โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมสรุปผลการศึกษา ‘สนามบินนครปฐม’ คาดเปิดให้บริการได้เร็วสุดปี 69

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 ธ.ค. 2562 เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 08.20 น. • The Bangkok Insight

เตรียมสรุปผลการศึกษา “สนามบินนครปฐม” 2.5 หมื่นล้าน คาดชงเข้า “คมนาคม” กลางปีหน้า เปิดประมูลปี 65 เปิดให้บริการได้เร็วสุดปี 69 ประชาชนกระทบถูกเวนคืนที่ดิน 300 แปลง

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานในงานสัมมนาทดสอบความสนใจของภาคเอกชน (Market Sounding) ในโครงการสนามบินนครปฐม วันนี้ (17 ธ.ค.) ว่า กรมท่าอากาศยาน (ทย.) อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมของโครงการพัฒนาสนามบินแห่งใหม่ในจังหวัดนครปฐม เนื่องจากสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิไม่สามารถรองรับความต้องการการเดินทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ โดยเฉพาะเที่ยวบินเชิงธุรกิจและเที่ยวบินส่วนตัว (Private Jet) จำนวน 2,000 เที่ยวบินต่อปี ซึ่งนำเม็ดเงินและการลงทุนเข้าสู่ประเทศมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป

สำหรับงาน Market Sounding ในวันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาสนามบินนครปฐม เพื่อศึกษาความต้องการใช้สนามบิน และเปรียบเทียบพื้นที่ทางเลือกที่มีศักยภาพในการสร้างสนามบิน โดยพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น เศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม รวมทั้งสำรวจ ออกแบบ และจัดทำแบบก่อสร้าง

ปักหมุด “บางเลน-นครชัยศรี”

การศึกษาได้สำรวจพื้นที่ที่มีความเหมะสมในการก่อสร้างสนามบินทั้งหมด 10 แห่ง และคัดเลือกเหลือ 2 อำเภอ ได้แก่ ตำบลบางระกำและตำบลลำพญา ในอำเภอบางเลน รวมถึงตำบลบางแก้วฟ้า, ตำบลบางพระ และตำบลวัดละมุด ในอำเภอนครชัยศรี โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) บางใหญ่-กาญจนบุรี ประมาณ 5.3 กิโลเมตร และใช้ระยะเวลาในการเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

การออกแบบกำหนดให้โครงการมีพื้นที่ขนาด 3,500 ไร่ ทางวิ่ง (Runway) กว้าง 45 เมตร ยาว 2,500 เมตร อาคารที่พักผู้โดยสาร 3 แห่ง พื้นที่ประมาณ 115,740 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้ 5,100 คนต่อชั่วโมง อาคารและลานจอดรถ จอดรถได้ประมาณ 5,200 คัน โดยผู้ใช้บริการหลักจะเป็นเที่ยวบินเชิงธุรกิจและเที่ยวบินส่วนตัว แต่ก็จะพัฒนาให้รองรับสายการบินเชิงพาณิชย์ทั่วไปด้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

รัฐเอกชนร่วมลงทุน

นายถาวรกล่าวต่อว่า การลงทุนควรใช้รูปแบบรัฐเอกชนร่วมลงทุน (PPP) เนื่องจากการนำงบประมาณแผ่นดินไปพัฒนาสนามบินที่รองรับเที่ยวบินเชิงธุรกิจ คงไม่เป็นธรรมกับประชาชนทั่วไป ขณะเดียวกันถ้าเอกชนสนใจเข้าร่วมการลงทุน ก็ควรเปิดกว้าง เพราะปัจจุบันก็มีหลายโครงการที่ใช้รูปแบบ PPP

สำหรับการศึกษา PPP ในโครงการนี้มีทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่

