โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเส้นทาง วิทยา เลาหกุล นักเตะไทยคนแรกที่ไค้ค้าแข้งในลีกสูงสุดของยุโรป

77kaoded

เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2561 เวลา 04.45 น. • 77 ข่าวเด็ด

เปิดประวัติวิทยา เลาหกุล นักเตะลำพูน ของไทยคนแรกที่ได้ไปค้าแข้งกับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในบุนเดสลีก้า(ลีกสูงสุดของเยอรมนี) และยังเคยเกือบได้เป็นเพื่อนร่วมทีมของดิเอโก้ มาราโดน่า

วิทยา เลาหกุล อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย จากจังหวัดลำพูน (ปัจจุบันอายุ 64 ปี) ถือเป็นอีกหนึ่งตำนานนักเตะทีมชาติไทยอีกคนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะเขาเป็นนักฟุตบอลของไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยไปค้าแข้งกับลีกชั้นนำของโลก     อย่างบุนเดสลีก้า (ลีกสูงสุดของเยอรมนี) ถัดจากวิทยา ก็มีเพียงแค่ ธีรศิลป์ แดงดา รุ่นน้องในทีมชาติเท่านั้นที่เคยได้ไปสัมผัสเกมลีกระดับโลกอย่างลาลีก้า (ลีกสูงสุดของสเปน) กับทีมอย่างอัลมาเรีย

ย้อนไปในปี พ.ศ.2516 วิทยาเริ่มลงแข่งฟุตบอลอย่างจริงจัง โดยลงแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทยครั้งที่ 7 ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้กับทีมฟุตบอลเขต 5 จังหวัดลำพูน จนได้รับเหรียญรางวัลชนะเลิศพร้อมตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำรายการอีกด้วย และนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางลูกหนังของเด็กจากลำพูนรายนี้ โดยเขาเริ่มเล่นฟุตบอลระดับสโมสรกับทีมฮากกาและราชประชาไล่มาตามลำดับ

ฝีเท้าของวิทยาค่อยๆถูกเจียระไนขึ้นมาทีละนิด จนเขามองว่าความท้าทายในประเทศนั้นอาจจะหมดลงไปแล้ว  ประกอบกับมีข้อเสนอจากทีมในประเทศญี่ปุ่นอย่างยันม่าร์ ดีเซล(เซราโซล โอซาก้า ในปัจจุบัน) ยื่นเข้ามาพอดี ก็ไม่เป็นที่ลังเลสำหรับวิทยาที่จะตอบตกลงและโยกไปค้าเเข้งบนแผ่นดินซามูไรเพื่อหาความท้าทายใหม่ให้กับตนเอง แต่วิทยาก็อยู่ยันม่าร์ได้เพียงแค่ฤดูกาลเดียวแต่ก็มีผลงานที่ไม่เลวด้วยการลงเล่น 33 นัด และยิงได้ถึง 14 ประตู

หลังจบฤดูกาล ยันม่าร์ ดีเซล พยายามจะต่อสัญญากับวิทยาด้วยการยื่นสัญญาระยะเวลา 5 ปี พร้อมค่าเหนื่อยก้อนโตให้วิทยาพิจารณา แต่วิทยาก็บอกปัดข้อเสนอของทีมจากญี่ปุ่นไป เพราะเขามีความฝันที่ทะเยอทะยานมากกว่าการค้าแข่งในเอเชีย ความจริงคือเขาอยากไปค้าแข้งในลีกยุโรป เพราะวิทยาเคยเปิดใจว่าสมัยเด็ก ๆ เขามักวาดรูปตัวเองลงเล่นท่ามกลางคนดูหลักหมื่นคนที่ยุโรปอยู่เสมอ นั่นเป็นความฝันที่เขาอยากจะไปเหยียบสักครั้งในชีวิต

การไม่ยอมต่อสัญญากับยันม่าร์ ดีเซล ทำให้วิทยากลายเป็นนักเตะที่ไร้สังกัด และเขาก็เดินทางกลับมาที่ประเทศไทยแบบไร้จุดหมาย เมื่อกลับมาถึงแผ่นดินเกิดสักพักเขายอมรับกับตัวเองว่าได้ตัดสินใจพลาดไปแล้ว ทว่าฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมของเขายังเป็นตัวฉุดให้เขากลับมายอดเยี่ยมได้อีกครั้งเมื่อทีมชาติไทยมีคิวต้องอุ่นเครื่องกับทีม ฟอร์ทูน่า โคโลญจน์(เยอรมนี) บาร์เซโลน่า(สเปน) และเอสปันญอล(สเปน) แมตช์อุ่นเครื่องดังกล่าวคือจุดเปลี่ยนชีวิตของวิทยาไปตลอดกาล

เพราะหลังจบการแข่งขันในนัดแรกกับโคโลญจน์ อยู่ดี ๆ ก็มีแมวมองของทีมแฮร์ธ่า เบอร์ลิน(เยอรมนี) ดอดมาหาวิทยาที่สนามซ้อมพร้อมนำของที่ระลึกมามอบให้และถามเขาว่าอยากไปเล่นฟุตบอลที่เบอร์ลินไหม วิทยาตอบแบบไม่ต้องคิดอะไรเลยว่าไปแน่นอน และในปี พ.ศ.2522 วิทยาก็ได้กลายเป็นนักเตะของแฮร์ธ่า เบอร์ลิน อย่างเต็มตัว ซึ่งขณะนั้นเยอรมนีถูกแบ่งเป็น 2 ขั้ว คือ ฝั่งตะวันออกและตะวันตกด้วยภาวะสงครามเย็นที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

