จะไม่คุ้มครอง และมีค่าเบี้ยตายตัวประมาณ 600 กว่าบาทเท่านั้น
ประเภท 1
ให้ความคุ้มครองครอบคลุมสูงสุด คุ้มครองชีวิต ร่างกาย อนามัยของผู้เอาประกันและคู่กรณี คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้เอาประกันและคู่กรณี นอกจากนี้ยังคุ้มครองทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เช่น อาคาร บ้านเรือน ร้านค้าที่ได้รับความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ รวมถึงคุ้มครองรถสูญหาย และไฟไหม้
รู้กันดีอยู่แล้วว่าประกันประเภท 1 ค่าเบี้ยแพงสุด ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป ความคุ้มครองก็เต็มเหนี่ยว ฉะนั้นรถใหม่ที่ผ่อนกับไฟแนนศ์ จึงมีไฟท์บังคับว่าต้องทำประกันภัยชั้น 1 ในปีแรก แต่ถ้ารถยังใหม่ ถึงจะไม่ได้ผ่อน ก็ควรทำประกันภัยชั้น 1 ไว้ เพื่อรับบริการที่สะดวกสบาย โดยเฉพาะผู้หญิง หรือคนที่ต้องเดินทางคนเดียวเป็นประจำ
ประเภท 2
ให้ความคุ้มครองต่อชีวิต ร่างกาย อนามัยของผู้เอาประกันและคู่กรณี คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เช่น อาคาร บ้านเรือน ร้านค้าที่ได้รับความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ รวมถึงคุ้มครองรถสูญหาย และไฟไหม้
ประเภทนี้มีคนทำกันไม่มาก ทั้งที่ราคาแค่ประมาณครึ่งหมื่น เพราะคุ้มครองเพียงความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก และรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ เราแนะนำว่าใครที่ไม่สนประกันภัยชั้น 1 และขับรถด้วยความระมัดระวัง ไม่เฉี่ยวชนบ่อยๆ แต่กลัวรถหาย เพราะใช้เป็นแขนขาในการทำธุรกิจ ก็เลือกไปเลย
ประเภท 3
ให้ความคุ้มครองต่อชีวิต ร่างกาย อนามัยของผู้เอาประกันและคู่กรณี คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณีเท่านั้น
ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยประกันภัยประเภท 3 นี้ จะไม่คุ้มครองรถยนต์คันที่เอาประกัน หากเกิดการเฉี่ยวชน บริษัทประกันจะคุ้มครองรถ และทรัพย์สินของคู่กรณีเท่านั้น ส่วนการประกันตัวคดีอาญาของผู้ขับขี่ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ อาจมีหรือไม่มี ขึ้นอยู่กับการส่งเสริมการขายของแต่ละเจ้า แนะนำให้เลือกซื้อเจ้าที่รวมสิทธิข้อนี้ไว้ด้วย แม้เบี้ยจะแพงกว่า แต่ถ้าเกิดเรื่องแล้ว คุ้มค่าแน่นอน
ประกันประเภทนี้สำหรับคนชอบความประหยัด เหมาะกับคนขับรถน้อย และขับอย่างระมัดระวัง ไม่เฉี่ยวชนใครบ่อยๆ หรือพวกที่อยากทำประกันภัยชั้น 1 แต่บริษัทประกันไม่รับ เพราะรถอายุเกิน 5-7 ปี
ประเภท 4
ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณีเท่านั้น
เป็นประกันภัยที่มีไว้สำหรับดูแลทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เหมาะสำหรับเจ้าของรถที่ใช้รถน้อย คล้ายๆ กับการซื้อรถมาเก็บ หรือไว้ขับจ่ายกับข้าว ส่งลูกไปโรงเรียน
ค่าเบี้ยอยู่ที่ 1,000 กว่าบาทเท่านั้น คุ้มครองเฉพาะความเสียหายของทรัพย์สินบุคคลภายนอก จึงเหมาะกับคนใช้รถน้อยถึงน้อยมากๆ หรือใช้เส้นทางที่มีรถสัญจรน้อย เช่น ในชนบท และเส้นทางที่ผู้ขับชำนาญเป็นพิเศษ ส่วนความเสียหายต่อชีวิต และร่างกาย ก็ให้ประกันภัยภาคบังคับบุคคลที่ 3 รับผิดชอบไป
ประเภท 5
ให้ความคุ้มครองชีวิต ร่างกาย อนามัยของผู้เอาประกันและคู่กรณี คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้เอาประกันและคู่กรณี นอกจากนี้ยังคุ้มครองทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เช่น อาคาร บ้านเรือน ร้านค้าที่ได้รับความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ รวมถึงคุ้มครองรถสูญหาย และไฟไหม้ แต่ความเสียหายต้องเกิดจากคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น
ค่าเบี้ยราว 8,000-10,000 บาท ประหยัดกว่าประกันภัยชั้น 1 พอสมควร สำหรับผู้ใช้รถที่ขับระมัดระวัง เพราะจะคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน เฉพาะกรณีที่เฉี่ยวชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น ถ้าไปชนกำแพง หรือเสาไฟฟ้า ไม่รับเคลม แต่ถ้าใครกลัวรถหาย หรือไฟไหม้มากกว่า ซื้อไว้ได้เลย…
คปภ. คือใคร ? คปภ. ย่อมาจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ซึ่งเปลี่ยนสถานะจากกรมการประกันภัย ก่อตั้งตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ พศ. 2545 มีหน้าที่ส่งเสริม และพัฒนาธุรกิจ ประกันภัย กำกับดูแลการประกอบธุรกิจของบริษัทประกันภัย รวมทั้งตัวแทนและนายหน้า ประกันภัย และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยและประชาชน เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยมีความเจริญก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เอาประกันที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกันภัย หรือต้องการร้องเรียนบริษัทประกันภัยติดต่อได้ที่ คปภ. สายด่วน 1186 หรือ www.oic.or.th

นี่คือ ตารางแสดงภาพรวม เงื่อนไขความคุ้มครองประกันภัยทุกประเภท
หมายเหตุ: ตารางนี้ เป็นการเปรียบเทียบถึงคุณสมบัติพื้นฐานของประกันภัยรถยนต์ประเภทต่างๆ ส่วนคุณสมบัติพิเศษซึ่งเป็นรายการส่งเสริมการขายของบริษัทประกันภัย กรุณาสอบถาม คปภ. สายด่วน 1186 หรือ www.oic.or.th

>เรื่องประกันภัยยังไม่จบ ยังมี ตระกูล พลัส + คลิ๊กอ่านได้ที่นี่

ที่มา คุ้มครอง คุ้มค่า สารพันปัญหา ประกันภัยรถยนต์ AUTOINFO Online

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...