โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมวิธีขับถ่ายดี แก้ท้องผูก อารมณ์สดใส สุขภาพก็ดีตาม!

GedGoodLife

เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 12.49 น. • Ged Good Life ชีวิตดีดี

อาการท้องผูก ถ่ายยาก อาจจะเป็นอาการที่ดูไม่น่าใหญ่โตเท่าไหร่ แต่ก็เป็นปัญหาที่สร้างความทรมานให้กับร่างกายได้ไม่น้อย เพราะการถ่ายไม่ออกเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลเสียด้านอื่น ๆ ตามมาด้วย ฉะนั้นเราควรจัดการกับปัญหานี้ตั้งแต่ช่วงที่เพิ่งแสดงอาการ จะได้ไม่ลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โต และในวันนี้เราก็ได้ รวมวิธีขับถ่ายดี แก้ท้องผูก กลับมามีอารมณ์สดใส สุขภาพก็ดีตาม ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยว่ามีวิธีอย่างไรบ้าง

อาการแบบไหนถึงเรียกว่า ท้องผูก ?

หลายคนสับสนว่า อาการท้องผูก (Constipation) เป็นอย่างไร ต้องมีอาการยังไงบ้าง มาดูสรุป 6 ข้อ ได้ใจความกัน

  • มีการถ่ายอุจจาระแข็ง หรือเป็นลำเล็กลง
  • จำนวนความถี่ในการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
    *แต่ถ้าถ่ายคล่อง ถ่ายง่าย ไม่ต้องเบ่งนานอุจจาระนิ่มจับตัวเป็นก้อนดี แม้ 2-3 วันจะถ่ายสัก      ครั้ง ก็ไม่ถือว่าผิดปกติ
  • รู้สึกว่าขับถ่ายได้ยาก ต้องนั่งนานกว่าปกติ ถ่ายไม่สุด ถ่ายได้น้อย เหมือนมีอะไรมาอุดกั้นอยู่
  • ต้องมีตัวช่วยอย่าง น้ำฉีด หรือมือช่วยล้วง ถึงจะถ่ายได้
  • มีอาการเจ็บที่ทวารหนักเวลาถ่ายอุจจาระ
  • มีอาการเรอ ท้องอืด
รวมวิธีขับถ่ายดี

อาการท้องผูก ขับถ่ายยาก ส่งผลเสียยังไงบ้าง?

หลายคนคิดว่า อาการท้องผูก เป็นเพียงอาการปกติ ที่ปล่อยผ่านไปเดี๋ยวก็จะหายเอง แต่ในความจริงแล้ว การปล่อยให้ท้องผูกติดต่อกันเป็นเวลานานจนเรื้อรังนั้น อาจส่งผลเสียหลายอย่าง เช่น

  • การเกิดริดสีดวงทวาร
  • มี กลิ่นปาก และกลิ่นตัว
  • เสี่ยงกับโรคผนังลำไส้อักเสบ
  • สารพิษสะสมในร่างกาย
  • เชื้อโรคแพร่กระจาย ร่างกายอ่อนเพลียง่าย
  • เกิดแผลที่ทวารหนัก หรือลำไส้ตรง

รวมวิธีขับถ่ายดี แก้ท้องผูก อารมณ์สดใส สุขภาพก็ดีตาม!

1. เข้าห้องน้ำแต่เช้า

วิธีขับถ่ายดี ข้อแรกนี้ขอแนะนำให้ลองฝึกลุกมาเข้าห้องน้ำ เพื่อขับถ่ายตั้งแต่เช้าช่วงเวลาประมาณ 05.00-07.00 น. หรือยังอยู่ในโซนช่วงเช้าก็ยังโอเคนะ เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด หากใครไม่ชินกับการเข้าห้องน้ำช่วงเช้า ลองฝึกด้วยการเบ่งตามอาการปวดท้องเป็นช่วง ๆ ถ้าไม่ปวดก็ไม่ต้องเบ่ง เพื่อฝึกให้ร่างกายเคยชิน

2. เพิ่มใยอาหาร

การกินใยอาหารหรือไฟเบอร์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดอาการท้องผูกได้ เพราะไฟเบอร์จะช่วยให้ลำไส้กลับมาทำงานเป็นปกติ เราจึงควรได้รับใยอาหารในประมาณ 20-35 กรัมต่อวัน ซึ่งไฟเบอร์จะพบได้มากในอาหารประเภทผัก ผลไม้สด หรือธัญพืช เป็นต้น

ในการเริ่มกินหากใครยังไม่ชิน ในช่วงแรกค่อย ๆ เพิ่มทีละนิด และแต่ละมื้อควรมีผักผลไม้ที่มีสีสันแตกต่างกัน เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างครบถ้วน เพื่อช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวลง และง่ายต่อการขับถ่าย นอกจากนี้ ยังควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนมประเภทต่าง ๆ รวมไปถึงอาหารที่มีไขมันสูงในช่วงที่มีอาการท้องผูก เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงได้

3. ดื่มน้ำเยอะ ๆ

จริงอยู่ว่าร่างกายจะขับน้ำออกมาในรูปแบบของปัสสาวะ แต่น้ำบางส่วนก็จะถูกขับผ่านทางอุจจาระเช่นกัน และเพื่อเป็นการลดปัญหาท้องผูก จึงควรดื่มน้ำสะอาดควบคู่ไปกับการกินอาหารที่มีกากใยดูดซับน้ำได้ดี ช่วยให้อุจจาระนุ่ม เบ่งง่าย รวมไปถึงยังช่วยลดการอุดตันของลำไส้ และป้องกันอาการท้องอืด จากการกินใยอาหารมากเกินไปด้วย

