โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แนะนำ 5 หุ้นค้าปลีกสหรัฐฯ เหมาะถือกระจายความเสี่ยงปี 2025

Wealthy Thai

อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 12.18 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 02.43 น.

ปี 2025 ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดย Oppenheimer วาณิชธนกิจชื่อดังของสหรัฐฯ ได้แนะนำให้นักลงทุนถือหุ้น Defensive โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มค้าปลีกไว้ในพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้า โดย 5 หุ้นกลุ่มค้าปลีกใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ Oppenheimer มองว่ามีความแข็งแกร่งและมีโอกาสเติบโตได้ดีในระยะยาวมี ดังนี้

1.Walmart (WMT)

WMT มีจุดแข็งคืออำนาจตลาดและการลงทุนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนาสินค้า ซึ่งการเติบโตของบริษัทในช่องทางออนไลน์และการลดการดำเนินการที่ไม่ทำกำไร ก็ช่วยให้บริษัทสามารถอยู่ได้แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจมีปัญหาหนัก ทั้งนี้กลยุทธ์ของ WMT ในการขยายกิจการของชำและเพิ่มโปรแกรมสมาชิก Walmart+ ก็มีแนวโน้มที่จะหนุนการเติบโตในอนาคต โดยราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของ WMT จากนักวิเคราะห์หลายแห่ง ซึ่งรวบรวมโดยบริษัทวิเคราะห์การลงทุน TipRanks อยู่ที่ 83.59 ดอลลาร์สหรัฐฯ และเรทติ้งส่วนใหญ่คือ “strong buy”

2.Freshpet (FRPT)

FRPT เป็นบริษัทผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเกรดพรีเมี่ยมที่เติบโตได้เร็วจากการเป็นบริษัทแรกๆ ที่ขายอาหารสัตว์สดแช่เย็น นอกเหนือจากอาหารเม็ดและอาหารกระป๋อง และจากการขยายหน้าร้านในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในอนาคต บริษัทก็ยังมีแนวโน้มจะเติบโตต่อไปจากความต้องการซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพดีที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากในปัจจุบัน ผู้เลี้ยงสัตว์มากมายหันมาสนใจและเลือกซื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงกันมากขึ้น แม้จะมีราคาสูงกว่าอาหารสัตว์ปกติ ทั้งนี้ ข้อมูลจาก TipRanks เผยว่า ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของ FRPT อยู่ที่ 151.11 ดอลลาร์ และเรทติ้งส่วนใหญ่ที่นักวิเคราะห์ให้หุ้นนี้คือ “strong buy”

3.Church & Dwight (CHD)

CHD เป็นบริษัทค้าปลีกที่มีสินค้าแบรนด์ดังหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Arm & Hammer หรือ OxiClean และมีสถิติการเติบโตที่ดีด้วย แถมบริษัทยังสามารถกำไรได้ในช่วงที่มีปัญหาเศรษฐกิจในอดีตที่ผ่านมา จึงทำให้ CHD เป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาความปลอดภัย ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของ CHD อยู่ที่ 107.17 ดอลลาร์ และเรทติ้งส่วนใหญ่คือ “moderate buy”

4.Prestige Consumer Healthcare (PBH)

PBH เป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งยา ที่มีจุดแข็งหลักคือการมีสินค้าหลากหลายที่เป็นที่รู้จัก เช่น Clear Eyes Chloraseptic และ BC Powder นอกจากนี้บริษัทยังโดดเด่นในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และในระยะต่อไป บริษัทก็มีโอกาสได้รับผลดีจากเทรนด์ดูแลสุขภาพที่มาแรงขึ้นเรื่อยๆ
โดย Oppenheimer มองว่าความต้องการด้านสินค้าสุขภาพที่เพิ่มขึ้น บวกกับอำนาจในการตั้งราคาและการออกนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง จะทำให้ PBH ขยายตัวต่อไปในช่วงปี 2025 โดยราคาเป้าหมายเฉลี่ยของหุ้นบริษัทนี้อยู่ที่ 84.00 ดอลลาร์ และเรทติ้งส่วนใหญ่คือ “moderate buy”

5.Target (TGT)

TGT เป็นหนึ่งในหุ้นที่ Oppenheimer เลือกให้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากบริษัทประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำทั้งในด้านการขายผ่านช่องทางปกติและช่องทางออนไลน์ โดยจุดแข็งของบริษัทคือการสร้างระบบที่สามารถให้ลูกค้าเลือกซื้อของได้จากทั้งในร้านค้าและในช่องทางออนไลน์โดยไร้ความติดขัด ซึ่งช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในด้านความสะดวกสบาย
ทั้งนี้ แบรนด์สินค้าของ TGT ที่มีจำนวนมากขึ้น และการมุ่งเน้นเจาะตลาดเครื่องแต่งกาย ความงาม และของใช้ส่วนบุคคล ก็ช่วยให้บริษัทเติบโตได้ได้ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ การส่งสินค้าในวันเดียวกันกับคำสั่งซื้อและบริการนัดรับสินค้าด้วยตัวเองก็ช่วยให้บริษัทคงความเป็นผู้นำในโลกค้าปลีกดิจิทัลด้วย ทั้งนี้ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของ TGT อยู่ที่ 181.91 ดอลลาร์ และเรทติ้งส่วนใหญ่คือ “moderate buy”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...