โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รีวิว VIVO V15 มือถือ “หมื่นต้นๆ” ยุคนี้ความสามารถโหดมาก!

BT Beartai

อัพเดต 22 เม.ย. 2562 เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2562 เวลา 11.22 น.
รีวิว VIVO V15 มือถือ “หมื่นต้นๆ” ยุคนี้ความสามารถโหดมาก!

หลังจากที่ทางแบไต๋เพิ่งจะรีวิวตัวรุ่นพี่ไปอย่าง Vivo V15 Pro คราวนี้ก็มาถึงรุ่นที่มีราคาน่าจับต้องเพียง 10,990 บาทที่มีชื่อรุ่นธรรมดาสามัญกว่าอย่าง “VIVO V15” แต่ขอโทษทีนะครับ เห็นแบบนี้ตัวเครื่องยังจัดหนักจัดเต็มไปแม้รุ่นพี่เลยทีเดียว! แต่จะมีอะไรบ้างที่ยังคงอยู่หรือถูกตัดทอนไป เชิญหาคำตอบในรีวิวนี้ได้เลยจ้า

สเปกโดยละเอียดของ Vivo V15

  • ขนาดหน้าจอ: 6.53 นิ้ว ไร้ติ่งในชื่อ “Ultra Fullview Display”
  • ประเภทหน้าจอ: IPS-LCD
  • อัตราส่วนแสดงผลของหน้าจอ: 90.95%
  • ความละเอียดหน้าจอ: FullHD+ (2340 x 1080)
  • ความปลอดภัยด้วยการยืนยันตัวตน: ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง
  • หน่วยความจำภายใน: 128GB (ใส่ microSD เพิ่มได้สูงสุด 256GB)
  • แรม: 6GB
  • ระบบปฎิบัติการ: Android v9.0 (Pie) พร้อม UI ปรับแต่งเพิ่มเติมเป็น Funtouch OS
  • ชิปประมวลผล: MediaTek Helio P70
  • แบตเตอรี่: 4,000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Dual Engine Fast charge
  • ถาดใส่ซิม: รองรับ 2 ซิมการ์ดขนาด Nano-SIM (3G – 4G)
  • กล้องหน้า: เทคโนโลยีซ่อนกล้อง ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลัง (Triple Camera): กล้องหลัก 24 ล้านพิกเซล f/1.8 + กล้อง Depth Sensor ช่วยทำภาพชัดลึก-ตื้น 5 ล้านพิกเซล f/2.4 + กล้องมุมกว้าง (Ultrawide) 8 ล้านพิกเซล f/2.2 ระยะรับภาพที่ 13 มิลลิเมตร
  • พอร์ต: แจค 3.5 มิลลิเมตร, Micro USB 2.0

ดีไซน์สวยไล่เฉดสีเยี่ยม

Vivo V15 มีดีไซน์ภายนอกที่สวยงามไม่แพ้เจ้าไหนในตลาดเหมือนกัน เริ่มกันที่ด้านของตัวเครื่องที่ฝาหลังออกแบบมาให้มีความโค้งมนเช่นเดียวกันกับสันตัวเครื่องที่ดีไซน์ออกมาในรูปแบบของ Diamond-Cut แถมบริเวณมอเตอร์ที่ใช้ในการเลื่อนกล้องหน้าที่ซ้ำยังเป็นพื้นเรียงลำดับกล้องหลังเองก็ดูเข้ากับตัวเครื่องดี ในขณะที่ฟากของสีตัวเครื่องนั้น ผู้เขียนก็ได้รุ่นที่เป็นสีแดง Glamour Red (กลามัวร์ เรด) ซึ่งก็มีการไล่เฉดของสีแดงอย่างสวยงาม พร้อมด้วยเท็กเจอร์หรือพื้นผิวที่มีประกายระยิบระยับยามเมื่อสะท้อนแสง

สเปกนี้คุ้มราคาแล้ว!

