พลเอกเปรม : ฮุนเซน โต้เดือด นายกฯ สิงคโปร์ กล่าวหาเวียดนาม "รุกราน" กัมพูชา
พลเอกเปรม : ฮุนเซน โต้เดือด นายกฯ สิงคโปร์ กล่าวหาเวียดนาม “รุกราน” กัมพูชา – BBCไทย
นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา แสดงความไม่พอใจต่อกรณีที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ โพสต์เฟซบุ๊กไว้อาลัยต่อการอสัญกรรมของพล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ โดยมีข้อความส่วนหนึ่งพาดพิงว่า “เวียดนามรุกรานกัมพูชา”
นายฮุน เซน ชี้ว่า คำไว้อาลัยของนายลี เซียนลุง เป็นความเห็นที่ “ดูหมิ่นการเสียสละของอาสาสมัครทหารเวียดนามที่ช่วยปลดปล่อยกัมพูชาจากการปกครองของเขมรแดง ภายใต้การนำของนายพอล พต” ซึ่งสังหารชาวกัมพูชาไป 2 ล้านคนระหว่างปี 1975-1979
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา นายลี ได้โพสต์ภาพ พล.อ. เปรม ขณะเข้าพบนายลี กวนยู อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ในปี 1998 พร้อมกับข้อความที่เขียนถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการอสัญกรรมของ พล.อ. เปรม และสดุดีประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย
- คำยกย่องอดีตผู้นำไทยจากนายกฯ สิงคโปร์ ที่พาดพิงว่า ‘เวียดนามบุกกัมพูชา’ ทำให้รัฐบาลฮานอยไม่พอใจ
- พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ถึงแก่อสัญกรรม
- ประวัติพลเอก เปรม ติณสูลานนท์
โดยข้อความส่วนที่พาดพิงถึงเวียดนามนั้น นายลี ระบุว่า “การเป็นผู้นำของพล.อ. เปรม ส่งผลดีต่อภูมิภาค ซึ่งในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ตรงกับช่วงที่สมาชิกอาเซียน (ขณะนั้นมีอยู่ 5 ประเทศ) ร่วมมือกันต่อต้านการรุกรานกัมพูชาของเวียดนาม และรัฐบาลกัมพูชาที่ขึ้นมาทำหน้าที่แทนเขมรแดง ประเทศไทยอยู่ในแนวหน้าในการเผชิญหน้ากับกองกำลังของเวียดนามที่ข้ามพรมแดนเข้ามาในกัมพูชา พล.อ. เปรม มีความแน่วแน่ที่จะไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และได้ร่วมมือกับพันธมิตรอาเซียนในการต่อต้านการยึดครอง (กัมพูชา)ของเวียดนามในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ ทำให้การรุกรานทางทหารและการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไม่ได้รับความชอบธรรม เป็นการคุ้มครองความมั่นคงของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และช่วยกำหนดทิศทางของภูมิภาค”
เสียใจอย่างยิ่ง
ในข้อความที่โพสต์ทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายฮุน เซน วัย 66 ปี ระบุว่า “ผมเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่าโพสต์ทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ของ ฯพณฯ ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ มีข้อความแสดงความเสียใจต่อการอสัญกรรมของ พล.อ. เปรม…” นายฮุน เซน ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้นำสิงคโปร์กล่าวหาว่าเวียดนามรุกรานกัมพูชา
“คำพูดของท่าน (ลี เซียนลุง) สะท้อนถึงจุดยืนของสิงคโปร์ในเวลานั้นที่สนับสนุนรัฐบาลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และต้องการให้เหตุการณ์นั้นกลับคืนสู่กัมพูชาอีกครั้ง”นายฮุน เซน กล่าว
- ย้อนรำลึกครบรอบ 40 ปี เมื่อเวียดนามเข้าแทรกแซงทางทหารในกัมพูชา
- กัมพูชา ฉลองครบรอบ 40 ปี เขมรแดงปราชัย
- ฮุน เซน: จากลูกชาวนาสู่นายกรัฐมนตรี 3 ทศวรรษ
นอกจากนี้ เขายังระบุว่า สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสามฝ่ายที่นำไปสู่การตั้งรัฐบาลผสมของกัมพูชา โดยนายฮุน เซน เรียกการกระทำดังกล่าวว่า “การขัดขวางการอยู่รอดของประชาชนกัมพูชา” เพราะการกระทำของสิงคโปร์ส่งผลให้สงครามยืดเยื้อขึ้นและสร้างความทุกข์ระทมให้ชาวกัมพูชาต่ออีกหนึ่งทศวรรษ
นายฮุน เซน ระบุว่า “ถ้อยแถลงของท่าน (ลี เซียนลุง) เผยให้คนสิงคโปร์และโลกได้ทราบว่าผู้นำสิงคโปร์มีส่วนในการสังหารหมู่ชาวกัมพูชา”
“สุดท้ายนี้ ผมอยากถามว่า ฯพณฯ ลี เซียนลุง คิดว่าการพิจารณาคดีผู้นำเขมรแดงเป็นสิ่งที่ชอบธรรมหรือไม่” นายฮุน เซน ตั้งคำถาม
การโดดเดี่ยวเวียดนาม และกัมพูชา
