โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าทำร้ายลูก ด้วยการเลี้ยงลูกคนละแนวทาง

Mood of the Motherhood

อัพเดต 28 พ.ค. 2562 เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 12.00 น. • Features

เป็นปัญหาของทุกครอบครัวเมื่อคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกไม่เหมือนกัน คนหนึ่งตามใจ อีกคนเข้มงวดกับลูก โดยไม่รู้เลยว่าการเลี้ยงลูกคนละแนวทาง ส่งผลเสียกับลูกเต็มๆ ยกตัวอย่างเช่น ในคืนวันศุกร์คุณแม่บอกให้ลูกอาบน้ำและเข้านอน ในขณะที่คุณพ่อบอกให้ลูกดูการ์ตูนต่อได้ และลูกที่นั่งฟังอยู่ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรกันแน่

นอกจากนี้การเลี้ยงลูกคนละแนวทาง มองต่างมุม ทำให้เกิดความขัดแย้งกันในครอบครัว และนำไปสู่การทะเลาะ กลายเป็นปัญหาใหญ่ในครอบครัวตามมา

1. เพราะทำให้ลูกสับสน

หากเป็นครอบครัวที่คุณพ่อตามใจลูกทุกอย่าง ไม่ขัดใจ ไม่ปล่อยให้รอ ส่วนคุณแม่เข้มงวด ไม่ตามใจ อยากให้ลูกรู้จักรอ ลูกจะเกิดความสับสนว่าควรทำตัวอย่างไร ต้องอดทนหรือควรงอแงเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมา

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรปรับ เพื่อลดการสับสนของลูก คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยและตกลงกันให้เป็นเสียงเดียวก่อนว่าเรื่องนี้จะเอายังไง จะฝึกสอนลูกแบบไหน หากยังคิดเห็นไม่ตรงกันให้บอกกับลูกว่า “พ่อแม่ขอปรึกษากันก่อน แล้วจะให้คำตอบทีหลัง” ดีกว่ามาทะเลาะหรือเถียงกันต่อหน้าลูก

2. เพราะทำให้ลูกเลือกข้างคนที่ตามใจ

ลูกทุกคนรักคุณพ่อคุณแม่เท่าๆ กัน แต่สภาวะที่ลูกเลือกเข้าหาใครสักคน ลูกจะเลือกเข้าหาคนที่ตามใจ และก็เลือกที่จะไม่เชื่อฟังคนที่ไม่ตามใจ ทำให้คนใดคนหนึ่งจะสอนลูกได้ยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อลูกมีอายุสองขวบขึ้นไป

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรปรับ คุณพ่อคุณแม่ควรใช้วิธีการคุยเพื่อขอให้อีกฝ่ายไม่เข้ามาแทรกแซงระหว่างที่สอนลูก ยกตัวอย่างเช่น “ในช่วงที่แม่สอนลูก แม่ขอให้พ่อไม่เข้ามาแทรกแซงต่อหน้าลูก ถ้าพ่อไม่ชอบใจตรงไหน ขอให้เก็บมาคุยกันตอนหลัง” แต่หลีกเลี่ยงการพูดในลักษณะออกคำสั่ง เช่น “พ่อไม่ต้องเข้ามายุ่งตอนที่แม่กำลังสอนลูกอยู่”

3. เพราะทำให้ลูกควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

หากลูกร้องไห้แล้วคุณพ่อตามใจ แต่คุณแม่ไม่ให้ไม่ตามใจ ความรู้สึกของลูกเดี๋ยวได้เดี๋ยวไม่ได้ ส่งผลกับอารมณ์พอไม่ได้ดั่งใจ ก็จะหงุดหงิด งอแง และอารมณ์แปรปรวนง่าย

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรปรับ เลือกเวลาสบายๆ ของคุณพ่อคุณแม่พูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการเลี้ยงลูกและตั้งเป้าหมายไปที่ ‘การแก้ปัญหา’ ไม่ใช่คุยเพื่อวิจารณ์หรือตำหนิวิธีการเลี้ยงลูกของอีกฝ่าย ยกตัวอย่างเช่น คุณแม่ควรพูดว่า “วันนี้แม่อยากคุยเรื่องวิธีควบคุมการใช้หน้าจอของลูก” แทนการพูดตำหนิอีกฝ่ายว่า “พ่อให้ลูกดูการ์ตูนมากเกินไป ลูกจะสายตาเสีย และเรียกมากินข้าวยากมากๆ เพราะพ่อตามใจ”

4. เพราะทำให้ลูกดื้อและต่อต้าน

มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อคุณแม่และลูก ส่งผลให้ลูกไม่เชื่อฟัง ดื้อ และต่อต้าน เพราะคุณพ่อคุณแม่สอนคนละแบบ

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรปรับ คุณพ่อคุณแม่ควรหาบทสรุปการเลี้ยงลูกก่อนที่ลูกจะไม่เชื่อฟังและต่อต้าน อาจใช้วิธีเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเสนอแนวคิด และรับฟังด้วยท่าทางเปิดรับ

ในกรณีที่อีกฝ่ายนึกวิธีแก้ปัญหาไม่ออก คุณอาจเสนอวิธีให้อีกฝ่ายลองทำตามสักสองถึงสามอาทิตย์ แล้วค่อยกลับมาคุยอีกครั้ง ยกตัวอย่างเช่น “ให้ลูกดูการ์ตูนวันละหนึ่งชั่วโมง หลังจากทำการบ้านเสร็จ ดูการ์ตูนจบประมาณหกโมงครึ่ง จะได้เวลากินข้าวพอดี ถ้าไม่ดีตรงไหนอีกสองถึงสามอาทิตย์ค่อยกลับมาคุยเรื่องนี้กันอีกครั้ง”

5. เพราะทำให้ลูกกลัวและไม่ไว้วางใจ

เพราะคุณแม่ไม่ตามใจทำให้ลูกต้องแอบทำและปกปิดเรื่องที่ทำผิด หรือไม่สบายใจ ไม่กล้าเล่า เพราะไม่คิดว่าคนขี้โมโหแบบคุณแม่จะช่วยอะไรได้

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรปรับ เพราะฝ่ายหนึ่งใจดีมากและอีกฝ่ายที่เข้มงวดสุดๆ ทำให้ลูกเปรียบเทียบ รู้สึกว่าฝ่ายที่เข้มงวดขี้โมโหและอารมณ์ร้าย ดังนั้นทั้งสองฝ่ายควรพูดคุยและรับฟังซึ่งกันและกัน มากกว่าตั้งท่าแย้ง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณพ่อพูดว่า “ไม่เห็นว่าต้องเคร่งแบบนั้น ลูกเครียดเรื่องเรียนมาแล้ว ให้ลูกดูการ์ตูนเกินเวลาบ้างก็ได้” ถ้าคุณแม่รับฟังด้วยจิตใจที่นิ่ง ก็จะรับรู้ถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของคุณพ่อว่า ไม่ได้ค้านทีเดียว แต่เป็นห่วงลูกที่จะเครียดมากเกินไป แต่คุณพ่อไม่รู้จะจัดการยังไง ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่ต้องหาทางสายกลางร่วมกัน ไม่ทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นคนร้าย

อ้างอิง

Amarinbabyandkids

Basicskillth

Mgronline

PositiveparentingDr.saowapa

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...