แนะนำ 5 หุ้นค้าปลีกสหรัฐฯ เหมาะถือกระจายความเสี่ยงปี 2025
ปี 2025 ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดย Oppenheimer วาณิชธนกิจชื่อดังของสหรัฐฯ ได้แนะนำให้นักลงทุนถือหุ้น Defensive โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มค้าปลีกไว้ในพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้า โดย 5 หุ้นกลุ่มค้าปลีกใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ Oppenheimer มองว่ามีความแข็งแกร่งและมีโอกาสเติบโตได้ดีในระยะยาวมี ดังนี้
1.Walmart (WMT)
WMT มีจุดแข็งคืออำนาจตลาดและการลงทุนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนาสินค้า ซึ่งการเติบโตของบริษัทในช่องทางออนไลน์และการลดการดำเนินการที่ไม่ทำกำไร ก็ช่วยให้บริษัทสามารถอยู่ได้แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจมีปัญหาหนัก ทั้งนี้กลยุทธ์ของ WMT ในการขยายกิจการของชำและเพิ่มโปรแกรมสมาชิก Walmart+ ก็มีแนวโน้มที่จะหนุนการเติบโตในอนาคต โดยราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของ WMT จากนักวิเคราะห์หลายแห่ง ซึ่งรวบรวมโดยบริษัทวิเคราะห์การลงทุน TipRanks อยู่ที่ 83.59 ดอลลาร์สหรัฐฯ และเรทติ้งส่วนใหญ่คือ “strong buy”
2.Freshpet (FRPT)
FRPT เป็นบริษัทผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเกรดพรีเมี่ยมที่เติบโตได้เร็วจากการเป็นบริษัทแรกๆ ที่ขายอาหารสัตว์สดแช่เย็น นอกเหนือจากอาหารเม็ดและอาหารกระป๋อง และจากการขยายหน้าร้านในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในอนาคต บริษัทก็ยังมีแนวโน้มจะเติบโตต่อไปจากความต้องการซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพดีที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากในปัจจุบัน ผู้เลี้ยงสัตว์มากมายหันมาสนใจและเลือกซื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงกันมากขึ้น แม้จะมีราคาสูงกว่าอาหารสัตว์ปกติ ทั้งนี้ ข้อมูลจาก TipRanks เผยว่า ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของ FRPT อยู่ที่ 151.11 ดอลลาร์ และเรทติ้งส่วนใหญ่ที่นักวิเคราะห์ให้หุ้นนี้คือ “strong buy”
3.Church & Dwight (CHD)
CHD เป็นบริษัทค้าปลีกที่มีสินค้าแบรนด์ดังหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Arm & Hammer หรือ OxiClean และมีสถิติการเติบโตที่ดีด้วย แถมบริษัทยังสามารถกำไรได้ในช่วงที่มีปัญหาเศรษฐกิจในอดีตที่ผ่านมา จึงทำให้ CHD เป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาความปลอดภัย ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของ CHD อยู่ที่ 107.17 ดอลลาร์ และเรทติ้งส่วนใหญ่คือ “moderate buy”
4.Prestige Consumer Healthcare (PBH)
PBH เป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งยา ที่มีจุดแข็งหลักคือการมีสินค้าหลากหลายที่เป็นที่รู้จัก เช่น Clear Eyes Chloraseptic และ BC Powder นอกจากนี้บริษัทยังโดดเด่นในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และในระยะต่อไป บริษัทก็มีโอกาสได้รับผลดีจากเทรนด์ดูแลสุขภาพที่มาแรงขึ้นเรื่อยๆ
โดย Oppenheimer มองว่าความต้องการด้านสินค้าสุขภาพที่เพิ่มขึ้น บวกกับอำนาจในการตั้งราคาและการออกนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง จะทำให้ PBH ขยายตัวต่อไปในช่วงปี 2025 โดยราคาเป้าหมายเฉลี่ยของหุ้นบริษัทนี้อยู่ที่ 84.00 ดอลลาร์ และเรทติ้งส่วนใหญ่คือ “moderate buy”
5.Target (TGT)
TGT เป็นหนึ่งในหุ้นที่ Oppenheimer เลือกให้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากบริษัทประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำทั้งในด้านการขายผ่านช่องทางปกติและช่องทางออนไลน์ โดยจุดแข็งของบริษัทคือการสร้างระบบที่สามารถให้ลูกค้าเลือกซื้อของได้จากทั้งในร้านค้าและในช่องทางออนไลน์โดยไร้ความติดขัด ซึ่งช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในด้านความสะดวกสบาย
ทั้งนี้ แบรนด์สินค้าของ TGT ที่มีจำนวนมากขึ้น และการมุ่งเน้นเจาะตลาดเครื่องแต่งกาย ความงาม และของใช้ส่วนบุคคล ก็ช่วยให้บริษัทเติบโตได้ได้ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ การส่งสินค้าในวันเดียวกันกับคำสั่งซื้อและบริการนัดรับสินค้าด้วยตัวเองก็ช่วยให้บริษัทคงความเป็นผู้นำในโลกค้าปลีกดิจิทัลด้วย ทั้งนี้ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของ TGT อยู่ที่ 181.91 ดอลลาร์ และเรทติ้งส่วนใหญ่คือ “moderate buy”