โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ภาคีsaveบางกลอย’ คาใจ มีอะไรที่แก่งกระจาน? ทำไมกลับบ้านถึงโดนจับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 มี.ค. 2564 เวลา 14.41 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2564 เวลา 14.41 น.

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการนัดหมายทำกิจกรรม “โดนหมายจับเพราะกลับบ้าน” โดย “ภาคีsaveบางกลอย” มีการเสวนา ในหัวข้อ โดนหมายจับเพราะกลับบ้าน #เสียงร่ำไห้จากใจแผ่นดิน

โดย นายณัฐวุฒิ อุปปะ ตัวแทนภาคีเซฟบางกลอย กล่าวว่า เพียงแค่เส้นทางต่อสู้สั้นๆ เราโดนไปแล้ว 44 คดี คนที่ถูกออกหมายจับ มี 1 คน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ไม่รู้ว่ารีบหรืออะไร พอๆ กับพี่น้องราษฎร ที่โดนออกหมายจับ ทั้งที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่ง เมื่อวานไปมอบตัว 7 คน ปรากฏหมายจับไม่รู้เอารูปใครมาใส่ นี่คือกระบวนการยุติธรรมไทย คนชอบบอกว่า ชาติพันธุ์เป็นคนทำลายป่า อยากชวนดูข้อมูล การสำรวจป่าไม้ในประเทศไทย จ.แม่ฮ่องสอน 86 ของพื้นที่ เป็นป่า แต่มีกลุ่มชาติพันธุ์อยู่มาก ต่อมาคือ จ.ตาก จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำปาง ปรากฏว่า พื้นที่ที่มีป่ามากที่สุด 6 อันดับ มีกลุ่มชาติพันธุ์อยู่เยอะทั้งหมด กรุงเทพมหานคร ไม่ได้มีคนกระเหรี่ยงอยู่ แต่เวลาป่าหาย ชี้นิ้วไปที่กลุ่มชาติพันธุ์ ว่าทำลายป่า ทั้งที่ กรุงเทพฯ มีสีเขียวเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ มนุษย์ไม่ควรลดทอนความเป็นมนุษย์ของใคร การเรียกคนว่า ‘กะหร่าง’ ไม่ควรเกิดขึ้นอีกแล้ว ประเด็นบางกลอย ไม่ใช่ประเด็นของบางกลอยอีกต่อไป ท้ายสุด ไม่ว่าเราจะสู้มนพืเนที่ตัวเองมากแค่ไหน ถ้าไม่ตั้งคำถามของกฎหมาย ไม่มีทางสู้ได้ เหมือนเอาเบตาดีน ไปรักษามะเร็ง

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า มรดกโลก จะภูมิใจตรงไหน ที่ได้มาเพราะฆ่าคนไทย เอาที่ไปโชว์ชาวต่างขาติ ทุ่งใหญ่นเรศวรก็เป็นมรดกโลก คำถามคือ แค่คนละชื่อ ก็เป็นคนละหลักการหรือ ต้องตามกันต่อว่า มันมีอะไรที่แก่งกระจาน ถ้าไม่แก้ไขปัญหาบางกลอย เดี๋ยวจะได้รู้จักแก่งกระจานมากกว่านี้ ในอีกมุมหนึ่ง

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ปี 2562 ออกมาโดย สนช. แต่งตั้งโดย คสช. ดังนั้น ถ้าจะแก้ปัญหา โดยไม่พูดถึงโครงสร้าง ถ้าเขาออกกฎหมายมากกว่านี้ อย่ามาร้อง ไม่ว่าโครงการไหน กฎหมายก็ออกมาจาก สนช. ขอให้จับมือร่วมกันไป ไม่มีความสำเร็จใด ที่ได้จากการรัฐประหาร

