6 หุ้นนอก Undervalue ปันผลดี น่าซื้อเก็บ รับเทรนด์ดอกเบี้ยขาลง
ดอกเบี้ยขาลงอาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลก แต่ก็แปลว่าอัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยจะน้อยลงด้วยสำหรับนักลงทุนระยะสั้น ดังนั้นอาจเป็นช่วงที่ดีสำหรับการมองหาหุ้นที่ให้ปันผลสูง ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาดู 6 หุ้นสหรัฐฯ ที่ Undervalue และมีอัตราตอบแทนจากเงินปันผลดี ตามคำแนะนำของนิตยสาร Forbes ซึ่งเหมาะสำหรับเก็บในพอร์ตช่วงเดือนตุลาคมนี้กัน
โดยทีมวิเคราะห์ของ Forbes ใช้เกณฑ์หลายข้อในการคำนวณว่าหุ้นของแต่ละบริษัท undervalue หรือไม่ เช่น
1.อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 3%-5%
2.P/E ratio ต่ำกว่า 15 (โดย P/E ratio เฉลี่ยใน S&P500 อยู่ที่ 30)
3.P/B ratio ต่ำกว่า 2 (เพราะหากต่ำไปก็อาจแปลว่าบริษัทมีแนวโน้มทำกำไรไม่ได้ดีได้ด้วยเช่นกัน)
4.มีนักวิเคราะห์อย่างน้อย 6 คนที่ แนะนำตรงกันว่าให้ “ซื้อ”
5.มี Upside ที่ 10% หรือมากกว่านั้น โดยอิงจากราคาเป้าหมายเฉลี่ยของผลสำรวจนักวิเคราะห์
จากเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น Forbes ได้เลือกหุ้นที่ผ่านเกณฑ์และมีสัดส่วนตลาดใหญ่ที่สุด 6 อันดับ ดังนี้
1.ExxonMobil (XOM)
แม้ราคาพลังงานจะผันผวน แต่บริษัทยังดำเนินงานได้ค่อนข้างดี คือ มีเงินสำรองเพิ่มขึ้นและมีการลดจำนวนหนี้สินของบริษัท โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2023 ถึงมิถุนายนปี 2024 บริษัททำกำไรได้ 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) อยู่ที่ 8.35 ดอลลาร์สหรัฐฯ
2.Comcast (CMCSA)
Comcast มักจะทำกำไรได้ดีแม้รายรับจะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป แสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินที่ดี นอกจากนี้ บริษัทยังมีกระแสเงินสดเข้าราวๆ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ซึ่งช่วยสนับสนุนให้มีอัตราการซื้อหุ้นคืนถึง 5.8% และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 3.2% โดยในปีงบประมาณที่ผ่านมา บริษัทมีรายรับ 121,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
3.Corebridge Financial (CRBG)
หากมองข้ามความผันผวนของพอร์ตการลงทุนของบริษัทแล้ว Corbridge มีเบี้ยประกันและเงินฝากมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจบริหารแผนการเกษียณ ซึ่งเติบโต 26% ในปีงบประมาณที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทยังมีอัตราการซื้อหุ้นคืนและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 3.5% และ 3.3% ตามลำดับ
4.CNH Industrial, N.V. (CNH)
แม้หุ้น CNH จะปรับตัวลงจากแนวโน้มธุรกิจที่อ่อนในปี 2025 จากยอดขายเครื่องจักรที่ส่อแววอ่อนแอ การปรับลดครั้งนี้ได้กระตุ้นให้บริษัทวางแผนลดต้นทุนสินค้าและรายจ่ายดำเนินการ และจัดสินทรัพย์ใหม่ ซึ่งนี่จะช่วยให้บริษัทมีประสิทธิภาพและเข้มแข็งขึ้นเมื่อตลาดกลับมาคึกคัก โดยในปีงบประมาณที่ผ่านมา บริษัทมีรายรับ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
5.Unum Group (UNM)
Unum มีงบดุลที่ค่อนข้างแข็งแรง มีกำไรที่ดี และมีเบี้ยประกันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้ม EPS และประกาศซื้อหุ้นคืน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมกับเพิ่มเงินปันผล 15% โดยในปีงบประมาณที่ผ่านมา บริษัทมีรายรับ 12,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
6.Webster Financial (WBS)
ในไตรมาสที่ 2 ผลประกอบการของ Webster Financial ต่ำกว่าคาด ทำให้นักวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายลง แต่ถึงอย่างนั้น ราคาเป้าหมายเฉลี่ยใหม่ของบริษัทก็ยังมี upside ถึงเกือบ 24% และแม้ผลการดำเนินงานที่ไม่ดีในไตรมาส 2 อาจทำให้บริษัทจ่ายเงินปันผลช้า แต่อัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 3.6% ก็ยังถือว่าค่อนข้างสูง โดยในปีงบประมาณที่แล้ว บริษัทมีรายรับ 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ Diluted EPS ที่ 4.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ
โดยสรุปแล้วอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงอาจเป็นโอกาสในการลงทุนหุ้นที่ให้ปันผลดีในปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ต้องการลงทุนอย่างถี่ถ้วน รวมถึงประเมินความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
Source: https://www.forbes.com/sites/investor-hub/article/top-undervalued-stocks-to-buy-october-2024/