หัวเฉียว เปิดตัวหุ่นยนต์ AI รักษาแบบแพทย์แผนจีนครั้งแรกในไทย
แพทย์คลินิกการแพทย์แผนจีน หัวเฉียว เผย ทราฟฟิกโต 10% ต่อปี เปิดตัวนวัตกรรมรักษา “กระจกตรวจโรคอัจฉริยะ AI - หุ่นยนต์ เสี่ยวคัง AI” ครั้งแรกในไทย ตั้งเป้า 5 ปี ยกระดับสู่ รพ.แพทย์แผนจีน
วันที่ 17 กันยายน 2567 นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ผู้อำนวยการคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว กล่าวว่า ที่ผ่านมา แพทย์แผนจีนเป็นแนวทางรักษาทางเลือกที่ได้รับการยอมรับจากคนไทยมากขึ้น
สะท้อนจากยอดคนไข้ของคลินิกแพทย์แผนจีนในหัวเฉียว จากเมื่อ 4 ปีก่อน มีจำนวน 170,000 ราย/ปี กระทั่งปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 290,000 ราย/ปี แบ่งเป็นลูกค้าคนไทย 90% และลูกค้าต่างชาติ 10% (รวม 100 ประเทศ แต่กว่าครึ่งเป็นคนจีน) และเติบโตตามเป้าหมาย 10% ต่อปีตลอดมา
ล่าสุด หัวเฉียว นำเทคโนโลยี AI มาผสมผสานกับศาสตร์การแพทย์แผนจีนแบบดั้งเดิมมาใช้ในการรักษาและวินิจฉัยโรค ครั้งแรกในไทย
“การนำ AI เข้ามามีส่วนช่วยในการตรวจสุขภาพเบื้องต้นได้ง่ายและรวดเร็ว มีส่วนช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สะท้อนก้าวหน้าของการแพทย์แผนจีนและความพร้อมในการรองรับเทคโนโลยีในอนาคต”
เบื้องต้น นำร่อง 2 นวัตกรรม AI ได้แก่
1. กระจกตรวจโรคอัจฉริยะ AI จำนวน 2 ตัว งบลงทุนประมาณ 300,000 บาท/เครื่อง ความแม่นยำ 70%
มีความสามารถในการวิเคราะห์สุขภาพแบบองค์รวม โดยการถ่ายภาพใบหน้าและลิ้น และประเมินผลสุขภาพด้วยระบบ AI อัจฉริยะแบบเรียลไทม์ ให้ผลลัพธ์ภายใน 6 วินาที
ผู้ใช้งานจะได้รับคะแนนสุขภาพโดยรวม และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภาวะต่าง ๆ เช่น ภาวะชี่พร่อง หยางพร่อง ร้อนชื้น เลือดคั่ง หรือชี่ติดขัด ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำความเข้าใจสุขภาพของตนเองตามหลักการแพทย์แผนจีน และยังมีฟังก์ชันวิเคราะห์ความเสี่ยงของการเกิดโรคอีกด้วย
รวมไปถึงให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล อาทิ การดูแลสุขภาพตามฤดูกาล การเลือกใช้สมุนไพรจีนในการประกอบอาหาร การกดจุดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ชาสมุนไพรที่เหมาะกับแต่ละบุคคล การบริหารร่างกายที่เหมาะสม พร้อมระบบเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้กำลังออกกำลังกายอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
2. หุ่นยนต์เสี่ยวคัง AI จำนวน 1 เครื่อง ลงทุนประมาณ 100,000 - 200,000 บาท/เครื่อง พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ความแม่นยำ 80%
นวัตกรรมหุ่นยนต์ตรวจสุขภาพ AI ประเมินสุขภาพพื้นฐานของร่างกายแบบองค์รวมใน 4 ขั้นตอน เพื่อเข้าใจสุขภาพโดยรวมและนำไปสู่การวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ได้แก่
- การสแกนลิ้น: "เสี่ยวคัง" จะวิเคราะห์ลักษณะและสีของลิ้นอย่างละเอียด เพื่อบ่งชี้สภาวะของอวัยวะภายในต่างๆ เสมือนมีกระจกสะท้อนสุขภาพจากภายใน
- การสแกนใบหน้า: ด้วยเทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัย "เสี่ยวคัง" จะตรวจจับความผิดปกติบนใบหน้า ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและป้องกันปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- การตรวจชีพจร(แมะ): "เสี่ยวคัง" มาพร้อมกับเครื่องแมะชีพจรอัจฉริยะ ที่สามารถวัดชีพจรได้อย่างละเอียดและแม่นยำ ช่วยให้แพทย์ประเมินสภาวะของอวัยวะภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การตอบคำถามเฉพาะบุคคล: คำถามที่ออกแบบมาเพื่อให้การวิเคราะห์สุขภาพมีความแม่นยำและตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น
โดยนวัตกรรมทั้ง 2 จะเปิดตัวให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จัก และทดลองใช้ครั้งแรกในงาน “ก้าวล้ำ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว พัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง” ครั้งที่ 2 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18-19 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์
รวมไปถึงมีการให้คำปรึกษาและบริการตรวจสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน ฟรี อาทิ ฝังเข็ม การนวดทุยหนา เป็นต้น โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
“อนาคตอีกราว 5 ปี คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน ตั้งเป้ายดระดับจากคลินิกสู่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนแห่งแรกในไทย และมองถึงการขยายโมเดลคลินิกแบบใหม่ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ การเปิดในศูนย์การค้าต่าง ๆ พร้อมทั้งตั้งเป้าลูกค้าเติบโต 10%”