โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดี ‘เณรคำ’ ถึงที่สุดแล้วศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 20 ปี

TODAY

อัพเดต 04 ก.ค. 2562 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2562 เวลา 07.13 น. • Workpoint News

ศาลอนุญาตให้ถอนอุทธรณ์ตามคำร้องของอดีตหลวงปู่เณรคำ โดยให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำคุก 20 ปี และให้ถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว

วันที่ 4 ก.ค.2562  ศาลอาญานัดฟังคำสั่งและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดำอ .2341/60 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ เป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีที่นายวิรพล จำเลยได้อาศรัยความเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนาและความศรัทธาเลื่อมใสของประชาชนโดยการหลอกลวง ปกปิดข้อเท็จจริงต่อประชาชนอ้างว่า เป็นประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จึงเชิญชวนและโพสต์ข้อความในเว็ปไซต์ให้ประชาชน นำเงิน และสิ่งของมีค่ามาร่วมทำบุญก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ศาสนสถานต่างๆ จนมีผู้หลงเชื่อมอบเงินสด โอนเงิน ทรัพย์สินฯเป็นเงินทั้งสิ้น 28,649,553 บาทซึ่งล้วนเป็นเท็จ เหตุเกิดที่วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีษะเกษ ระหว่างวันที่ 17 ก.พ.52 - 27 มิ.ย.57

วิรพล สุขผล หรือ เณรคำ

คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2561 พิพากษาว่าจำคุกนายวิรพลทั้งสิ้น 114 ปี แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุกได้สูงสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) เป็นจำคุก 20 ปี พร้อมชดใช้เงินให้ผู้เสียหายตามความเป็นจริง 29 ราย และภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นอดีตพระเณรคำได้ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดี กระทั่งเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมาได้ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์คดีดังกล่าว

ในวันนี้ศาลเบิกตัวอดีตพระเณรคำซึ่งถูกคุมขังจากเรือนจำเพื่อมาศาลเพื่อฟังคำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว อนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์และให้คำพิพากษาเป็นไปตามศาลชั้นต้น คือจำคุกจำเลยรวม 114 ปี แต่คงจำคุกจำเลยไว้ 20 ปี ตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...