ด้าน น.ส.พรพนา ก๊วยเจริญ จาก LandWatchThai กล่าวว่า เราจะยืนหยัดต่อสู้กับพี่น้องบางกลอยต่อไป
เรื่องของการแก้ไขปัญหาบางกลอย ประชุมไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการแก้ไขปัญหา กำหนดไว้ว่า จะแก้ไขปัญหาภายใน 30 วัน เราค่อนข้างหนักใจ เพราะ 30 วัน ค่อนข้างยาวมาก ในทีมมี 6 คนที่เป็นนักวิชาการ ที่แทรกเข้าไป นอกเหนือจากนั้นเป็นนั้นก็เป็นนักวิชาการจากรัฐหมดเลย เราพิสูจน์ได้ว่า มีชุมชนบางกลอย หมู่บ้านใจแผ่นดินมาก่อนตั้งแต่ พ.ศ.2495 แผนที่ทางทหารก็เห็นที่ตั้งทางใจแผ่นดิน 3 หมู่บ้าน กระจายอยู่ตามป่าแก่งกระจาน จากเหตุนั้นเอง ทำให้เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นคนพม่า รัฐฝังใจว่าประชากรเหล่านี้เป็นพม่า ซึ่งจริงๆเเล้วเราต้องการพิสูจน์ว่าคนเหล่านี้เป็นลูกหลานของปู่คออี้ ที่บางกลอยบน

“เขากลัวว่ามันจะขยายเป็นโดมิโน่ ชาวบ้านรอบข้างจะลุกขึ้นมาสู้กันหมด แล้วกรมทรัพยากรจะต้านไม่ไหว เขาเลยทุ่มกำลังเต็มที่เพื่อมาสู้ เราจะดูว่าถ้าชาวบ้านกลับขึ้นไปบางกลอยบนจริงๆ มันจะกระทบระบบนิเวศจริงหรือไม่ พวกเราจะเอานักวิการขึ้นไป เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง เขาไม่เคยพูดเลยว่าที่ป่าแก่งกระจานหายไป เป็นเพราะการสัมปทานทำไม้ เขาเรียกชาวบ้านอย่างดูถูกว่า กะหร่าง มองว่าเขาเป็นดั่งชาวกะเหรี่ยง เขาพูดถึงยาเสพติด ว่าชาวบ้านเกี่ยวข้อง ซึ่งกระทั่งตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอว่าต้นกัญชาอยู่ที่ไหน คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่เพิ่งโดนปลดไป เขากดขี่ชาวบ้าน 277 แห่ง มีชุมชนถึง 2,567 หมู่บ้าน คำถามคือ ทำไมชาวบางกลอยล่างถึงกลับไปอยู่บางกลอยบนไม่ได้ พวกเราเลยตั้งคำถามว่า มันมีอะไรอยู่บนแก่งกระจาน ไปเอาเขาลงมาตอน ปี 2539 เกี่ยวข้องกับนโยบายการปราบปรามพรรคคอมมิวนิสต์” น.ส.พรพนา กล่าว

น.ส.พรพนา กล่าวอีกว่า มีการจัดสรรที่ดินแค่ครั้งเดียวในปี 39 นอกจากนั้น รวมถึงคุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรเลย ไม่เก็บข้อมูล ไม่สนใจอะไรเลย ชาวบ้านบอกว่าไม่เคยถูกเก็บข้อมูลอย่างเป็นมิตรบ้างเลย ถ้าไม่มีเฮลิคอปเตอร์ตก ก็คงไม่มีคนรู้จักชาวบ้านบางกลอย จนวันนี้ มี ภาคีsave บางกลอยเกิดขึ้น เราเคยมีการให้สัมปทานการตัดป่าไม้ขึ้น ซึ่งหลังให้สัมปทาน จึงมีการตั้งอุทยานแก่งกระจานขึ้นมา ในปี 2564 เพิ่งบอกว่าห้ามตัดป่าไม้ พื้นที่มากกว่า 4 ล้านไร่ 2 พันกว่าหมู่บ้าน ทำไมอยู่ได้ ทำไมชาวบางกลอยถึงอยู่ไม่ได้ มันเป็นประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ภาคี save บางกลอย จึงเป็นการรวมกลุ่มของการเป็นพลเมืองตื่นรู้ และชักชวนกันมาร่วมกัน เรารวมตัวกันและทำประเด็นบางกลอยช่วยกัน สิ่งที่ยึดโยงพวกเราเข้าด้วยกันคือ ทุกคน คือคนเท่ากัน

