โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเดินเรือขนส่งสินค้า ชลบุรี– ประจวบคีรีขันธ์-สงขลา

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 มี.ค. 2564 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2564 เวลา 04.03 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 18 มี.ค.- กระทรวงคมนาคมเร่งรัดกรมเจ้าท่า เตรียมความพร้อมเปิดเส้นทางเดินเรือ ขนส่งสินค้าทางน้ำผ่าน 3 จังหวัด  ชลบุรี –  ประจวบคีรีขันธ์ – สงขลา  เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC )

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงาน เปิดให้บริการการขนส่งทางน้ำในเส้นทาง  ระหว่างจังหวัดชลบุรี –  ประจวบคีรีขันธ์ – สงขลา  เพื่อประโยชน์การขนส่งทางน้ำ ระหว่างท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ ผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  สิ้นสุดจังหวัดสงขลา ซึ่งมีบริษัทบริษัท ซี ฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด  ให้ความสนใจเดินเรือในเส้นทางดังกล่าว โดยใช้เรือ ดิ บลู ดอลฟิน  ความยาว 136.60  เมตร ขนาด 7,003 ตันกรอส  ความเร็ว 17 น๊อต (31.48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)   โดยขณะนี้เรือได้รับการตรวจรับรองความปลอดภัยจากกรมเจ้าท่าแล้ว เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในระยะแรกจะเดินเรือในเส้นทางระหว่างจังหวัดชลบุรี – จังหวัดสงขลา โดยออกเดินทางจากท่าเรือพาณิชย์สัตหีบไปยังจังหวัดสงขลา และจะขยายเส้นทางเชื่อมโยง เข้ากับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในระยะต่อไป  ปัจจุบันเรือ ดิ บลู ดอลฟิน ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก BOI แล้ว และจะได้เคลื่อนย้ายเรือเพื่อไปทดลองการเดินเรือที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ คาดว่าจะทดสอบแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2564  และจะมีกิจกรรม Meet the Press ในช่วงเดือนเมษายนนี้

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าว่า ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าเร่งรัดเตรียมการเพื่อให้สามารถเปิดให้บริการการขนส่งทางน้ำในเส้นทางดังกล่าวได้ตามแผนที่กำหนด โดยให้พิจารณาค่าระวางขนส่งทั้งในส่วนของรถบรรทุกและรถยนต์ส่วนบุคคลที่เหมาะสมและจูงใจให้มาใช้บริการ , ให้กรมเจ้าท่า กรมทางหลวงชนบท และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการให้บริการขนส่งทางน้ำในเส้นทางดังกล่าว โดยให้ประมาณการปริมาณการขนส่งและการเดินทางในเส้นทางจังหวัดชลบุรี – จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ – จังหวัดสงขลา เพื่อวางแผนการขนส่งเชื่อมโยงท่าเรือ และการบริหารจัดการพื้นที่หลังท่า ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว ไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด และบรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมตามที่นโยบายกำหนด   รวมทั้งให้กรมเจ้าท่าจัดเตรียมข้อมูลเพื่อการประชาสัมพันธ์ให้ครบถ้วน เช่น อัตราค่าระวาง  ระยะเวลาที่ใช้ การบริหารจัดการ และประโยชน์ที่ได้รับ รวมทั้งให้จัดทำข้อมูลสถิติเปรียบเทียบระยะเวลาและต้นทุนในการขนส่งและเดินทางทางน้ำและทางบกระหว่างจังหวัดชลบุรี – จังหวัดสงขลาทั้งในส่วนของรถบรรทุกและรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการขนส่งและบริษัทขนส่งในการพิจารณาเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับต้นทุนประกอบการ

โดยการคมนาคมขนส่งทางน้ำในเส้นทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor, EEC) เข้ากับระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor, SEC) ช่วยเพิ่มศักยภาพของการขนส่งทางน้ำ ลดต้นทุนและอุบัติเหตุจากการขนส่งทางบก และลดปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM 2.5 ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งกรมเจ้าท่าจะได้ร่วมกับภาคเอกชนในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้ประสบผลสำเร็จและเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...