โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจ ย้ำ! จำเป็นต้องตั้งสิ่งกีดขวางม็อบ ป้องกันเหตุร้ายแรง

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 มี.ค. 2564 เวลา 08.53 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2564 เวลา 08.53 น. • The Bangkok Insight

"พล.ต.ต.ปิยะ" เตือนม็อบการชุมนุมทุกอย่างในพื้นที่กทม. ถือว่าผิดกฎหมาย แจงจำเป็นต้องตั้งสิ่งกีดขวางป้องกันเหตุรุนแรง และการกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงมาตรการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมว่า ในช่วงเย็นวันนี้จะมีมวลชน 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มเยาวชนปลอดแอก (REDEM) เวลา 18.00 - 21.00 น.
  • กลุ่มศิลปะปลดแอก (FreeArt) เวลา 18.30 น.
  • กลุ่มเพื่อนอานนท์ เวลา 19.19 น.

โดยทั้งหมดจะมารวมตัวกันสนามหลวง ซึ่งทาง บช.น.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ขอแจ้งเตือนว่า เนื่องจากขณะนี้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ควบคุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประกอบกับมีประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 5 มีนาคม 2564 ประกาศห้ามในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ให้มีการชุมนุมมั่วสุม หรือจัดกิจกรรมในลักษณะหนึ่งลักษณะใดที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ประกอบ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ

ทำให้ขณะนี้การชุมนุมทุกอย่างในกรุงเทพฯ ถือว่ากระทำผิดกฎหมาย และฝากเตือนกรณีที่มีการประกาศว่า จะมีการแจกจ่ายหนังสือ หรือสิ่งพิมพ์บางอย่างที่มีเนื้อหาผิดกฎหมาย ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะเป็นความผิดหมิ่นประมาทผู้หนึ่งผู้ใด หรือมีความผิดตามมาตรา 112 ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา ผู้จำหน่าย ผู้จ่ายแจก หรือผู้เกี่ยวข้องถือเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยทั้งนั้น

โฆษก บช.น. กล่าวว่า จะจัดกำลังตำรวจในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามสถานการณ์ และการข่าว และจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกการจราจร ให้กับประชาชนผู้สัญจรไปมา โดยที่ผ่านมาตั้งแต่มีการชุมนุมได้มีการจับกุมและดำเนินคดีทั้งสิ้น 179 คดี โดยส่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการแล้ว 129 คดี ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและดำเนินการต่อไป

สำหรับพื้นที่สนามหลวงอยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร (กทม.) แต่ บช.น.ได้ส่งกำลังตำรวจไปเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของ กทม. เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและระงับเหตุต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ส่วนการวางรั้วลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์รอบสนามหลวงนั้นมีความจำเป็นเพื่อป้องกันรักษาสถานที่สำคัญ ได้แก่ ศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ การที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องไม่ให้เจ้าหน้าที่วางสิ่งกีดขวาง เพราะเกรงจะกระทบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้น แนวทางการแก้ไขง่ายนิดเดียว เพียงแค่ไม่มาชุมนุมก็จะไม่มีปัญหาใด ๆ จะอ้างว่าเกิดผลกระทบต่อเด็กที่สอบไม่ได้ เป็นเพราะกลุ่มผู้ชุมนุมเอง ไม่ใช่การระวังป้องกันของตำรวจ

ส่วนมาตรการในช่วงเช้า จะยังไม่มีการวางสิ่งกีดขวางปิดการจราจร แต่ในช่วงเย็นที่จะมีการชุมนุม เจ้าหน้าที่จะประเมินตามสถานการณ์อีกครั้ง ส่วนสนามสอบต่าง ๆ ไม่ได้อยู่รอบสนามหลวง แต่เส้นทางเคลื่อนผ่านของผู้ชุมนุมอาจมีผลกระทบ ตอนนี้ยังไม่สั่งปิดถนน แต่จะดูสถานการณ์ในช่วงเย็นอีกครั้งว่าจำเป็นต้องปิดถนนหรือไม่ ซึ่งถนนท้ายวังและอัษฎางค์จะได้รับผลกระทบแน่นอน ขอให้ประชาชนใช้สะพานพุทธ สะพานปกเกล้า ข้ามจากฝั่งพระนครไปฝั่งธนบุรีเป็นเส้นทางเลี่ยง รวมถึงสะพานพระราม 8 และสะพานซังฮี้ เพื่อเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ และถนนกาญจนาภิเษก

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) กล่าวว่า ความจำเป็นที่ต้องวางสิ่งกีดขวางเป็นการประเมินสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันระวังไม่ให้มีการกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่น การรักษาสถานที่ราชการสำคัญต่าง ๆ การป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะ ระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ และป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่อาจไม่ได้ตั้งใจจะบุกรุกเข้าไปในสถานที่ แต่ขณะที่ชุมนุมนั้นอาจมีอารมณ์ร่วมระหว่างการชุมนุม ฉะนั้นการวางสิ่งกีดขวางหรือสิ่งกีดกั้นเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้มาชุมนุมกระทำผิดซ้ำ ซึ่งอาจเป็นการกระทำความผิดที่มีอัตราโทษสูงขึ้น เป็นการประเมินสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต้องกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันตามปกติของประชาชน ซึ่งเจ้าหน้าที่มีความเป็นห่วงใย จึงพยายามดำเนินการให้ดีที่สุดเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยควบคู่ไปกับการบริหารจัดการด้านการจราจร

สำหรับการชุมนุมในช่วงเวลาปกติที่ไม่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เรื่องการระบาดของโรคติดต่อที่ร้ายแรง จะต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ต้องมีการแจ้งเจ้าหน้าที่และการชุมนุมนั้นจะต้องเป็นไปโดยสงบตามสันติวิธี แต่ขณะนี้อยู่ภายใต้การบริหารของกฎหมายที่มีความพิเศษขึ้นมา ดังนั้นการชุมนุมจึงไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว

ส่วนเรื่องการบุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการต่าง ๆ และสถานที่สำคัญ ซึ่งมีการเชิญชวนผ่านออนไลน์ให้ใช้สิ่งของที่ไม่เหมาะสมบุกรุกเข้าเข้าไปขว้างปาสิ่งของต่าง ๆ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและไม่สมควร การตั้งสิ่งกีดขวางในรูปแบบต่าง ๆ เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดที่เหตุรุนแรงและการกระทำผิดที่รุนแรงยิ่งขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...