ขณะที่ น.ส.วิปัศยา อยู่พูล เครือข่ายคณะละครของผู้ถูกกดขี่ กล่าวว่า ถ้าอยู่ๆ มีคนไล่เราออกจากบ้าน เผาบ้านเรา ถ้าเป็นเราจะรู้สึกอย่างไร ในฐานะคนเมือง เราเทียบเคียงได้ว่า ถ้าเราโดนไล่ออกจากบ้านจะรู้สึกอย่างไร นี้คือสิ่งที่ยึดโยงเราไว้ ให้อยู่ด้วยกัน นี่คือครั้งแรกที่ประเด็นชาวบ้านในพื้นที่ เป็นที่จับตามองของคนเมือง เป็นปรากฎการณ์ใหม่ของการขับเคลื่อนสังคม เราเชื่อมโยงคนด้วยศิลปะ วัฒนธรรม เปิดพื้นที่ที่หลากหลาย พี่น้องบางกลอย เจอข้อกล่าวหาว่าไม่ใช่คนไทยบ้าง ค้ายาบ้า มีคนบอกว่า พี่น้อเป็นคนพม่า จึงอยากแชร์ 1 เรื่องราว เด็กที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนพม่า เขาวาดรูปธงชาติไทย แต่เราไปชี้หน้าเขา รูปที่วาดตามมา คือเฮลิคอปเตอร์ที่ถูกจับขึ้นไป น่าเจ็บปวดที่เราทำกับคนทีี่มีใจให้เราขนาดนี้ ภาพจำของเขาคือถูกไล่ออกจากบ้าน ถูกเผาบ้าน ถูกจับ แต่เขายังวาดรูปธงชาติไทย นี่คือเรื่องที่เจ็บปวดมากในฐานะมนุษย์ที่ได้ฟังเรื่องราวนี้

น.ส.วิปัศยา กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ตนได้ไป สภ.แก่งกระจาน ในวันที่ 5 มีนาคมที่มีการจับกุม มีการตรวจ DNA ไปแล้ว 1 รอบ ในเช้าวันนั้นเราจะทำพิธีต้อนรับเขาที่กลับบ้าน จู่ๆ ก็ตู้มเข้ามา การปฏิบัติของเข้าหน้าที่รัฐ ทำให้พี่น้องเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ และการกดขี่ทุกกระบวนการ อย่างตรวจ DNA ตรวจไปแล้วก็ยังตรวจอีก ต้องการอะไร ให้เขาเครียดหรือ ในฐาะคนสังเกตการณ์ เกิดคำถามแบบนี้

