โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันเข้าพรรษา 2563 ประวัติความเป็นมา และ 3 กิจกรรม ที่ชาวพุทธพึงทำ

BRIGHTTV.CO.TH

เผยแพร่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 02.02 น. • Bright Today

วันเข้าพรรษา ไบร์ท ทูเดย์ ชวนดูความสำคัญของวันเข้าพรรษาผ่านพุทธประวัติสั้นๆ พร้อมทั้งสิ่งที่พุทธศาสนิกชนพึงทำ เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาของเรา

พุทธศาสนิกชนคงรู้ดีอยู่แล้วว่า วันเข้าพรรษา นั้นเป็นวันที่พระสงฆ์ต้องเริ่มจำวัดนาน 3 เดือนในช่วงฤดูฝน วันเข้าพรรษาวันแรกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วันเข้าปุริมพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี สำหรับปี 2563 วันเข้าพรรษาตรงกับวันที่ 6 กรกฎาคม ไบร์ท ทูเดย์ ชวนดูความสำคัญของวันเข้าพรรษาผ่านพุทธประวัติสั้นๆ พร้อมทั้งสิ่งที่พุทธศาสนิกชนพึงทำ เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาของเรา

ประวัติความเป็นมาของวันเข้าพรรษา

ในสมัยต้นพุทธกาล พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงวางระเบียบเรื่องการเข้าพรรษาไว้ แต่การเข้าพรรษานั้นเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์และพระสงฆ์สาวกปฏิบัติกันมาโดยปกติเนื่องด้วยพุทธจริยาวัตรในอันที่จะไม่ออกไปจาริกตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงฤดูฝนอยู่แล้ว เพราะการคมนาคมมีความลำบาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระสงฆ์ในช่วงต้นพุทธกาลมีจำนวนน้อยและส่วนใหญ่เป็นพระอริยะบุคคล จึงทราบดีว่าสิ่งใดที่พระสงฆ์ควรหรือไม่ควรกระทำ

ต่อมาเมื่อมีพระสงฆ์มากขึ้น และด้วยพระพุทธจริยาที่พระพุทธเจ้าจะไม่ทรงบัญญัติพระวินัยล่วงหน้า ทำให้พระพุทธเจ้าจึงไม่ได้ทรงบัญญัติเรื่องให้พระสงฆ์สาวกอยู่ประจำพรรษาไว้ด้วย จึงเกิดเหตุการณ์กลุ่มพระสงฆ์ฉัพพัคคีย์พากันออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ต่าง ๆ โดยไม่ย่อท้อทั้งในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ทำให้ชาวบ้านได้พากันติเตียนว่า พวกพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาไม่ยอมหยุดพักสัญจรแม้ในฤดูฝน ในขณะที่นักบวชในศาสนาอื่น พากันหยุดเดินทางในช่วงฤดูฝน การที่พระภิกษุสงฆ์จาริกไปในที่ต่างๆ แม้ในฤดูฝน อาจเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวบ้านได้รับความเสียหาย หรืออาจไปเหยียบย่ำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกหากินจนถึงแก่ความตาย เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง จึงได้วางระเบียบให้ภิกษุประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง เป็นเวลา 3 เดือนนับแต่นั้นมา

ประเพณีไทยที่เชื่อมโยงกับวันเข้าพรรษา

เมื่อถึงวันเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนนิยมไปทำบุญตักบาตร ถวายเทียนพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน พร้อมทั้งจัดเครื่องสักการะเช่น ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น มาถวายพระภิกษุ สามเณร หรือมีการช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่นๆ นอกจากนี้ยังไปร่วมทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมและรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดสุรา หรืองดเหล้าเข้าพรรษาที่เรามักได้ยินกันจนคุ้นหู นอกจากนี้วันออกพรรษายังเกี่ยวโยงกับชีวิตคนไทยจนถักทอออกมาเป็นประเพณีที่สืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นอยู่ด้วย

ประเพณีถวายเทียนพรรษา

พุทธศาสนิกชนจะถวาย เทียนพรรษา เพื่อใช้ จุดบูชาพระประธานในโบสถ์ ซึ่งเทียนพรรษาสามารถอยู่ได้ตลอด 3 เดือน และเป็นกุศลทานอย่างหนึ่งในการให้ทานด้วยแสงสว่าง ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นงานประเพณี "ประกวดเทียนพรรษา" ของแต่ละจังหวัดโดยจัดเป็นขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ ประเพณีแห่เทียนพรรษานั้นโดดเด่นมากในจังหวัดอุบลราชธานี

ภาพประเพณีการแห่เทียนพรรษาในปีนี้จาก ลูกอีสาน อุบลราชธานี

ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน

พุทธศาสนิกชนทำการถวาย ผ้าอาบน้ำฝน หรือ ผ้าวัสสิกสาฏก ซึ่งเป็นผ้าเปลี่ยนสำหรับสรงน้ำฝนของพระสงฆ์ เป็นผ้าลักษณะเดียวกับผ้าสบง โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระภิกษุตามพุทธานุญาตที่ให้มีประจำตัวนั้น มีเพียง อัฏฐบริขาร ซึ่งได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน แต่ช่วงหน้าฝนของการจำพรรษาในสมัยก่อนนั้น พระสงฆ์ที่มีเพียงสบงผืนเดียวจะอาบน้ำฝนจำเป็นต้องเปลือยกาย ทำให้ดูไม่งามและเหมือนนักบวชนอกศาสนา นางวิสาขามหาอุบาสิกาจึงคิดถวาย "ผ้าวัสสิกสาฏก" หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ผ้าอาบน้ำฝน เพื่อให้พระสงฆ์ได้ผลัดเปลี่ยนกับผ้าสบงปกติ จนเป็นประเพณีทำบุญสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล ละเว้นอบายมุข

วันอาสาฬหบูชา 2563 ความสำคัญ 7 ประการ พร้อมด้วยหลักธรรมนำใจ https://www.brighttv.co.th/lifestyle/asarnha-bucha-day-1

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...