ฉะนั้นเราจึงควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 2 ลิตร หรือประมาณ 8-10 แก้ว หลีกเลี่ยงการได้รับน้ำจากเครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำออกไปมากกว่าเดิม

4. นวดลำไส้

https://www.youtube.com/watch?v=8xfnoySy05Y

อีกหนึ่งวิธีช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้นอย่างเช่น การนวดลำไส้ตั้งแต่ตอนกลางคืน โดยเริ่มจากการเอามือนวดที่ท้องส่วนล่างซ้าย คลำจนพบลำของกากอาหารแล้วก็ลงไปเบา ๆ เป็นระยะ สักประมาณ 5 นาที พอตื่นมาก็ดื่มน้ำอุ่นสักแก้ว ทิ้งเวลาไว้สักพักอาการปวดอยากเข้าห้องน้ำจะมา หรือจะนวดที่เดิมอีกสักรอบ ด้วยการค่อย ๆ นวดเบา ๆ ดันลงด้านล่าง สักพักอาการอยากถ่ายจะตามมา แต่หากไปลองนั่งแล้วยังถ่ายไม่ออก ให้ลุกขึ้นเดินก่อนนะ อย่านั่งแช่ไว้เดี๋ยวอาการริดสีจะถามหา

5. กระตุ้นการทำงานของลำไส้ด้วยโปรไบโอติกส์

โปรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ภายในลำไส้ของคนเราและไม่ก่อโรคให้ร่างกาย และยังพบอยู่ในอาหารบางประเภท โดยเฉพาะโยเกิร์ต นมเปรี้ยว ซึ่งมาการศึกษาพบว่า แบคทีเรียเหล่านี้ช่วยสร้างความสมดุลของสภาวะในระบบการย่อยอาหาร และช่วยปรับการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติได้ด้วย

6. ยาระบาย ตัวช่วยสุดท้าย

หลังจากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการกินอาหารแล้ว อาการท้องผูกยังไม่ดีขึ้น อีกหนึ่ง วิธีช่วยขับถ่าย บรรเทาอาการท้องผูกได้ นั่นก็คือ การกินยาระบาย หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า ยาถ่าย ซึ่งยาชนิดนี้จะมีกลไกในระบบทางเดินอาหาร และระดับความรุนแรงของฤทธิ์ยาที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนการใช้ยาระบายทุกครั้ง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยก่อนนะ

7. ออกกำลังกาย

สำหรับคนที่อยากให้สุขภาพการขับถ่ายดีๆ ลองออกกำลังกายด้วยการซิทอัพอย่างน้อยวันละ 40 ครั้ง หรือวิ่งเหยาะ ๆ วันละครึ่งชั่วโมง  และนั่งยอง ๆ ให้หน้าขากดเข้าหน้าท้อง เพราะท่านี้เป็นท่าธรรมชาติ ที่เหมาะกับการขับถ่าย เพราะแรงกดจากหน้าขาจะกดลงมาพอดีกับตำแหน่งของลำไส้ใหญ่ แต่หากไม่มีเวลาออกกำลังกายจริงๆ แค่ลองลุกมาเดินไป-มาก็ช่วยเพิ่มการบีบตัวของลำไส้มากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อและระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติมากขึ้น

https://www.youtube.com/watch?v=9IsOb2IPIfI

8. การผ่าตัด

การผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ออกเป็นทางเลือกสุดท้ายในการแก้ปัญหาท้องผูกเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ทั้งหมดแล้วไม่ได้ผล ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาระบายหรือการฝึกเบ่งแต่ลำไส้ใหญ่ยังคงเคลื่อนไหวช้าอย่างรุนแรง

หากคุณอายุมากกว่า 45 ปี หรือมีอาการอื่น ๆ นอกเหนือจากท้องผูก เช่น ถ่ายเป็นมูกเลือด น้ำหนักลด ท้องผูกช่วงสั้น ๆ จากที่เคยถ่ายได้ทุกวัน อุจจาระก้อนเล็กลงเรื่อย ๆ คลำเจอก้อนในช่องท้อง หรือมีภาวะซีด แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมโดยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) เพื่อให้แน่ใจว่าอาการท้องผูกนั้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคอื่นๆ เช่น ลำไส้อักเสบ ติ่งเนื้องอก หรือโรคมะเร็ง เป็นต้น

เมื่อมีอาการท้องผูกอย่าละเลย หรือนิ่งนอนใจ เพราะหากปล่อยไว้ให้เรื้อรังอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้นะ ส่วนการรักษาโรคท้องผูกอย่างถูกวิธีต้องใส่ใจที่ต้นเหตุ และอาจต้องเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยถึงสาเหตุที่แท้จริง บางรายอาจใช้เวลาระยะสั้น ๆ ก็หาย บางรายก็ใช้ระยะเวลายาวนานกว่าจะหาย แต่ก็ต้องอดทนแล้วจะผ่านโรคนี้ไปได้แน่นอน!

อ้างอิง :

1. https://med.mahidol.ac.th
2. https://www.pobpad.com/
3. https://health.kapook.com
4. https://www.bumrungrad.com/

"Expert ดีดี" โควิด-19 ไอ หวัด ปวดท้อง ภูมิแพ้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...