“ปู่นอแอ๊ะ บอกว่า เราไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมเราต้องไปศาล หรือเรือนจำด้วย แค่เราได้ยินคำพูดก็รู้สึกเจ็บแล้ว วันนั้นนั่งข้างๆ ปู่ ได้มองเข้าไปในแววตา เป็นแววตาของคนที่บริสุทธิ์ใจมากๆ เวลาเรามองดวงตา จะสัมผัสความรู้สึกได้ ในมุมของเขา เขาไม่ผิด เพราะนั่นคือบ้านเขา เขาเต็มไปด้วยคำถามอย่างบริสุทธิ์ใจ ว่าทำไมกลับบ้านแล้วต้องผิด ต้องเข้าเรือนจำ เขาผิดอะไร เป็นแววตาที่ไม่มีความโกรธ มีแต่ความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งสิ่งที่สัมผัสได้ ทำให้ย้อนกลับมาตั้งคำถามถึงความจริงใจของกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น เพราะคือตัวตัดสินว่าเขาจะได้กลับบ้านหรือไม่ คำนี้ทำให้มีเสียงในหัวว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนบุกรุกใจแผ่นดิน รัฐพยายามตีตราว่าเขาบุกรุก ไร่หมุนเวียนไม่ดี ทำลายป่า ไม่ใช่คนไทยบ้าง ค้ายาบ้าง ข้อครหาที่ยกมาโจมตีมากที่สุด คือ ทำไร่หมุนเวียน อยากตั้งคำถามว่า ถ้าชาวบ้านทำลายสิ่งแวดล้อมจริง อยู่มา 100 ปี ทำไมป่ายังสมบูรณ์อยู่ เมื่อเทียบกับรัฐให้สัมปทานบางบริษัท พรึ่บเดียวตัดต้นไม้โล่งหมด น่าสนใจที่ กรมป่าไม้ มีสัญลักษณ์เป็นรูปท่อนซุง ว่าเกิดมาเพื่อรักษา หรือเพื่อทรัพยากรของรัฐ” น.ส.วิปัศยา กล่าว และว่า “เส้นทาง กว่า 25 ปี เวลาเท่านี้ไม่พอ จึงอยากชวนว่า ถ้าคุณได้ยิน ได้ฟัง แล้วรู้สึกไม่เป็นธรรม หัวใจคุณเต้นผิดจังหวะ ถ้าคุณมีความรู้สึกอยากกลับบ้าน คุณช่วยได้ เพียงแค่ภาคีเล่าเรื่องราวของพี่น้องไม่พอ ถึงเวลาที่ทุกคนต้องช่วยกัน คนละเสียง ไปแชร์ข้อมูจากข่าว จากเพจที่อัปเดตข้อมูล แล้ววันหนึ่งเราจะกลับมาเจอกัน เมื่อพี่น้องอบางกลอยต้องการให้เราพาเขากลับบ้าน”

ด้าน นายเอกชัย อิสระทะ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงาน องค์การพัฒนาเอกชน กล่าวว่า เข้าใจอารมณ์คนทุกข์ยาก โดยส่วนตัวเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าพี่น้องในพื้นที่ รักษาป่ามากกว่าเรา เขาทนไม่ได้กับการตัดต้นไม้ แต่คนในเมืองมองเป็นเรื่องสนุกสนาน เป็นเรื่องปกติ การต่อสู้ด้วยการถูกคดี แบบกลั่นแกล้ง คือกระบวนการกล่าวหาโดยใช้เงื่อนไขทางกฎหมายที่อ.จะนะ หรือสงขลา ก็มีการลุกขึ้นมาสู้ของพี่น้องทุกพื้นที่ เกืือบเหมือนกันทุกที่ คือโดนคดี เป็นวิธีที่รัฐใช้มากที่สุด ฟ้องให้เรายุ่งยาก รำคาญใจ บางส่วนท้อ แต่เราต้องให้กำลังใจกัน

“เขาคูหา เราสู้เพื่อเก็บพื้นที่สีเขียวไว้ แต่ผมกับพวก ถูกบริษัทฟ้อง 64 ล้าน การถูกคดีของชาวบางกลอย ต้องพลิกกลับ มองให้เห็นข้อเท็จจริง เราต้องดึงไปให้ถึง เพราะคือโครงสร้างที่เบียดขับ ขอให้กำลังใจพี่น้องในทุกพื้นที่ เราไมได้ชนะทุกคดี แต่ไม่แพ้ทุกคดีแน่ ถ้าเตรียมข้อมูลดีๆ บริษัทถอนฟ้อง เพราะเขารู้ว่าสู้ข้อมูลไม่ได้ ถ้าเรายืนหยัดสู้ต่อ เราจะพลิก และสู้ต่อเพื่อสร้างมาตรฐานกระบวนการยุติธรรมด้วยเช่นกัน อาจเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ดึงกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ทะเลไม่ใช่ของรัฐ เหมือนภูเขา ป่าแก่งกระจาน ที่ไม่ใช่ของอุทยาน ประชาชนมีสิทธิปกป้อง” นายเอกชัย กล่าว

จากนั้น ผู้ร่วมกิจกรรม ตะโกน “saveบางกลอย” ต่อด้วยการแสดงดนตรี โดย Hamer และการอ่านบทกวี โดย เครือข่ายกวีสามัญสำนึก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...