คะแนนบนแอปวัดพลังสมาร์ตโฟนอย่าง AnTuTu ออกมาได้ประมาณ 129,860

ปกติแล้วเวลาที่สมาร์ตโฟนทั้งหลายมีรุ่นหรือว่าเรนจ์ราคาให้เลือกได้ โดยส่วนมากก็มักจะถูกตัดสเปกออกไปจนเห็นความต่างกันของแต่ละรุ่นได้ชัดเจน แต่ผู้เขียนขอบอกเลยว่าไม่ใช่กับ Vivo! เพราะในหลายสเปกของ V15 นั้น ยังคงเดิมไว้ไม่ต่างจากรุ่น Pro จะมีก็แค่ด้านของชิปประมวลผลที่เปลี่ยนเป็น “MediaTek Helio P70” มีแกนประมวลผลถึง 8 คอร์หรือชื่อทางการว่า Octa-core (4×2.1 GHz Cortex-A73 & 4×2.0 GHz Cortex-A53) พร้อมมีชิปประมวลผลกราฟิกด้านในอีกทอดเป็น Mali-G72 MP3

ที่สาธยายยาวเกี่ยวกับสเปกของชิปประมวลผลรุ่นนี้มาทั้งหมดนั้น เอาจริง ๆ สามารถรวบตึงและเข้าใจง่าย ๆ ได้ในไม่กี่คำนะ เอาเป็นว่าชิปรุ่นนี้ มีความแรงจัดอยู่ในระดับกลาง ๆ ของสมาร์ตโฟนและเป็นชิปโดยสามัญที่พบเจอได้บนรุ่นราคามิดเรนจ์ ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับ Ram 6GB ผู้เขียนว่ามันก็มากพอจะเอาไปเล่นเกมแห่งยุคนี้ทั้งหลายได้แล้วนะ (ROV, PUBG ฯลฯ) และไหนจะเรื่องของความจำภายในถึง 128GB ที่ก็เหลือกินเหลือใช้ในการลงแอปต่าง ๆ แถมมากกว่าหลายเจ้าในท้องตลาดเมื่อมีราคาใกล้กันเคียงกัน

“Game Cube” โหมดเพื่อคนเล่นเกม

ไม่เพียงแต่สเปกที่พอดีและดีพอ แต่ทาง Vivo ก็ยังมีฟีเจอร์ที่จะช่วยให้การเล่นเกมของคุณราบรื่น โดยในระหว่างที่เล่นอยู่ หากเราใช้สองนิ้วสไลด์จอฝั่งซ้ายก็จะเป็นการดึงหน้าต่าง Game Cube ซึ่งเราจะสามารถเลือกทำได้ตั้งแต่ รับสายโทรศัพท์พร้อมเล่นเกมไปพร้อม ๆ กัน, บลอกการแจ้งเตือนของแอปทั้งหลายในระหว่างที่เล่นเกมอยู่, บางเกม (ส่วนใหญ่จะเป็นเกมแห่งยุคนั่นแหล่ะ ROV, PUBG ฯลฯ) ตัวฟีเจอร์จะนับถอยหลังให้เมื่อใกล้ถึงเวลาที่ตัวละครเราสามารถกลับมาเล่นได้อีกรอบ, สามารถปล่อยให้ตัวละครในเกมของเราเคลื่อนที่หรือกระทำการอัตโนมัติได้ในขณะที่จอดับ, ตัวฟีเจอร์จะปรับลดกราฟิกของเกมให้สามารถเล่นได้ลื่นไหลขึ้น (แม้การตั้งค่ากราฟิกเดิมจะไม่ทำให้เกมกระตุกแต่ทางฟีเจอร์จะปรับให้เพื่อกันเหนียว) 

หน้าจอเต็มตาไร้ติ่งไร้รูในชื่อ “Ultra Fullview Display”

ในที่สุดสมาร์ตโฟนยุคนี้ก็กลับมีมีหน้าจอที่เต็มตาอีกครั้งเสียที! ซึ่ง Vivo เองก็เป็นเจ้าแรก ๆ ที่วกกลับไปสู่ความสะอาดสะอ้านตาที่พวกเขายังมีชื่อความเนี๊ยบนี้ออกมาว่า “Ultra Fullview Display” (ขออนุญาตแปลแบบเว่อร์วังออกมาว่า อภิมหาหน้าจอเต็มตา) ที่มีขนาดหน้าจอถึง 6.53 นิ้ว แบบ FHD+ (2340 x 1080) พร้อมยังมีอัตราส่วนแสดงผลของหน้าจอที่ Vivo เคลมว่าทำได้มากถึง 90.95% อีกด้วย