  • รัฐบาลลงทุนค่าที่ดิน เอกชนลงทุนการก่อสร้างทั้งหมด โดยเอกชนจัดสรรรายได้ให้ภาครัฐ 5% จะมีระยะเวลาคืนทุน 18.67 ปี ผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) 71%
  • รัฐบาลลงทุนที่ดินและงานระบบโครงสร้างพื้นฐาน (ยกเว้นลานจอดเครื่องบิน) เอกชนลงทุนอาคารที่พักผู้โดยสาร อาคารปฏิบัติการภาคพื้นดิน ลานจอดเครื่องบินทั้งหมด โดยเอกชนจัดสรรรายได้ให้ภาครัฐ 50% จะมีระยะเวลาคืนทุน 20.25 ปี FIRR 11.35%
  • รับบาลลงทุนที่ดิน งานระบบโครงสร้างพื้นฐาน งานอาคารที่พักผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ ลานจอดเครื่องบินพาณิชย์ ด้านเอกชนลงทุนอาคารผู้โดยสารสำหรับเครื่องบินเชิงธุรกิจหรือเครื่องบินส่วนตัว อาคารปฏิบัติการภาคพื้นดิน ลานจอดเครื่องบินธุรกิจ โดยเอกชนจัดสรรรายได้ให้ภาครัฐ 52% จะมีระยะเวลาคืนทุน 20.17 ปี FIRR 47%
ภาพจำลองสนามบินนครปฐม

ชงผลการศึกษาเข้า “คมนาคม” กลางปี 63

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่บางส่วนได้ร้องเรียนและแสดงความไม่เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างสนามบินนครปฐม ทาง ทย. จึงให้ที่ปรึกษาลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและจัดทำมาตรการต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อนำเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาต่อไป

“ประชาชนที่มีผลกระทบก็มาร้องต่อผม ว่าท่านไม่ต้องการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการพัฒนาทุกอย่างต้องทำความเข้าใจ และถ้าจะพัฒนาจริงๆ ต้องเยียวยา อย่าให้พี่น้องไม่พอใจ แต่ผลกระทบทางจิตใจก็เป็นเรื่องใหญ่เมืองกัน การพัฒนาทุกที่ต้องมีผลกระทบ เราต้องเข้าใจและต้องเยียวยาให้เขาสบายใจในระดับหนึ่งด้วย” นายถาวรกล่าว

หลังจากลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนเพิ่มเติมแล้ว เบื้องต้น ทย. คาดว่าจะสรุปผลการศึกษาได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาได้ก่อนกลางปี 2563 ถ้าหากไม่มีปัญหาใดๆ ก็คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี และเปิดให้บริการได้เร็วที่สุดในปี 2569

การบินโตต่อเนื่อง

นายจรุณ มีสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่า ทย. ดำเนินการศึกษาโครงการพัฒนาสนามบินนครปฐม เนื่องจากปัจจุบันสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิมีจอดเครื่องบินไม่เพียงพอ และการจราจรทางอากาศเกิดความแออัด แม้ว่าจะมีโครงการขยายขีดความสามารถของสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภาแล้วก็ยังไม่เพียงพอและไม่ทันกับการเดินทางทางอากาศที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากสถิติพบว่าในปี 2552 ผู้โดยสารสายการบินเชิงพาณิชย์ของประเทศไทยมีจำนวน 53 ล้านคน เพิ่มเป็น 158 ล้านคนในปี 2561 ส่วนแนวโน้มเที่ยวบินเชิงธุรกิจก็เช่นเดียวกัน ในปี 2552 มีจำนวน 2,555 เที่ยวบิน และเพิ่มจำนวนเป็น 3,581 เที่ยวบินในปี 2559 โดยจะเห็นได้ว่าแนวโน้มการบินเชิงพาณิชย์และการบินเชิงธุรกิจของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เวนคืนที่ดิน 300 แปลง 200 ครัวเรือน

นายจรุณกล่าวต่อว่า ผลการศึกษากำหนดให้สนามบินแห่งใหม่ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ ในพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างอำเภอบางเลนและอำเภอนครชัยศรี ห่างจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิประมาณ 50 กิโลเมตร

โครงการนี้จะใช้วงเงินลงทุน 2.5 หมื่นล้านบาท มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 17% และต้องใช้พื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด 3,500 ไร่ จึงต้องเวนคืนที่ดินทั้งหมด 300 แปลง 200 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร คาดการณ์ว่าเมื่อสนามบินเปิดให้บริการถึงปี 2589 จะมีผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ 30 ล้านคนต่อปี และเที่ยวบินเชิงธุรกิจ 11,770 เที่ยวบินต่อปี

ทั้งนี้ ทย. จะสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างสนามบินนครปฐมได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จากนั้นจะเสนอเรื่องให้หน่วยงานต่างๆ เห็นชอบตามขั้นตอน คู่ขนานกับการเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยคาดว่าจะเปิดประมูลได้เร็วที่สุดในปี 2565 เริ่มก่อสร้างปี 2566 และเปิดให้บริการปี 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...