โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 ลักษณะนิสัยที่ดีที่ควรมี สำหรับคนที่อยากเรียนต่อแพทย์ – อยากเป็นหมอ

Campus Star

เผยแพร่ 20 พ.ย. 2561 เวลา 06.06 น.
สำหรับการเรียนแพทย์ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสาขาวิชาที่มีความยากและโหดมากๆ เลยทีเดียว โดยนอกจากที่เราจะต้องมีความขยันแล้ว - สำหรับคนที่อยากเรียนต่อแพทย์

สำหรับการเรียนแพทย์ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสาขาวิชาที่มีความยากและโหดมากๆ เลยทีเดียว โดยนอกจากที่เราจะต้องมีความขยันและตั้งใจจริงๆ แล้ว เรายังต้องเป็นคนที่เก่ง สามารถตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างถูกต้องอีกด้วย เพราะอย่าลืมนะว่า อาชีพแพทย์หรือหมอ เป็นอาชีพที่จะต้องดูแลชีวิตของคนป่วยให้มีอาการดีขึ้นหรือหายขาดจากโรคต่างๆ ดังนั้น ก่อนที่น้องๆ จะตัดสินใจเรียนต่อแพทย์ ควรที่จะดูก่อนว่าเรามีลักษณะนิสัยแบบนี้หรือเปล่า และนี่ก็คือ 6 ลักษณะนิสัย ที่ควรมีของคนที่ต้องการเรียนต่อแพทย์ …

6 ลักษณะนิสัยที่ดีที่ควรมี สำหรับคนที่อยากเรียนต่อแพทย์

1. มีความขยันอดทน

นอกจากคนที่เรียนแพทย์จะต้องเป็นคนเก่งและฉลาดแล้ว ยังจะต้องเป็นคนที่มีความขยันอดทนอีกด้วย เพราะอยากที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าการเรียนแพทย์นั้นเป็นสิ่งที่ยากและต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ด้วยเนื้อหาวิชาที่เรียนมีจำนวนมากและค่อนข้างยาก ดังนั้น จึงทำให้ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรียนให้ดีที่สุด แถมยังจะต้องใช้ระยะเวลาในการเรียนนานถึง 6 ปีด้วยกัน น้องๆ คนไหนที่จะตัดสินใจเรียนต่อคณะแพทยศาสตร์ ก็ต้องคิดให้ดีเสียก่อนเลยว่า เราจะเรียนไหวไหมและมีความขยันอดทนพอหรือเปล่า

2. เป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง

ก่อนที่น้องๆ จะตัดสินใจเรียนต่อแพทย์นั้นจะต้องดูก่อนเลยว่าเราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากแค่ไหนและพร้อมที่จะทุ่มเทเวลาให้กับคนไข้ได้หรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนในชั้นปีสูงๆ ซึ่งเป็นการเรียนกึ่งฝึกงานไปด้วย ยิ่งจะต้องมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น การดูแลผู้ป่วย เพราะความรับผิดชอบของการเป็นแพทย์นั้น คือการตัดสินชีวิตของผู้ป่วยว่าเขาป่วยเป็นอะไร และจะต้องได้รับวิธีการรักษาแบบไหนถึงจะดีที่สุด เป็นต้น

3. ต้องเก่งภาษาอังกฤษ

สำหรับการเรียนต่อแพทย์ นอกจากที่น้องๆ จะต้องเก่งในวิชาต่างๆ และมีความรู้รอบตัวที่ดีแล้ว อีกหนึ่งวิชาที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ภาษาอังกฤษ เพราะการเรียนแพทย์ส่วนใหญ่เนื้อหาที่เราจะต้องเจอจะมีภาษาอังกฤษและมีคำศัพท์เฉพาะทางการแพทย์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ถ้าน้องๆ ไม่เก่งภาษาเลยก็จะทำให้เราเรียนได้ยากมากจากที่มีความยากอยู่แล้ว หรือถ้าเรารู้ตัวจริงๆ ว่าไม่เก่งภาษาเลย วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยทำให้เรารู้จักคำศัพท์ภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้นก็คือ การฝึกท่องศัพท์ในทุกๆ วัน ซึ่งในตอนแรกเราอาจจะท่องแค่ 10 คำ หลังจากที่เราจำได้แล้ว เราก็เพิ่มเข้าไปอีก 10 คำ ทำต่อไปเรื่อยๆ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยทำให้เราจำคำศัพท์ได้ดียิ่งขึ้นแล้ว

4. พร้อมเรียนรู้อยู่เสมอ

อย่างที่เรารู้กันว่าการเรียนแพทย์นั้นแตกต่างจากการเรียนในคณะอื่นๆ ตรงที่เนื้อหาวิชาที่เรียนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตามความก้าวหน้าทางการแพทย์ในยุคปัจจุบันที่ได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้ความรู้ทางการแพทย์มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทำให้การเรียนแพทย์ในระยะเวลา 6 ปี ไม่สามารถนำความรู้ที่ได้เรียนไปประกอบอาชีพได้ตลอดชีวิต ดังนั้น แพทย์จึงจะต้องมีการหมั่นหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ตามทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ และความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ ที่ได้มีการพัฒนาให้มีความรุนแรงมากขึ้น

5. มีหลักจริยธรรม

สำหรับ หลักจริยธรรม เป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับทุกคน ทุกสายงานอยู่แล้ว โดยในส่วนของการเป็นแพทย์นั้น จริยธรรมก็คือ วิธีการดำเนินการรักษาโรคให้กับผู้ป่วย การตัดสินใจของแพทย์จึงถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้ป่วยและวิธีการรักษา ถ้าแพทย์คนไหนตัดสินใจผิดนั้นหมายถึงชีวิตของผู้ป่วยเลยที่อาจจะได้รับผลกระทบที่ไม่ดี

6. ต้องรู้จักทำงานเป็นทีม

เมื่อน้องๆ เรียนจบออกไปเป็นแพทย์จริงๆ แล้ว ใช่ว่าเราจะต้องทำงานคนเดียวตลอดเวลา เพราะการเป็นแพทย์ยังจะต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วย เช่น นอกจากที่เราจะทำการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยแล้ว เรายังจะต้องใส่จ่ายยาให้ทางเภสัชกรด้วย และยังมีเรื่องของการผ่าตัด ที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันกับคนในแผนกอื่นๆ ซึ่งจะต้องคอยช่วยกันทำให้การผ่าตัดของคนไข้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เป็นต้น

เผยโฉมโรงพยาบาล VR แห่งโลกอนาคต…

คลิกที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อดูวีดีโอ

ดูวีดีโอ

บทความที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...