แต่ในส่วนของหน้าจอนั้น Vivo V15 จะแตกต่างออกไปจากรุ่นโปรตรงประเภทของหน้าจอเป็น IPS-LCD ที่จะให้สีของภาพมีความธรรมชาติตามต้นฉบับ ต่างจากรุ่นพี่ที่เป็น Super Amoled ที่จะเด่นชัดด้านการเร่งความอื่มตัวของสีขึ้น

แต่เอาเข้าจริง ๆ หลังจากที่ผู้เขียนได้ทดลองเอาไปใช้ก็พบว่าประเภทหน้าจอดังกล่าวไม่ได้ระแคะระคายสายตาแต่อย่างใด แถมฉายาที่ถูกตั้งออกมาอย่างยืดยาวนั้น “ก็ไม่ใช่คำอวดอ้างสรรพคุณ” เพราะทุกรูปแบบการใช้หน้าจอมันสบายตาเอามาก ๆ พอกันทีกับการมีแถบดำมาถมติ่งหรือกล้องเจาะรูที่ดูยังไงก็หลอกตา! เล่นเกมไปเลยชัด ๆ ส่องโซเชี่ยลไปเลยลื่น ๆ ดูวิดีโอไปเลยเนียนกริ๊บนัยเนตร!

กล้องหน้าป๊อปอัปพลังถ่ายรูปสูง 32 ล้านพิกเซล!

ปฎิเสธไม่ได้เลยล่ะครับว่าในทุก ๆ รุ่นของ Vivo พวกเขามักจะผลักดันให้เรื่องของกล้องหน้าเด่นชัดกว่าเจ้าอื่น ๆ ในท้องตลาด ซึ่งไม่ว่าจะเจ้ารุ่น Pro และปกติอย่าง Vivo V15 นั้น ทั้งคู่ก็ยืนพื้นความทรงพล้งด้านกล้องหน้าด้วยความละเอียดเท่ากันถึง 32 ล้านพิกเซลซึ่งเยอะที่สุดในตลาดตอนนี้แล้วล่ะ!

แน่นอนว่าภาพที่ได้จากกล้องหน้านั้น จะมีความละเอียดและความคมชัด เก็บรายละเอียดทุกอย่างในภาพได้อย่างครบถ้วน และเมื่อผสมเข้ากับโหมด AI Beauty ที่เวอร์ชั่นนี้ Vivo ได้อัปเดตให้ผู้ใช้สามารถปรับลดได้ละเอียดกว่าเดิม สีผิวเนียนอมชมพู หน้าเรียว ขนาดของตา กราม หน้าผาก หรืออะไรก็ตามที่เป็นอวัยวะบนหน้า “สมาร์ตโฟนแห่งการเซลฟี่เครื่องนี้เนรมิตให้ได้หมด” (แต่ก็ควรปรับแบบพอดี ๆ เดี๋ยวจะโป๊ะแตกเอานะจ๊ะ)

และสำหรับใครที่กังวลกับการทำงานของกล้องหน้า Pop-up แบบผุบๆ โผล่ๆ นี้อยู่ล่ะก็ ทาง Vivo เขาเคลมมาว่ากล้องหน้าของพวกเขา จะสามารถเลื่อนขึ้นลงนับเป็นหนึ่งครั้ง ได้ถึง “300,000 ครั้ง” ลองคำนวณเล่นๆ กดวันละ 100 ครั้งคูณด้วย 365 วัน ก็ยังเสียไปแค่ 36,500 ครั้งเอง อีกทั้งในเรื่องระยะเวลาของการเลื่อนกล้องขึ้นมาที่ใช้เวลาโดยประมาณไม่ถึง 1 วินาที (ประมาณ 0.40 – 0.46 วินาที) ซึ่งมันก็เป็นเวลาที่พอเหมาะพอเจาะกันดีเหมือนการสลับฝั่งกล้องสมาร์ตโฟนเครื่องอื่น ๆ นั่นแหล่ะ

