โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นมปลอมช่วยชีวิต หมอเผยซิลิโคนกันกระสุน คนไข้หญิงรอดตาย

Khaosod

อัพเดต 21 เม.ย. 2563 เวลา 21.19 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2563 เวลา 20.56 น.

นมปลอมช่วยชีวิต หมอเผยซิลิโคนกันกระสุน คนไข้หญิงรอดตาย

นมปลอมช่วยชีวิต - ซีเอ็นเอ็น รายงานกรณีศึกษาทางการแพทย์ ว่ามีหญิงชาวแคนาดาคนหนึ่งรอดชีวิตจากการถูกยิงที่หน้าอก เนื่องจากซิลิโคนที่ใส่เสริมหน้าอกช่วยกันกระสุนไว้

 กรณีศึกษานี้ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์  SAGE เมื่อสัปดาห์ก่อน แพทย์เจ้าของไข้ ชื่อ จิอันคาร์โล แมคอีเวนิว เขียนบรรยายว่า คนไข้หญิง อายุ 30 ปี จากเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา รอดชีวิตจากการถูกยิงในเหตุการณ์เมื่อปี 2561 เพราะซิลิโคนเสริมหน้าอกช่วยเบี่ยงเบนทิศทางของกระสุน

นมปลอมช่วยชีวิต

ภาพเอ็กซเรย์หน้าอกคนไข้ ปรากฏลูกกระสุนฝังอยู่ตรงกำแพงด้านข้างทรวงอกที่เป็นซิลิโคน ซึ่งซิลิโคนที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา มี 2 ชนิด ล้วนเป็นชนิดที่มีเปลือกหุ้ม ชนิดหนึ่งบรรจุน้ำเกลือ อีกชนิดบรรจุเจล

แม้ไม่มีรายละเอียดชัดว่าเหตุใดคนไข้จึงถูกยิง แต่หมอเผยว่า คนไข้เดินเข้ามายังแผนกฉุกเฉิน ด้วยอาการตื่นตระหนก บอกว่าเธอถูกยิงที่หน้าอก

"กระสุนพุ่งเข้ายังหน้าอกด้านซ้าย แต่ทำให้เกิดรอยแตกของซี่โครงยังด้านขวา ลักษณะกระสุนพุ่งผ่านผิวหนังแล้วเด้งกลับผ่านกระดูกสันอกเข้าไปยังหน้าอกด้านขวา ทำให้ซี่โครงด้านขวาแตก ซิลิโคนที่เสริมหน้าอกทำให้กระสุนเปลี่ยนทิศทาง" หมอกล่าว

นมปลอมช่วยชีวิต

นพ.แมคอีเวนิว กล่าวด้วยว่า คนไข้มีแผลถูกยิง ซี่โครงแตก และซิลิโคนแตก แต่อย่างอื่นไม่มีร่องรอยเสียหายใดๆ และเมื่อมองมุมผ่าตัด จะเห็นได้ว่า กระสุนเบี่ยงเส้นทางไปเพราะซิลิโคน

"ที่ฝั่งซ้ายของหน้าอก มีหัวใจและปอด ถ้ากระสุนทะลุเข้าไปตรงๆ คนไข้อาจบาดเจ็บร้ายแรง หรืออาจเจ็บปางตายถึงขั้นเสียชีวิตได้" หมอกล่าว 

 สำหรับคนไข้รายนี้ต่อมาเมื่อหายจากอาการตกใจสุดขีดแล้ว หมอจึงรักษาอาการบาดเจ็บ นำเอาซิลิโคนออกมา เพื่อรักษาตรงที่มีบาดแผลโดยให้ยาปฏิชีวนะด้วย แต่ในทางคดีไม่มีความคืบหน้า หาทั้งคนยิงและอาวุธปืนไม่พบ

/////

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

สาวดวงแข็ง รอดตายปาฏิหาริย์ จากเหตุกราดยิงช็อกโลก เพราะไอโฟนช่วยชีวิตไว้!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...