นายฮุน เซน เคยเป็นสมาชิกเขมรแดง แต่ได้ออกจากกลุ่มแล้วหลบหนีไปเวียดนาม จากนั้นได้เข้าร่วมกับกองทัพเวียดนามเพื่อโค่นล้มอำนาจของกลุ่มเขมรแดง ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่อำนาจและได้เป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในปี 1985 ขณะมีอายุ 33 ปี
ขณะนั้น อาเซียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และจีน ได้นำประชาคมโลกให้โดดเดี่ยวเวียดนามและรัฐบาลกัมพูชาในช่วงสงครามอินโดจีน แต่ต่อมา อาเซียน เวียดนาม และกัมพูชา ได้กลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ โดยเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปี 1995 ตามด้วยกัมพูชาในปี 1999
อย่างไรก็ตาม ทั้งเวียดนามและกัมพูชาต่างยืนกรานว่า การโค่นล้มเขมรแดงเป็นการ “ปลดปล่อย” ชาวกัมพูชาจากการสังหารหมู่ของเขมรแดง ภายใต้การปกครองอันโหดเหี้ยมของนายพอล พต
ท่าทีของสิงคโปร์
การปะทะคารมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 22 – 23 มิ.ย. นี้ที่กรุงเทพฯ
นายถัน ชวน-จิน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสิงคโปร์ กล่าวถึงเรื่องความขัดแย้งนี้ทางหน้าเฟซบุ๊กของเขาว่า เวียดนามอาจไม่ยอมรับกับข้อความทางหน้าเฟซบุ๊กของนายลี เซียนลุง ที่แตะประเด็นเรื่องการรุกรานกัมพูชาในปี 1978 แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นแปลงอดีตอย่างที่หลายคนมอง และไม่ได้เปลี่ยนแปลงการที่สิงคโปร์และเวียดนามเป็นมิตรและเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันในปัจจุบัน
“เวียดนามอาจไม่ชอบใจกับบางความเห็นของท่านนายกรัฐมนตรี และผมเดาว่าพวกเขาสามารถเลือกที่จะนิยามอดีตอย่างที่พวกเขามองว่าถูกต้อง”
ประเด็นร้อนในโลกออนไลน์
ก่อนหน้านี้ ทางการเวียดนามได้ออกมาตอบโต้การถูกพาดพิงดังกล่าว โดยเว็บไซต์วีเอ็นเอ็กซ์เพรส ของทางการเวียดนาม รายงานว่า นางเล ทิ ทู หั่ง โฆษกกระทรวงต่างประเทศเวียดนาม กล่าวว่า เวียดนาม “เสียใจ” ที่ข้อความดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อย่างถูกต้อง ทำให้ผู้คนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ
ข่าวนี้ยังจุดกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย โดยในหน้าเฟซบุ๊กของบีบีซีแผนกภาษาเวียดนาม ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกับกรณีที่เกิดขึ้นอย่างคึกคัก
ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กที่ชื่อ Duy Fam ระบุว่า “ผมอยู่ในกัมพูชาในฐานะคนงานจากนั้นก็ทหาร ระหว่างปี 1980-1986 ผมต่อสู้และปกป้องสันติภาพให้แก่ชาวเวียดนามและชาวเขมร การเสียสละที่เราทำในวัยเยาว์นั้นเป็นเรื่องจำเป็น เพราะไม่ได้เอาแต่ยืนดูการกระทำอันเหี้ยมโหด (ของเขมรแดง) เราไม่ได้สู้เพื่อลัทธิสังคมนิยม เราต่อสู้เพราะในฐานะทหารเราต้องทำอะไรสักอย่างเมื่อเห็นการก่ออาชญากรรม”
- มิสยูนิเวิร์ส 2018: รู้จัก เฮอ เฮิน เนีย นางงามเวียดนามจากชนเผ่าห่างไกล ที่ติด Top 5 มิสยูนิเวิร์สปีนี้
- เวียดนามสนใจทำไม ไทย ปฏิเสธ “พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย”
- สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ : เวียดนามกำลังเป็น “ตาอยู่” จากข้อพิพาทนี้ แต่จะได้ประโยชน์อีกนานแค่ไหน
เขาระบุต่อว่า “ถ้านายกฯ สิงคโปร์ คิดว่าเราคือผู้รุกราน เขาก็คงพูดอย่างไม่แยแสว่าการเสียสละของบรรดาเพื่อนทหารของผมเป็นสิ่งที่สูญเปล่าและไร้ความหมาย แล้วเขาทำอะไรอยู่ในตอนนั้น เขาส่งเสียงเชียร์หรือนิ่งเงียบต่อความทุกข์ระทมของทั้งสองประเทศ? …ได้โปรดปล่อยให้ทหารหาญ ประชาชน และผู้ที่ช่วยสร้างประเทศกัมพูชาได้หลับอย่างสงบสุข”
ส่วนผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกคนที่ชื่อ Kristen Emily ระบุว่า “ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับนายลี เซียนลุง หรือไม่ ทุกคนควรเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองทุกคนในสังคมเสรีประชาธิปไตย…”
ขณะที่เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กที่ชื่อ La Dolce Vita ตั้งคำถามว่า สิงคโปร์ยึดถือแนวทางการต่อต้านลัทธิสังคมนิยม เหมือนกับเราที่ยึดถือวิถีทางแบบสังคมนิยม แล้วทำไมเราต้องทำให้เขาคิดแบบเดียวกับเราแล้วด่าว่าพวกเขาด้วยล่ะ