กล้องหลัง 3 ตัวพลัง AI

กล้องหลังของรุ่นนี้ก็มีมาให้ทั้งสิ้น 3 ตัวเช่นเดียวกันกับรุ่นโปรครับ หากแต่จะแตกต่างกันเพียงกล้องหลังหลักที่จะมีความละเอียดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล แต่กระนั้นก้มีการทำงานแบบ Dual Pixel ซึ่งส่งผลให้มีเซ็นเซอร์รับภาพอยู่ที่ 24 ล้านพิกเซล ทำให้มีข้อดีเป็นความไวในจับโฟกัสภาพ ที่ยังทำงานควบคู่กับกล้องตัวถัดไปที่เป็น Depth Sensor ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลได้อยู่เช่นเดิม ทำให้ภาพที่ออกมาจะมีระยะหน้าชัดเบลอหลังที่เป็นธรรมชาติ (และยังจะสามารถไปปรับแต่งจุดชัดและความเบลอมากเบลอน้อยได้ในภายหลัง) และปิดท้ายด้วยกล้องมุมกว้างอย่าง Ultra Wide Angle ที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ระยะรับภาพที่ 13 มิลลิเมตร สามารถแก้สถานการณ์ถ่ายในพื้นที่แคบให้ออกมากว้างเก็บครบทุกคนหรือสิ่งที่อยากจะให้เห็นในเฟรมภาพ

AI วิเคราะห์ด้วยว่าเราควรวางใบหน้าไว้ส่วนใหญ่ของภาพถึงจะสวย!

ส่วนทางด้าน AI ก็แน่นอนว่าไม่ได้ประกบเข้ามาในชื่อเพียงแค่เสริมบารมีความเท่ หากแต่ในแง่ของการทำงาน ปัญญาประดิษฐ์นี้ก็จะเข้ามาช่วยเหลือให้การถ่ายภาพของเราให้มีมาตรฐานตามการถ่ายภาพที่แม่นยำ ไม่ว่าจะทั้งการประเมินภาพรวมทั้งหมดในเฟรมและแปลงออกมาเป็นประเภทของภาพที่เหมาะสม, ช่วยจัดวางองค์ประกอบภาพให้สวยงามมากขึ้น ฯลฯ

ปิดโหมด Slim

เปิดโหมด Slim จะสังเกตว่าเอวคอดลง และขายาวขึ้น

ได้อย่าง (ชาร์จไว Dual Engine Fast Charging) ก็ต้องเสียอย่าง (พอร์ต Type-C)

นี่ดูจะเป็นข้อดีและข้อสังเกตในตัว แต่เอาเป็นว่าเราข้อแง้มถึงข้อสังเกตก่อนและกัน Vivo V15 นั้นมีสิ่งที่น่าเสียดายยิ่งอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือการที่ตัวเครื่องใช้ยังพอร์ตเชื่อมต่อเป็น USB 2.0 อยู่ ซึ่งมันจะเกิดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ปัจจุบันหลายชิ้นพอสมควร แต่กระนั้น Vivo คงจะดีว่าพอร์ตดังกล่าวอาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกเสียใจ พวกเขาเลยแก้จุดอ่อนตรงนี้ด้วยการใส่เทคโนโลยีชาร์จไวเข้ามาให้ (Dual Engine Fast Charging) ซึ่งเมื่อนำมาบวกลบกันก็กลบข้อสังเกตได้นะ และไหนจะเรื่องของแบตเตอรี่

บทสรุป Vivo V15

โดยรวม Vivo V15 คือสมาร์ตโฟนราคาหมื่นต้น ๆ ที่น่าสนใจอีกหนึ่งรุ่นในท้องตลาดเมื่อคำนวณกับสิ่งที่ได้ ทั้ง หน้าจอไร้ติ่งไร้กล้องเจาะรูที่สบายตายามได้มอง, สเปกที่คุ้มค่าตามราคาเล่นเกมของยุคนี้ต่าง ๆ ได้อย่างสบายหายห่วง, กล้องหน้าพลังถ่ายภาพสูงถึง 32 ล้ายพิกเซลและโหมด AI Beauty และปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่ที่ให้มามากถึง 4,000 mAh มากพอให้ใช้งานด้านต่าง ๆ ระหว่างวันโดยไม่ต้องกลัวแบตหมด! 

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...