โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

6 หุ้นนอก Undervalue ปันผลดี น่าซื้อเก็บ รับเทรนด์ดอกเบี้ยขาลง

Wealthy Thai

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 22.58 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 02.25 น.

ดอกเบี้ยขาลงอาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลก แต่ก็แปลว่าอัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยจะน้อยลงด้วยสำหรับนักลงทุนระยะสั้น ดังนั้นอาจเป็นช่วงที่ดีสำหรับการมองหาหุ้นที่ให้ปันผลสูง ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาดู 6 หุ้นสหรัฐฯ ที่ Undervalue และมีอัตราตอบแทนจากเงินปันผลดี ตามคำแนะนำของนิตยสาร Forbes ซึ่งเหมาะสำหรับเก็บในพอร์ตช่วงเดือนตุลาคมนี้กัน
โดยทีมวิเคราะห์ของ Forbes ใช้เกณฑ์หลายข้อในการคำนวณว่าหุ้นของแต่ละบริษัท undervalue หรือไม่ เช่น
1.อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 3%-5%
2.P/E ratio ต่ำกว่า 15 (โดย P/E ratio เฉลี่ยใน S&P500 อยู่ที่ 30)
3.P/B ratio ต่ำกว่า 2 (เพราะหากต่ำไปก็อาจแปลว่าบริษัทมีแนวโน้มทำกำไรไม่ได้ดีได้ด้วยเช่นกัน)
4.มีนักวิเคราะห์อย่างน้อย 6 คนที่ แนะนำตรงกันว่าให้ “ซื้อ”
5.มี Upside ที่ 10% หรือมากกว่านั้น โดยอิงจากราคาเป้าหมายเฉลี่ยของผลสำรวจนักวิเคราะห์
จากเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น Forbes ได้เลือกหุ้นที่ผ่านเกณฑ์และมีสัดส่วนตลาดใหญ่ที่สุด 6 อันดับ ดังนี้

1.ExxonMobil (XOM)

แม้ราคาพลังงานจะผันผวน แต่บริษัทยังดำเนินงานได้ค่อนข้างดี คือ มีเงินสำรองเพิ่มขึ้นและมีการลดจำนวนหนี้สินของบริษัท โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2023 ถึงมิถุนายนปี 2024 บริษัททำกำไรได้ 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) อยู่ที่ 8.35 ดอลลาร์สหรัฐฯ

2.Comcast (CMCSA)

Comcast มักจะทำกำไรได้ดีแม้รายรับจะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป แสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินที่ดี นอกจากนี้ บริษัทยังมีกระแสเงินสดเข้าราวๆ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ซึ่งช่วยสนับสนุนให้มีอัตราการซื้อหุ้นคืนถึง 5.8% และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 3.2% โดยในปีงบประมาณที่ผ่านมา บริษัทมีรายรับ 121,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

3.Corebridge Financial (CRBG)

หากมองข้ามความผันผวนของพอร์ตการลงทุนของบริษัทแล้ว Corbridge มีเบี้ยประกันและเงินฝากมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจบริหารแผนการเกษียณ ซึ่งเติบโต 26% ในปีงบประมาณที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทยังมีอัตราการซื้อหุ้นคืนและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 3.5% และ 3.3% ตามลำดับ

4.CNH Industrial, N.V. (CNH)

แม้หุ้น CNH จะปรับตัวลงจากแนวโน้มธุรกิจที่อ่อนในปี 2025 จากยอดขายเครื่องจักรที่ส่อแววอ่อนแอ การปรับลดครั้งนี้ได้กระตุ้นให้บริษัทวางแผนลดต้นทุนสินค้าและรายจ่ายดำเนินการ และจัดสินทรัพย์ใหม่ ซึ่งนี่จะช่วยให้บริษัทมีประสิทธิภาพและเข้มแข็งขึ้นเมื่อตลาดกลับมาคึกคัก โดยในปีงบประมาณที่ผ่านมา บริษัทมีรายรับ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

5.Unum Group (UNM)

Unum มีงบดุลที่ค่อนข้างแข็งแรง มีกำไรที่ดี และมีเบี้ยประกันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้ม EPS และประกาศซื้อหุ้นคืน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมกับเพิ่มเงินปันผล 15% โดยในปีงบประมาณที่ผ่านมา บริษัทมีรายรับ 12,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

6.Webster Financial (WBS)

ในไตรมาสที่ 2 ผลประกอบการของ Webster Financial ต่ำกว่าคาด ทำให้นักวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายลง แต่ถึงอย่างนั้น ราคาเป้าหมายเฉลี่ยใหม่ของบริษัทก็ยังมี upside ถึงเกือบ 24% และแม้ผลการดำเนินงานที่ไม่ดีในไตรมาส 2 อาจทำให้บริษัทจ่ายเงินปันผลช้า แต่อัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 3.6% ก็ยังถือว่าค่อนข้างสูง โดยในปีงบประมาณที่แล้ว บริษัทมีรายรับ 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ Diluted EPS ที่ 4.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ
โดยสรุปแล้วอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงอาจเป็นโอกาสในการลงทุนหุ้นที่ให้ปันผลดีในปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ต้องการลงทุนอย่างถี่ถ้วน รวมถึงประเมินความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
Source: https://www.forbes.com/sites/investor-hub/article/top-undervalued-stocks-to-buy-october-2024/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...