วิทยา เด็กจากลำพูนในวัย 25 ปี กำลังจะไปเผชิญหน้ากับลีกฟุตบอลสุดแกร่ง มิหนำซ้ำนอกสนามก็ยังมีเรื่องที่เขาต้องกังวลคือสงครามนั่นเอง วิทยาเปิดเผยว่าหลังเหยียบแผ่นดินเยอรมนีครั้งแรกเขาต้องนั่งรถจากเยอรมนีตะวันตกเข้าไปยังเยอรมนีตะวันออก โดยรถยนต์จะได้รับการอนุญาตให้ขับด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น ถนนเป็นเส้นตรงไม่มีทางเลี้ยวข้างทางเป็นทุ่งข้าวบาร์เล่ย์ ใครคิดหนีข้ามกำแพงไปก็จะโดนยิงทิ้งทันที ซึ่งเป็นการนั่งรถไปด้วยความหวาดกลัวไม่น้อย

เมื่อถึงเบอร์ลินวิทยาถูกส่งไปซ้อมกับทีมสำรองร่วมเดือน แต่ฮันส์ กุสต๊าฟ เอเดอร์ (โค้ชทีมสำรองขณะนั้น) บอกกับ   คูโน่ คล็อตเซอร์ โค้ชทีมชุดใหญ่ว่า วิทยาเล่นดีกว่าเด็กคนอื่นที่ถูกดันขึ้นทีมสำรองก่อนหน้านั้น เขาจึงถูกส่งไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ด้วยความเป็นเอเชียจึงไม่ค่อยได้รับความเชื่อมั่นจากเพื่อนร่วมทีมมากนัก ประกอบกับการแข่งขันภายในทีมค่อนข้างสูง และถ้าใครได้ลงสนามเป็นตัวจริงก็จะได้รับเงินโบนัสเยอะมากต่อการแข่ง 1 แมตช์

วิทยาจึงถูกเพื่อนร่วมทีมไล่เตะในสนามซ้อมเป็นประจำเพราะถูกมองว่าเป็นจุดอ่อน แต่เขาก็กัดฟันผ่านพ้นการรับน้องสุดโหดนั้นมาได้ หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ความฝันของวิทยาก็เป็นจริงเมื่อเขาถูกส่งลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกสูงสุดของเยอรมนี และเกมนั้นก็จบลงด้วยชัยชนะของเเฮร์ธ่า เบอร์ลินอีกด้วย แต่ชีวิตก็ไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบซะทีเดียวเมื่อจบฤดูกาลแฮร์ธ่า เบอร์ลินต้องกระเด็นตกชั้นไปเล่นในลีกรองของเยอรมนี

โค้ชมีการเปลี่ยนตัวและก็เป็นโชคร้ายของวิทยาที่โค้ชคนใหม่ของแฮร์ธ่า เบอร์ลิน เกลียดคนไทยมาก เพราะเขาเคยมาเมืองไทยเเละโดนขโมยกล้องถ่ายรูปไป ทำให้วิทยากลายเป็นตัวแทนทีมชาติไทยเพียง 1 เดียวที่ต้องรองรับความเกลียดชังนั้น วิทยาถูกกลั่นแกล้งสารพัด และครึ่งฤดูกาลหลังวิทยาก็ถูกจับดองไม่ได้ลงสนามแม้แต่นัดเดียว เนโร ดิ มาร์ติโน่ โค้ชผู้รักษาประตูชาวอิตาเลียนของแฮร์ธ่า เบอร์ลิน เห็นความพยายามของวิทยา

จึงได้เคยชักชวนให้วิทยาย้ายไปร่วมทีมนาโปลี ที่อยู่ในอิตาลี แต่วิทยาก็ตอบปฏิเสธไปด้วยเหตุผลที่ไม่อยากจะปรับตัวใหม่อีกแล้ว และก็ไม่รู้ด้วยว่านาโปลีตั้งอยู่ตรงไหนของมุมโลก แต่พอมารู้ภายหลังว่าสภาพอากาศของนาโปลีคล้ายกับที่เอเชียมีแสงแดดตลอด ไม่ต้องอยู่กับหิมะเป็นส่วนใหญ่ทำให้วิทยายอมรับว่าเขาตัดสินใจผิดพลาด และอีกความผิดพลาดตอกย้ำเขานั่นก็คือ ดิเอโก้ มาราโดน่า ย้ายมาร่วมทีม นาโปลี ใน 2 ปี ถัดมา นับจากที่วิทยาไม่รับข้อเสนอจากนาโปลี

นั่นหมายความว่าถ้าเขาย้ายไปนาโปลีในวันนั้น เขาอาจจะได้เป็นเพื่อนร่วมทีมของสุดยอดนักเตะอย่างดิเอโก้ มาราโดน่า ก็อาจเป็นไปได้

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...